สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 489 เหตุและผล
บทที่ 489 เหตุและผล
ลุงฉินไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองใกล้จะเกษียณแล้ว แต่กลับได้เป็นหัวหน้าตำรวจจราจร
ข่าวดีคือได้เลื่อนตำแหน่ง
ข่าวร้ายคือเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีก็จะเกษียณแล้ว
ลุงฉินตบไหล่เซี่ยเฉิงอวิ๋น “คุณชายเซี่ย อย่าเสียใจไปเลย รอฉันเกษียณแล้ว ฉันจะแนะนำคุณให้เป็นหัวหน้าทีมแน่นอน”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกลอกตาไป๋ “ไปให้พ้น ผมต้องการให้คุณแนะนำด้วยเหรอ?”
“ฉัน…จะไปหาพี่เสิ่นชิง ให้เธอช่วยพูดกับนายกเทศมนตรีเซี่ย อย่างน้อย…ก็ไม่ให้คุณต้องไปทำงานขุดท่อระบายน้ำ…” เค่ออวิ๋นกำหมัดแน่นพูดอย่างจริงจัง
ถ้าไม่มีเซี่ยเฉิงอวิ๋นช่วยเหลือ ร่างของเธอคงเย็นเฉียบไปแล้ว
เธอไม่อาจทนดูผู้มีพระคุณของเธอต้องกลายเป็นคนงานขุดส้วมในท่อระบายน้ำได้
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเค่ออวิ๋น เซี่ยเฉิงอวิ๋นอดยิ้มมุมปากไม่ได้ เขาเกาหัวอย่างเก้อเขิน “ไม่เป็นไร…ไม่ต้องลำบากหรอก… รอ…รอลุงใหญ่ของผมหายโกรธก็ไม่เป็นไรแล้ว”
ทุกครั้งที่เซี่ยเฉิงอวิ๋นเจอหน้าเค่ออวิ๋น เขาจะพูดติดอ่าง ดูประหม่าไปทั้งตัว
ลุงฉินไม่เคยเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นทำท่าทางเก้อเขินแบบนี้มาก่อน เขายิ้มมุมปากพึมพำ “อ้า! ความรักมาเร็วเหมือนพายุทอร์นาโด”
อีกด้านหนึ่ง
เรือของแองกัสเพิ่งจะเทียบท่า ก็ถูกตำรวจกลุ่มหนึ่งล้อมไว้ ตามมาด้วยรถพยาบาล
ไม่กี่นาทีต่อมา เฉาเล่อและผู้กำกับจ้าวก็มาถึง
“คุณสวีลี่ งั้นเราก็แยกกันตรงนี้ ภูเขาเขียวไม่เปลี่ยน น้ำใสไหลยาวนาน เราคงได้พบกันอีก”
แองกัสพูดพลางเลียนแบบท่าทางคนโบราณ ทำท่าคำนับอำลาอย่างเป็นแบบแผน
“ได้เลย พอฉันกลับเมืองหางโจวแล้ว จะต้องเลี้ยงข้าวคุณแน่นอน” สวีลี่โบกมือให้แองกัส
เฉาเล่อมองไปทางแองกัสแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ที่ช่วยสวีลี่เอาไว้ เขาหล่อเกินไปจริง ๆ
“พอเถอะ เขาไปแล้ว ยังจะมองอีก นายชอบเขาหรือไง?”
