สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 282 ทำไมถึงต้องหลอกเขาด้วย
บทที่ 282 ทำไมถึงต้องหลอกเขาด้วย
หลังจากเสิ่นชิงเข้าโรงพยาบาล ข่าวที่เธอได้รับบาดเจ็บและหมดสติก็ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ทันที พร้อมกับข่าวของลู่เย่ด้วย
นักท่องเที่ยวที่ได้รับการช่วยเหลือต่างพากันชื่นชม ลู่เย่ว่าเป็นวีรบุรุษ พวกเขาเล่าให้สื่อฟังอย่างละเอียดว่า ลู่เย่กระโดดไปมาบนที่สูงเพื่อช่วยคนจากเพลิงไหม้และน้ำได้อย่างไร
คู่แม่ลูกเฮร่าที่ได้รับการช่วยเหลือจากลู่เย่ ก็แสดงความขอบคุณไม่หยุดหย่อนต่อหน้ากล้อง
แม่ของเฮร่าพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น “เขาช่วยชีวิตพวกเรา แต่กลับไม่สามารถช่วยเพื่อนของตัวเองได้…”
ในชั่วพริบตา ภาพลักษณ์ของชาวจีนก็กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในใจของประชาชนชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์
ในตึกใหญ่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากสวนสนุก ซุนเจ๋อกำหนังสือพิมพ์ไว้แน่น ใบหน้าซีดเซียวด้วยความโกรธ
หนังสือพิมพ์รายงานว่า เสิ่นชิงตอนนี้พ้นจากอันตรายแล้ว แต่ยังคงอยู่ในภาวะโคม่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้น
“บ้าชะมัด! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้!”
ซุนเจ๋อโกรธจนต้องโทรศัพท์สั่งให้ลูกน้องไปซ้อมชายใส่แว่นกรอบดำที่ติดตั้งระเบิดอีกครั้ง
หลังจากระบายความโกรธแล้ว ซุนเจ๋อก็สงบลง เขารู้สึกทันทีว่า นี่เป็นโอกาสดีที่จะจับตัวเสิ่นชิง
ดังนั้น เขาจึงรีบจัดการให้ลูกน้องแอบเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อสำรวจ และวางแผนที่จะลักพาตัวเสิ่นชิงที่กำลังหมดสติไปอย่างเงียบ ๆ ในคืนที่มืดมิดนี้
โรงพยาบาลเบลารุส
ลู่เย่อยู่เฝ้าเสิ่นชิงในห้องพักคนไข้ตลอด จนกระทั่งตีสอง เขาจึงเผลอหลับไปที่ข้างเตียง
วันนี้ลู่เย่ใช้พลังกายและใจไปไม่น้อย แค่อารมณ์ที่ผันผวนขึ้นลงก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว
“เอี๊ยด…”
ในความมืด ประตูห้องพักคนไข้เปิดออกเล็กน้อย มีเงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ หลายคนเคลื่อนไหวอยู่ที่ขอบประตู
แม้ว่าลู่เย่จะหลับลึก แต่เมื่อมีคนย่างเท้าเข้ามาในห้อง เขาก็ตื่นขึ้นมาอย่างระแวดระวังทันทีแต่เพื่อให้รู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน ลู่เย่ไม่ขยับตัวนอนคว่ำอยู่ข้างเตียงแกล้งหลับต่อไป
จากที่มืดมีเสียงแหบต่ำดังขึ้น
“พวกนายสองคนรับผิดชอบจัดการผู้ชายคนนี้ คุณซุนบอกว่า ถ้าเจอเขา ให้รัดคอให้ตายเลย”
“ส่วนผู้หญิงบนเตียงนั่น ให้ใส่กระสอบลากไป คุณซุนต้องการตัวเป็น ๆ”
เมื่อเงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ หลายคนคลานเข้ามาใกล้เตียงคนไข้ ลู่เย่ลืมตาขึ้นทันที แต่ในตอนนั้นเอง มีเสียงดังกริ๊กอย่างชัดเจนมาจากความมืด
