สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 281 ลู่เย่หัวใจแตกสลาย
บทที่ 281 ลู่เย่หัวใจแตกสลาย
เมื่อลู่เย่เห็นเสิ่นชิงตกลงไปพร้อมกับห้องกระจก ลมหายใจของเขาก็หยุดชะงักไปด้วย
เสียงหึ่ง ๆ
เสียงแหลมสูงดังขึ้นในหู…
สมองของลู่เย่ว่างเปล่า นอกจากเสียงหึ่งในหู เขาไม่ได้ยินอะไรอีกเลย
เสียงหึ่งในหูเหมือนเข็มแหลมคมที่แทงทะลุเข้าไปในหัวของลู่เย่ ทำให้สมองของเขากลายเป็นโคลนเละ
“เสิ่นชิง!”
ลู่เย่โน้มตัวพาดราวกั้นของรถเครน ตะโกนลงไปข้างล่างอย่างสิ้นหวัง ควันหนาทึบด้านล่างบดบังสายตาของเขา ทำให้ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับเลือด
เขามองไม่เห็นอะไรเลย และไม่ได้ยินอะไรเลย
มีเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นผ่านหัวใจในอกซ้าย ลู่เย่ยกมือกดที่หัวใจที่เต้นรัวเหมือนถูกแทง แล้วทุบมันอย่างรุนแรงเกือบจะได้แล้ว! เกือบจะได้แล้ว!
ถ้าเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่านี้อีกนิด เสิ่นชิงก็จะไม่ตกลงไป
ตอนนี้ หัวใจของลู่เย่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เสียใจ และละอายใจ
เขากลืนน้ำลายลงคอ แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้ ราวกับว่าลำคอของเขาเต็มไปด้วยหนามแหลม ทั้งเจ็บทั้งแสบ จนพูดไม่ออก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ข้าง ๆ เห็นลู่เย่ทุบอกตัวเองอย่างทรมาน รีบเข้าไปจับตัวเขาไว้ แล้วปลอบใจด้วยภาษาจีนที่ไม่ค่อยคล่อง “เฮ้! พี่ชาย อย่าทำแบบนี้นะ…”
จากนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ใช้วิทยุสื่อสารสอบถามสถานการณ์บนพื้นดิน
เมื่อลู่เย่ได้ยินว่าเสิ่นชิงถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว ในสมองของเขาก็ขาดผึงในทันที เขาระเบิดเสียงคำรามด้วยความรู้สึกผิดและโกรธแค้น
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเห็นเหตุการณ์ รีบใช้วิทยุสื่อสารติดต่อกับพื้นดิน “หัวหน้าครับ ชายชาวจีนคนนี้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว ปล่อยเขาลงไปก่อนเถอะครับ!”
…
โรงพยาบาลเบลารุส
ไฟสีแดงในห้องผ่าตัดกะพริบวาบ ทั้งทางเดินเงียบสงัดไร้เสียง
ลู่เย่นั่งนิ่งอยู่นอกห้องผ่าตัด ริมฝีปากของเขาแห้งผาก ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือด ในหัวของเขาฉายภาพเงาสีขาวที่ร่วงหล่นลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อนึกถึงเสิ่นชิงที่ตอนนี้นอนอยู่ในห้องผ่าตัดอันเย็นเฉียบ หัวใจของเขาก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด เหมือนถูกเฉือนเนื้อทีละชิ้น
เขาวางมือลงบนหน้าอกด้านซ้าย ตรงนั้น หัวใจเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
“สวัสดีครับคุณ พวกเราเป็นนักข่าว ขอสัมภาษณ์คุณหน่อยได้ไหมครับ?”