สวีลี่เคาะหัวเฉาเล่อกอดอกพูดล้อเลียน
เฉาเล่อเพิ่งละสายตากลับมา พูดอย่างช้า ๆ “ฉัน…ฉันรู้สึกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน”
หลังจากพูดจบ เฉาเล่อมองไปที่สวีลี่ มือซ้ายของสวีลี่พันผ้าพันแผลอยู่ แผลของเธอถูกน้ำแช่จนบวมขึ้น
เฉาเล่อพูดอย่างกังวล “เธอ…เธอนอนลงเร็วเข้า ฉันจะแบกเธอขึ้นรถพยาบาล”
สวีลี่หัวเราะคิก “ฉันแค่บาดเจ็บที่แขน ไม่ได้เป็นอะไรที่ขา ฉันเดินเองได้”
หลังจากนั้น ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลประชาชนเมืองเจียง
เพื่อความปลอดภัย เสิ่นชิงให้ผู้กำกับจ้าวปิดกั้นข่าวและห้ามสื่อทุกชนิดเข้าสัมภาษณ์
…
โรงพยาบาลประชาชนเมืองเจียง
ในห้องผู้ป่วย หวงโฮ่วเซิงนอนอยู่บนเตียง ศีรษะพันด้วยผ้าพันแผลหลายชั้น
อาการบาดเจ็บของเขาค่อนข้างหนัก ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติ แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
ตำรวจคนอื่น ๆ ที่บาดเจ็บก็พ้นขีดอันตรายเช่นกัน
เสิ่นชิง เฉาเล่อ เค่ออวิ๋น สวีลี่ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
“เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังหน่อย เรื่องราวทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เสิ่นชิงมีคำถามมากมายในใจ
เค่ออวิ๋นลุกขึ้นยืน “พี่สวีลี่ พี่พักรักษาตัวเถอะ ให้ฉันเป็นคนเล่าเอง”
“เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยวก่อน! ยังมีผมอีกคน ยังมีผมอีกคน ผมก็อยากฟัง!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นวิ่งพรวดเข้ามาในห้องผู้ป่วยเหมือนลมหมุน พร้อมกับเก้าอี้เล็ก ๆ ที่เตรียมมาเอง
ท่าทางเหมือนเตรียมมานั่งฟังเรื่องซุบซิบ
สวีลี่งงงัน “ไอ้โง่คนที่สองนี่ใครกัน”
“แค่ก แค่ก…”
เสิ่นชิงไอสองที “นี่คือหลานชายของท่านนายกเทศมนตรีเซี่ย ที่สามารถช่วยพวกเธอออกมาได้ทันเวลาครั้งนี้ เขามีความดีความชอบไม่น้อย”
หลังจากฟังจบ สวีลี่รีบหัวเราะแห้ง ๆ สองที “ที่แท้ก็คือหนุ่มหล่อเซี่ย ขอโทษที่ไม่เคารพนะคะ!”
“ฮึ่ม…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นทำเสียงฮึ่มอย่างหยิ่ง ๆ สองที แล้วเบือนหน้าไปมองเค่ออวิ๋น”อาอวิ๋น เล่าเร็ว! เล่าเร็ว!”
เขาอยากรู้มากว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เมื่อได้ยินเซี่ยเฉิงอวิ๋นเรียกตัวเองว่าอาอวิ๋น หูของเค่ออวิ๋นก็แดงขึ้นมาทันที
เธอไม่กล้ามองเซี่ยเฉิงอวิ๋น หันไปมองเสิ่นชิงแทน “พี่เสิ่นชิง เรื่องราวต้องเริ่มตั้งแต่พวกเรามาถึงเมืองเจียงใหม่ ๆ…”
วันที่ 7 เมษายนตอนบ่าย สวีลี่ เค่ออวิ๋นและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีก 5 คนเดินทางมาถึงเมืองเจียง
ทันทีที่พวกเขามาถึงเมืองเจียง ก็มุ่งหน้าไปยังเขตชุมชนเส้อเยว่
เมื่อมาถึงเขตชุมชนเส้อเยว่ก็เป็นเวลาประมาณหกโมงเย็นแล้ว
หวงโฮ่วเซิงอาศัยอยู่ที่ตึก 18 ห้อง 701 เพื่อความสะดวกในการเฝ้าสังเกตหวงโฮ่วเซิง พวกเขาจึงเช่าห้อง 701 ที่ตึก 17
สองตึกอยู่ตรงข้ามกัน สามารถใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตสถานการณ์ฝั่งตรงข้ามได้ง่าย
หลังจากนั้น พวกเขาก็พบว่า หวงโฮ่วเซิงไม่ออกจากห้องเลย ทุกวันจะมีพี่สาวหรือน้องสาวนำอาหารมาส่ง แม้แต่ขยะก็เป็นน้องสาวที่นำลงไปทิ้ง
คืนหนึ่งดึก ๆ เค่ออวิ๋นได้ยินเสียงเคาะประตู
คนที่มาคือพี่สาวของหวงโฮ่วเซิง
“น้องชายของฉันให้ฉันเอาสิ่งนี้มาให้พวกคุณ” พี่สาวของหวงโฮ่วเซิงมอบขนมกล่องหนึ่งให้เค่ออวิ๋นแล้วก็จากไป
เค่ออวิ๋นและสวีลี่สบตากันแล้วรีบเปิดกล่องขนมทันที
ที่ก้นกล่องมีกระดาษแผ่นหนึ่ง เขียนว่า “อัยการสวีลี่ ผมไว้ใจพวกคุณได้ไหม?”