กริ๊ก
ไฟในห้องเปิดขึ้น
ห้องที่มืดสนิทกลายเป็นสว่างจ้าในพริบตา
“การมาเยี่ยมคนไข้ตอนกลางคืน ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมนักนะ…”
เสียงใสกังวานดังขึ้นในห้องภายใต้แสงสว่างจ้าของหลอดไฟไส้ เสิ่นชิงนั่งอยู่บนเตียง เธอยื่นครึ่งตัวออกไป มือข้างหนึ่งวางอยู่บนสวิตช์ไฟ
ลู่เย่งุนงงมองไปที่เสิ่นชิงอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ตอนนี้เขาถึงรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นการแสดงละคร
เมื่อเห็นลู่เย่มีสีหน้างุนงงสับสน ดวงตาของเสิ่นชิงก็แวบผ่านความประหลาดใจเช่นกัน แต่เธอก็รีบควบคุมอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเสิ่นชิงปลอดภัยดี พวกโจรก็งุนงงเช่นกัน แต่พวกเขาก็รีบตั้งสติได้ทันที “แย่แล้ว! พวกเราถูกหลอก!”
หัวหน้าแก๊งยื่นมือเข้าไปในกระเป๋า หมายจะแจ้งข่าวให้ซุนเจ๋อทราบ
เสิ่นชิงจ้องเขม็งชี้ปืนไปที่ศีรษะของเขา “อย่าขยับ! ยกมือขึ้น!”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าวุ่นวายก็ดังขึ้นในทางเดิน
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ตำรวจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ติดอาวุธครบมือหนึ่งหน่วยเล็ก ๆ ก็ล้อมห้องพยาบาลไว้
พวกโจรตกใจ พวกเขามองไปที่หน้าต่าง กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทันที หวังจะหนีออกไปทางหน้าต่าง แต่ลู่เย่มีความเร็วมากกว่าพวกเขา เขาใช้ท่ากวาดขาเตะโต๊ะล้ม ทำให้ผู้ร้ายบนโต๊ะล้มลงบนพื้น
ตำรวจจากด้านนอกรุมเข้ามา จับกุมพวกโจรลงกับพื้น
เพื่อไม่ให้ข่าวรั่วไหล ตำรวจไม่ได้พาผู้ร้ายออกไป แต่พาไปสอบสวนที่ห้องพักข้าง ๆ โดยตรง
สำหรับการก่อเหตุเป็นกลุ่มแบบนี้ ต้องมีคนคอยเฝ้าระวังอยู่ข้างนอกแน่นอน ถ้าจับคนอย่างโจ่งแจ้ง คนที่คอยเฝ้าระวังก็จะรายงานไปยังผู้อยู่เบื้องหลังทันที
ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะทำให้ตื่นตัวไปหมด
หลังจากตำรวจและผู้ร้ายออกไปแล้ว ในห้องก็เหลือแค่เสิ่นชิงและลู่เย่สองคน
รู้ว่าตัวเองถูกหลอกลู่เย่ ไม่พูดอะไรเลย แค่กอดเสิ่นชิงเข้าไปในอ้อมกอด
เสิ่นชิงร่วมมือกับตำรวจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์วางแผนกับดัก
เสิ่นชิงตั้งใจให้สื่อเผยแพร่ข่าวว่าตัวเองหมดสติไม่ฟื้น ถ้าคนที่พยายามฆ่าเธอรู้ว่าเธอไม่ตาย พวกเขาก็จะส่งคนแทรกซึมเข้ามาในโรงพยาบาลเพื่อลอบสังหารอีกครั้งแน่นอน
คิดถึงว่าตัวเองถูกหลอกอย่างหนัก ลู่เย่รู้สึกไม่สบายใจเลย การหลอกคนอื่นก็แย่พออยู่แล้ว แต่ทำไมถึงต้องหลอกเขาด้วย
ด้วยเหตุนี้ ลู่เย่จึงแก้แค้นด้วยการกอดเสิ่นชิงแน่นจนเกือบจะทำให้เอวบางของเธอหักเป็นสองท่อน
“โอ๊ย…เจ็บ! ปล่อยฉันนะ นายกำลังทำอะไรน่ะ?” เสิ่นชิงผลักลู่เย่อย่างไม่พอใจ
ลู่เย่ก้มหน้าพูดอย่างหงุดหงิด “ฉันกำลังลงโทษเธอ”
เสิ่นชิงไม่เข้าใจจึงเงยหน้าถาม “ทำไมนายถึงต้องลงโทษฉัน?”
