สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 399 เครื่องดักฟังที่ซ่อนอยู่
บทที่ 399 เครื่องดักฟังที่ซ่อนอยู่
ในสถานพยาบาล ผู้คนถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ผู้รับผิดชอบหลักคือหลุยส์อยู่ในระดับหนึ่ง
นักชีววิทยาอยู่ในระดับสอง แพทย์อยู่ในระดับสาม พยาบาลดูแลอยู่ในระดับสี่ และเด็ก ๆ อยู่ในระดับห้า
คนที่อยู่ในระดับสูงกว่าสามารถสั่งให้คนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าทำอะไรก็ได้
แพทย์ที่อยู่ด้านหลังพยาบาลหนวดเคราดกชื่อมิสเตอร์หลี่ เขาทำงานในห้องตรวจร่างกาย และบางครั้งก็มาดูอาการบาดเจ็บของเด็ก ๆ ที่หอผู้ป่วย
เมื่อเผชิญหน้ากับแพทย์ที่มีสีหน้าเคร่งขรึม พยาบาลหนวดเคราดกตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อมและพูดว่า “คุณหมอ…คุณหมอครับ คุณมีอะไรจะสั่งผมเหรอครับ?”
มิสเตอร์หลี่หรี่ตาลง กอดอกพูดว่า “ใครอนุญาตให้นายถอดหน้ากากป้องกันออก?”
พยาบาลหนวดเคราดกเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาทั่วแผ่นหลังทันที
มิสเตอร์หลี่เม้มริมฝีปากบาง สั่งคนข้าง ๆ ว่า “พาเขาไปห้องทรมาน”
เมื่อได้ยินว่าจะถูกส่งไปห้องทรมาน พยาบาลหนวดเคราดกก็ตกใจจนตัวสั่นเหมือนร่อนข้าว
ใครก็ตามที่ถูกส่งไปยังห้องทรมาน ถ้าไม่ตายก็ต้องเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง ชายหนวดเคราดกล้มลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดังตุ้บ จับขากางเกงของหมอแน่น พลางส่ายหัวอย่างสุดกำลัง
มิสเตอร์หลี่ยิ้มพลางแกะนิ้วมือของชายหนวดเคราดกออกทีละนิ้ว พอถึงนิ้วสุดท้าย เขาก็บิดกลับอย่างแรงทันที ดึงนิ้วนั้นออกมาจนหลุด
เลือดสด ๆ เปรอะเปื้อนเป็นทางยาวบนผนังสีขาว ชายหนวดเคราดกกลิ้งไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวดทันที
มิสเตอร์หลี่ชำเลืองมองคนที่กำลังกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ในเมื่อควบคุมสิ่งที่ควรควบคุมไม่ได้ ก็ไม่ต้องมีมันเสียเลย…”
หลังจากลากชายหนวดเคราดกไปยังห้องทรมาน มิสเตอร์หลี่ก็เช็ดคราบเลือดบนมือออกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเงยหน้ามองไปทางเสี่ยวอวี่ที่กำลังขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง
เด็กหญิงตัวน้อยตกใจไม่น้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาเอ่อไปด้วยน้ำตา ไหล่สั่นไม่หยุด ดูราวกับผีเสื้อที่ปีกหัก
มิสเตอร์หลี่ยื่นมือออกไป หวังจะช่วยจัดแต่งทรงผมให้เสี่ยวอวี่ แต่เธอกลับถอยหลังอย่างบ้าคลั่งราวกับหนีปีศาจร้าย
ในใจของเธอมีลางสังหรณ์บางอย่างว่า หมอที่ยิ้มแย้มตรงหน้านี้ น่ากลัวยิ่งกว่าพวกปีศาจชุดขาวเสียอีก
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวอวี่ต่อต้านตนเองมาก รอยยิ้มที่มุมปากของมิสเตอร์หลี่ก็ค่อย ๆ จางหายไป จากนั้นเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