…
เค่ออวิ๋นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่เสิ่นชิง พวกคุณคงคาดไม่ถึงว่า ในขณะที่พวกเราสังเกตหวงโฮ่วเซิงอยู่นั้น หวงโฮ่วเซิงก็แอบสังเกตพวกเราอยู่เช่นกัน
และก่อนที่พวกเราจะมาถึงเมืองเจียง หวงโฮ่วเซิงก็เคยถูกลอบฆ่ามาครั้งหนึ่งแล้ว”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เสิ่นชิงหรี่ตามองแล้วหันไปทางเฉาเล่อ “เฉาเล่อจดบันทึกให้ดี สิ่งที่เค่ออวิ๋นกำลังจะพูดต่อไปเป็นประเด็นสำคัญ”
เฉาเล่อพยักหน้า “ครับ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นฟังอย่างตื่นเต้น ตบต้นขา “เยี่ยมไปเลย หวงโฮ่วเซิงคนนี้มีฝีมือจริง ๆ ถึงกับรู้จักการต่อต้านการสืบสวน!”
เค่ออวิ๋นจิบน้ำแล้วเล่าต่อไปอย่างละเอียด
“วันนั้น หวงโฮ่วเซิงได้รับเงินตอบแทนจากเจียงเฉิง คืนนั้นเขาก็ไปใช้เงินเที่ยวที่สถานบันเทิง ได้ลองความรู้สึกของการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ตอนตีสองเขาถึงออกมาจากสถานบันเทิง
เพราะดื่มมากเกินไป หวงโฮ่วเซิงจึงตัดสินใจเดินกลับบ้าน ให้ลมเย็นช่วยให้สร่างเมา
เมื่อเขาเดินมาใกล้เขตชุมชนเส้อเยว่ จู่ ๆ ก็มีคนสวมหน้ากากสองคนกระโดดลงมาจากรถตู้
ตอนนั้นหวงโฮ่วเซิงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล คนดีที่ไหนจะสวมหน้ากากกัน?
ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งหนีทันที
ผลคือชายปิดหน้าสองคนนั้นก็ไล่ตามมาติด ๆ
ตอนที่เขาวิ่งไปได้ครึ่งทาง ด้านหน้าก็มีคนอีกหลายคนวิ่งมาล้อมไว้ พวกนั้นยังถืออาวุธมาด้วย
หวงโฮ่วเซิงโชคดีมาก เพราะไม่ไกลจากที่เขาอยู่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น มีตำรวจจราจรหลายนายขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงพอดี
พอได้ยินถึงตรงนี้
เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็หูผึ่งขึ้นมาทันที แล้วแทรกขึ้นว่า “อ๋อ ผมนึกออกแล้ว วันที่ 6 เมษายน ตอนตีสอง ที่ถนนอวี้หลิงก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง ๆ ตอนนั้นผมเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนด้วย!