ดวงตาของลู่เย่แดงก่ำ “เพราะเธอหลอกฉัน ฉันคิดจริง ๆ ว่าเธอเป็นอะไรไป หัวใจฉันแทบสลาย มันเจ็บมากเลย”
เสิ่นชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ พูดว่า “นายไม่ได้เห็นข้อความที่ฉันส่งให้หรอกเหรอ?”
คราวนี้เป็นดวงตาของลู่เย่ที่งงงวย เขาถามอย่างประหลาดใจ “ฮะ? ข้อความอะไร?”
ตั้งแต่เสิ่นชิงเกิดเรื่อง เขาก็อยู่เฝ้าข้าง ๆ เสิ่นชิงตลอด ไม่ได้ไปดูโทรศัพท์เลย
ตอนนี้พอได้ยินเสิ่นชิงพูดแบบนี้ ลู่เย่จึงรีบเปิดโทรศัพท์ แล้วก็เห็นข้อความที่เสิ่นชิงส่งมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ในทันทีที่เปิดข้อความ ลู่เย่ก็ชะงักค้าง
ที่แท้เสิ่นชิงได้บอกแผนให้เขารู้ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาไม่เห็น
หลังจากลู่เย่จากไป เสิ่นชิงได้ยินเสียงแตกร้าวในห้องอีกครั้ง
เธอใช้อุปกรณ์ส่องสว่างของโดรนตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเพดานของห้องกระจกเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวเหมือนใยแมงมุม
รู้ว่าสถานการณ์ไม่ดี เสิ่นชิงจึงรีบติดต่อฮัลเมดันทันที ให้โดรนส่งร่มชูชีพมาให้
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน สถานการณ์เร่งด่วน การหาร่มชูชีพจึงใช้เวลาพอสมควร
โชคดีที่ในช่วงสุดท้าย โดรนส่งร่มชูชีพมาถึงมือของเสิ่นชิงได้ ในวินาทีที่ห้องโดยสารร่วงลงมา เสิ่นชิงก็ใช้ร่มชูชีพลงสู่พื้นดิน
ตอนนั้นลู่เย่อยู่บนอากาศ ควันหนาทึบบดบังภาพของเสิ่นชิงที่กระโดดร่ม
ดังนั้น ความเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้นเช่นนี้ หลังจากลงสู่พื้นดิน เสิ่นชิงได้ร่วมมือกับตำรวจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อวางแผนล่อตัวผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ออกมา
แผนการนี้ เสิ่นชิงได้เขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดในข้อความที่ส่งให้ลู่เย่
เมื่อลู่เย่ฟังจบ เขาก็ยืนนิ่งอยู่กับ ที่ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ที่แท้ตัวตลกก็คือตัวเขาเอง…
ทันใดนั้น ลู่เย่ก็เลียริมฝีปาก แล้วถามอย่างจนปัญญา “แล้วทำไมตอนที่ฉันร้องไห้เสียใจอยู่ในห้องพยาบาล เธอถึงไม่บอกฉัน?”
เสิ่นชิงชะงักไปครู่หนึ่ง “เอ่อ… ตอนนั้นฉันคิดว่านายกำลังแสดงละครไปกับฉัน”