…
เมืองหางโจว บ้านตระกูลเจียง
ภรรยาเจียงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายยังคงมีไอน้ำระเหยอยู่ ใบหน้าของเธอเปล่งปลั่งมีสีสัน ผิวขาวเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบ นุ่มนวลดุจแพรไหม
ภรรยาเจียงกลับมาเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์และสง่างามดังเช่นในอดีตอีกครั้ง
นายกเทศมนตรีเจียงเพิ่งวางสายโทรศัพท์ พึมพำในปากว่า “เงินนี่ช่างเป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ”
ภรรยาเจียงร้องเสียงหวานใกล้หูสามี พ่นลมหายใจหอมกรุ่น “ฮึ แน่นอนว่าเงินเป็นสิ่งที่ดี”
สาวงามล้วนถูกสร้างขึ้นมาด้วยเงินทั้งนั้น
เจียงเฉิงมองภรรยาสาวสวย บีบแก้มเธอเบา ๆ “สามล้านดอลลาร์สหรัฐนี่คุ้มค่าจริง ๆ”
ภรรยาของเจียงเลิกคิ้วอย่างภาคภูมิใจ
“แต่ว่า… ยาชนิดนี้มีส่วนผสมที่ทำให้ติด ถ้าเลิกได้ก็ควรเลิกนะ เราสามารถไปทำศัลยกรรมความงามที่คลินิกที่ดีที่สุดได้” นายกเทศมนตรีเจียงเสริมอีกประโยค
ท้ายที่สุดแล้ว ยาชนิดนี้ก็แพงเกินไปจริง ๆ เงินเดือนของเขาแค่นั้น ไม่พอแม้แต่จะซื้อสักเศษเสี้ยวเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะ…
ภรรยาเจียงได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเธอก็บึ้งทันที มองสามีด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของภรรยาเปลี่ยนไป นายกเทศมนตรีเจียงก็รีบโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับปลอบประโลมว่า “ที่รัก พวกเขาขายแพงเกินไป ราคาสูงลิบลิ่วเลย ถ้าเราเอาเงินนี้ไปลงทุนกับยาเลียนแบบ มันจะคุ้มค่ากว่า และถ้ายาเลียนแบบสำเร็จ คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดยาอีกต่อไป”
สารเอช5 ได้รับความนิยมในประเทศ M มาหลายปีแล้ว กำไรมหาศาลทำให้หลายคนตาลุกวาว หลังจากรู้หลักการของสารเอช5 ก็มีคนเริ่มวิจัยและพัฒนายาเลียนแบบ มีผู้มีอิทธิพลหลายคนลงทุนในโครงการนี้ นายกเทศมนตรีเจียงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“ฮึ่ม ฉันไม่ต้องการใช้ยาเลียนแบบอะไรทั้งนั้น คุณบอกว่ารักฉัน แต่กลับเสียดายเงินที่จะใช้กับฉัน มีของแท้อยู่แท้ ๆ แต่กลับให้ฉันใช้ของปลอม ฉันไม่เอาหรอก!” ภรรยาเจียงงอแงเหมือนเด็กสาวในอ้อมกอดของสามี
“ได้ ๆ ซื้อให้ ซื้อให้…” นายกเทศมนตรีเจียงนวดหน้าผากตัวเอง รู้สึกเหนื่อยใจมาก
เมื่อได้รับคำสัญญา ภรรยาเจียงก็พอใจ เธอโอบแขนรอบคอสามีแล้วกระซิบที่ข้างหู “ยังไม่ทันเริ่มเลย คุณเหนื่อยแล้วเหรอ?” ทันใดนั้น เธอก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา ดวงตาเบิกกว้างกลมโต “เจียงเฉิง คุณแอบเลี้ยงผู้หญิงข้างนอกใช่ไหม!”
นายกเทศมนตรีเจียงสำลัก
ผู้หญิงคนเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวพอแล้ว เขาจะไปมีแรงเลี้ยงสองคนได้ยังไง
เขาอาจจะมีใจ แต่ไม่มีพลังงานพอหรอก!