จุ๊ ๆ ที่เกิดเหตุตอนนั้นน่ะ ดูแล้วสยดสยองมาก ผมจะเล่าให้ฟังนะ ตอนนั้นคนขับรถบรรทุกคันใหญ่ขับเร็วเกินแล้วเปลี่ยนเลน…”
เค่ออวิ๋นเบ้ปากอย่างไม่พอใจ “เซี่ยเฉิงอวิ๋น! ฟังฉันก่อน! อย่าแทรก!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นรีบยอมแพ้ “ฮ่า ๆ ขอโทษครับ อาอวิ๋นพูดต่อเถอะ ผมจะนั่งฟังเงียบ ๆ”
เสิ่นชิงส่งชาให้เค่ออวิ๋นหนึ่งถ้วย เป็นเชิงบอกให้จิบชาให้ชุ่มคอก่อน
หลังจากดื่มชาหวาน ๆ หนึ่งถ้วย เสียงพูดของเค่ออวิ๋นก็ดังขึ้นอีกหน่อย
“พวกคนร้ายพอได้ยินเสียงไซเรนตำรวจก็รีบวิ่งหนีไป หวงโฮ่วเซิงจึงรอดตายมาได้
หลังจากหวงโฮ่วเซิงกลับถึงบ้าน ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว
เขารู้สึกว่าพวกนั้นต้องมาเพื่อเล่นงานเขาแน่ ๆ
เขาลองคิดดูว่าช่วงนี้ไปทำให้ใครเดือดร้อนบ้างไหม
แต่เขาก็แค่ช่างแต่งภาพมืออาชีพคนหนึ่ง ปกติก็อยู่แต่บ้าน เข้าสังคมน้อย ไม่เคยมีปัญหากับใครเลย
หวงโฮ่วเซิงคิดครู่หนึ่งก็เข้าใจแล้ว
เขาเพิ่งช่วยเจียงเฉิงให้การเท็จ ยืนยันว่าภาพที่คุณนายเจียงลงนั้นเป็นของปลอม
ข่าวที่คุณนายเจียงสงสัยว่าฉีดยาย้อนวัยกำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์
ถ้าเรื่องนี้เปิดเผยออกมา ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองหางโจวของเจียงเฉิงก็คงรักษาไว้ไม่ได้แน่
และคนที่รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มีแค่เขาหวงโฮ่วเซิงเท่านั้น
ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ถ้ามีคนจะฆ่าเขา นั่นต้องเป็นเจียงเฉิงที่ต้องการปิดปาก
หวงโฮ่วเซิงกลัวมาก เขาอยากแจ้งตำรวจ แต่ก็กังวลว่าพวกเจ้าหน้าที่จะช่วยกันปกป้องพรรคพวก
เขากลัวว่า ถ้าแจ้งความไม่สำเร็จ อาจจะโดนปิดปากแทน
ดังนั้นเขาจึงขังตัวเองอยู่ในบ้านเพื่อคิดหาทางแก้
เขาเริ่มไม่ออกจากบ้าน อาหารการกินทุกวันให้พี่สาวหรือน้องสาวเอามาส่งให้
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาก็พบว่าตัวเองถูกสะกดรอยตาม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ทำเสียงจิ๊จิ๊สองที “จิ๊จิ๊ พวกคุณถูกจับได้สินะ? ไม่ใช่ผมพูดนะ แต่พวกคุณทำงานไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย ถึงได้โดนสืบกลับ”
เค่ออวิ๋นถลึงตาสวยใส่ “ไม่ใช่! ฉันยังพูดไม่จบเลย! คุณจะขัดฉันทำไมกัน!”
“คุณเซี่ยเฉิงอวิ๋น ถ้าคุณยังขัดจังหวะการประชุมอีก ฉันคงต้องเชิญคุณออกไปแล้วละ”
เสิ่นชิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพมาก
เซี่ยเฉิงอวิ๋นรีบเอามือปิดปาก “ผม…จะไม่พูดแทรกอีกแล้ว ใครพูดแทรกคนนั้นเป็นลูกหมา!”