“ไม่มี ไม่มี ผมซื่อสัตย์ต่อภรรยาเสมอ” นายกเทศมนตรีเจียงรีบสาบานต่อฟ้าเพื่อแสดงความจริงใจ
“ฮึ คุณก็ไม่กล้าหรอก…” ภรรยาเจียงมองเขาด้วยสายตาดูแคลน แล้วเดินกระแอมเข้าห้องนอนไป
ภรรยาเจียงมั่นใจความสามารถในการควบคุมสามีของตัวเองมาก
ใครจะคิดว่า ผู้นำของเมืองที่เก่งกาจปานนั้น กลับเป็นสามีที่กลัวเมีย…
…
วันที่สิบของปีใหม่ วันหยุดเทศกาลตรุษจีนสิ้นสุดลง ประชาชนทั่วประเทศทยอยกลับไปทำงานตามปกติ เสิ่นชิงก็กลับมาจากเมืองหลวงไปถึงเมืองหางโจวแล้ว
สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อกลับมาถึงเมืองหางโจวคือ ไปเยี่ยมคุณนายเจียง
เสิ่นชิงนำดอกไม้และของฝากจากเมืองหลวงมาเคาะประตูบ้านตระกูลเจียง
คุณนายเจียงพาลูกสาวชื่อเหมียวเหมียวมาต้อนรับเสิ่นชิงเข้าบ้านอย่างอบอุ่น
“โอ้โห แขกผู้มีเกียรติมาเยือนจริง ๆ ในที่สุดก็ได้ต้อนรับคุณหนูเสิ่นสักที ลูกสาวเหมียวเหมียวของเราชื่นชมคุณมากเลยนะ”
คุณนายเจียงจับมือเสิ่นชิงพลางยิ้มอย่างเปี่ยมสุข ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
เสิ่นชิงเพิ่งกลับมาถึงเมืองหางโจวก็มาเยี่ยมเธอแล้ว นี่แสดงว่าตระกูลเจียงยังมีความสำคัญในใจของเสิ่นชิง
คุณนายเจียงคิดในใจว่า เดี๋ยวจะเรียกหลานชายเจียงหมิงมา เพื่อสร้างโอกาสให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
เสิ่นชิงอายุยังน้อย แต่มีความดีความชอบมากมาย ทั้งยังสร้างผลงานยอดเยี่ยมหลายครั้ง อนาคตสดใสแน่นอน ต้องก้าวหน้าไปไกลแน่ ๆ
ถ้าตระกูลเจียงสามารถได้เสิ่นชิงมาเป็นลูกสะใภ้ ตระกูลเจียงก็จะมั่งคั่งรุ่งเรืองไม่มีวันเสื่อมถอย…คุณนายเจียงกำลังคิดแผนเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในใจ โดยไม่ทันสังเกตว่า เสิ่นชิงก็กำลังพินิจพิเคราะห์เธออยู่เช่นกัน
เมื่อเห็นคุณนายเจียง เสิ่นชิง รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในใจ เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา ใบหน้าของคุณนายเจียงกลับฟื้นคืนสภาพแล้ว
รอยย่นที่หางตาหายไป ผิวเต่งตึงเรียบเนียน ทั้งตัวดูอิ่มเอิบราวกับลูกท้อสุกงอม
ไม่แปลกใจเลยที่ยาย้อนวัยนี้จะทำให้ผู้คนแห่แหนกันเข้ามา
เจียงเหมียวเหมียวมองดูเสิ่นชิง ราวกับมองไอดอล ดวงตาเต็มไปด้วยประกาย
ทันทีที่เสิ่นชิงเข้ามาในห้อง เจียงเหมียวเหมียวก็ดึงตัวเสิ่นชิงพาไปดูถ้วยรางวัลต่าง ๆ ที่เธอได้รับมา
“เมื่อฉันโตขึ้น ฉันก็อยากเป็นเหมือนพี่เสิ่นชิง เป็นอัยการที่ปราบปรามความชั่วร้ายเพื่อประชาชน!” เจียงเหมียวเหมียวพูดพลางยืดอกเล็ก ๆ ของเธอ
“โอ้โห ถ้าพ่อของลูกได้ยินคงเสียใจแย่เลย ก่อนหน้านี้ลูกไม่ได้บอกหรอกเหรอว่า เมื่อโตขึ้นอยากเป็นเหมือนพ่อ เป็นนายกเทศมนตรีที่ดีน่ะ?”
คุณนายเจียงแซวลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง ดวงตาทั้งสองข้างโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
เสิ่นชิงบ่นอยู่ในใจเงียบ ๆ เจียงเฉิงอาจไม่ใช่ นายกเทศมนตรีที่ดีหรอก ถ้าเหมียวเหมียวเป็นเหมือนพ่อของเธอ คงจะเสียคนไปด้วยเหมือนกัน
“พอเถอะเหมียวเหมียว ลูกควรไปทำการบ้านช่วงปิดเทอมฤดูหนาวได้แล้ว ใกล้จะเปิดเทอมแล้วนะ ลูกทำการบ้านช่วงปิดเทอมฤดูหนาวไปได้แค่ไหนกัน?”
คุณนายเจียงส่งลูกสาวออกไป จากนั้นก็แอบส่งข้อความไปหาหลานชายเจียงหมิง ให้เขารีบมาที่นี่โดยด่วน
เจียงหมิงพอได้ยินว่าเสิ่นชิงมา ก็นึกถึงงานเลี้ยงครั้งก่อนทันที
ครั้งที่แล้วเขาทำตัวน่าอายต่อหน้าเสิ่นชิง ตอนนี้แค่ได้ยินชื่อของเสิ่นชิง เขาก็อยากหลีกเลี่ยงไปเลย
ไม่ว่าคุณนายเจียงจะพูดดีพูดร้ายอย่างไร เจียงหมิงก็ไม่ยอมมา ทำให้คุณนายเจียงโมโหจนด่าออกมาว่า “ไอ้ขี้ขลาด! อ่อนแอ! ไม่มีน้ำยา!”
อย่างไรก็ตาม คุณนายเจียงก็ล้มเลิกความคิดเรื่องเจียงหมิงอย่างรวดเร็ว และรีบเชิญหนุ่ม ๆ ตระกูลเจียงหลายคนมาที่บ้าน
สำหรับเธอแล้ว เธอไม่สนใจหรอกว่าใครจะได้ เสิ่นชิงไป ขอแค่เป็นคนในตระกูลเจียงก็พอ
เสิ่นชิงแกล้งทำเป็นไม่รู้เจตนาของคุณนายเจียง จิบน้ำชาแล้วถอนหายใจพูดว่า
“คุณนายคะ ช่วงนี้ฉันเดินทางไปทำงานต่างเมืองตลอด ทำงานดึก ๆ ผิวพรรณก็แย่ลงไปมาก
ฉันอิจฉาคุณนายจริง ๆ ที่ดูแลตัวเองได้ดีขนาดนี้ ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส คุณมีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่าคะ?”
คุณนายเจียงรู้สึกปลื้มปริ่มที่ได้รับคำชม แต่เธอก็รู้ดีว่ามีบางสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของยาย้อนวัย
เธอไม่ได้โง่ ตราบใดที่เสิ่นชิงยังไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเจียง เธอจะไม่เปิดเผยอะไรทั้งสิ้น
คุณนายเจียงยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าวว่า “อาจจะเป็นเรื่องของพันธุกรรมก็ได้ แม่และย่าของฉันก็แก่ช้า คนอายุเจ็ดสิบแปดสิบปี ดูไม่ต่างอะไรกับคนอายุห้าสิบปีเลย”
เสิ่นชิงหัวเราะตาม “งั้นฟ้าดินคงเมตตาคุณเป็นพิเศษจริง ๆ ค่ะ”
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน แม่บ้านของตระกูลเจียงก็นำช่อดอกไม้ที่เสิ่นชิงนำมาไปจัดใส่แจกัน
ดอกลิลลี่ที่เสิ่นชิงนำมามีสภาพดีมาก สวยสง่า มีกลิ่นหอมชวนดม
แม่บ้านโยนดินที่ติดมากับดอกลิลลี่ลงถังขยะ เสิ่นชิงแอบชำเลืองมองเข้าไปในถังขยะอย่างไม่ตั้งใจ
ในดินที่ถูกโยนทิ้งลงถังขยะนั้น มีเครื่องดักฟังขนาดเล็กซ่อนอยู่