นักข่าวชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พร้อมล่ามเดินมาหาลู่เย่ แล้วหันกล้องและไมโครโฟนมาทางเขา
“คุณครับ มีข่าวว่าคุณร่วมมือกับตำรวจดับไฟใหญ่ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวนับพันคนที่ติดอยู่บนชิงช้าสวรรค์ และยังเสี่ยงชีวิตช่วยแม่ลูกคู่หนึ่งด้วย
ตอนนี้คุณว่างไหมครับ? พวกเราอยากสัมภาษณ์คุณสักหน่อย”
ลู่เย่ไม่สนใจคำถามของนักข่าวเลย
เมื่อเห็นว่าลู่เย่ไม่มีปฏิกิริยา นักข่าวที่ไม่รู้จักอ่านสถานการณ์คนนี้ก็พูดซ้ำอีกครั้ง “คุณครับ? พวกเราเป็น…”
“ไสหัวไป!” รู้ว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาล ลู่เย่กดข่มความโกรธเอาไว้ แล้วคำรามเสียงต่ำด้วยเสียงที่แหบพร่า
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย สายตาน่ากลัวราวกับสัตว์ป่า แผ่รังสีฆ่าอันน่าสะพรึงกลัว
นักข่าวตกใจกับเสียงคำรามต่ำของลู่เย่ จนต้องถอยหลังหลายก้าว เขารู้สึกว่าถ้าพูดอีกแม้แต่ประโยคเดียว หัวของเขาคงจะถูกบิดออกทันที
เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ นักข่าวรีบแบกกล้องวิดีโอวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน! เขาคิดว่าวีรบุรุษทุกคนจะเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่คิดว่าคนนี้จะมีอารมณ์ร้อนขนาดนี้ ไม่ใช่คนที่จะยั่วโมโหได้ง่าย ๆ เลย
หลังจากไล่นักข่าวที่ไม่รู้จักกาลเทศะไปแล้ว ลู่เย่ก็กลับมานั่งเหม่อบนม้านั่งอีกครั้ง
ตามปกติแล้วตอนนี้เขาควรจะอยู่บนเครื่องบิน แต่หลังจากที่กองทัพได้ยินเรื่องสถานการณ์ที่นี่ ก็ยกเว้นกฎให้เขาลาหยุดสองวัน
ไฟในห้องผ่าตัดเปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างกะทันหัน ลู่เย่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองไปที่ห้องผ่าตัดด้วยความกระวนกระวายใจ
ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดสองคนในชุดกาวน์เดินออกมา พวกเขาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูเหนื่อยล้ามาก ลู่เย่รีบคว้าตัวหมอเพื่อสอบถามอาการของเสิ่นชิง
แต่เนื่องจากติดขัดด้านภาษา ลู่เย่จึงทำได้เพียงคาดเดาเนื้อหาการสนทนาจากสีหน้าและท่าทางของหมอเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก
ลู่เย่หันกลับไปมอง พยาบาลหลายคนกำลังเข็นเตียงคนไข้ออกมาจากห้องผ่าตัด แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงกลับถูกคลุมด้วยผ้าขาว
ในชั่วขณะนั้น เลือดทั่วร่างของลู่เย่แข็งตัวทันที ร่างกายเย็นเฉียบราวกับตกลงไปในห้องเย็น
“เสิ่นชิง?”
เสียงของลู่เย่สั่นเครือ สายตาว่างเปล่าและแตกสลาย ในช่วงเวลานั้น หัวใจของเขาเหมือนหยุดเต้น
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเดินไปที่ข้างเตียงคนไข้ได้อย่างไร
ลู่เย่ยื่นมือที่สั่นเทาไปที่ผ้าขาว ขณะที่เขากำลังจะเปิดผ้าขาวออก ชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แปลกหน้าหลายคนก็พุ่งเข้ามาที่ข้างเตียงและร้องไห้โฮออกมา
ลู่เย่ไม่เข้าใจภาษาอาหรับ แต่เขารู้สึกว่า ภาพตรงหน้านี้ช่างไม่น่าเชื่อเอาเสียเลย ในขณะที่ลู่เย่กำลังสงสัย ชายชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่กำลังร้องไห้โฮอยู่ข้างเตียงได้ดึงผ้าขาวออกโดยไม่ตั้งใจ
คนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ใช่เสิ่นชิง แต่เป็นชายชราชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ลู่เย่งุนงงไปชั่วขณะ
ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงพยาบาลเบลารุส ลู่เย่พยายามอธิบายทั้งพูดทั้งทำท่าทางประกอบ จนในที่สุดพยาบาลสาวก็เข้าใจความหมายของเขา
พยาบาลสาวใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาบอกลู่เย่ว่า “ครึ่งชั่วโมงก่อน ผู้บาดเจ็บที่ส่งมาจากสวนสนุกอยู่ที่ห้อง 809 ในโซนตะวันออก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เย่ก็รีบวิ่งไปยังห้อง 809 โซนตะวันออกอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดว่า ทำไมคนในทีมกู้ภัยถึงได้โกหกเขาว่า เสิ่นชิงอยู่ในห้องผ่าตัดนั้น
ระยะทางจากโซนตะวันตกไปโซนตะวันออกของโรงพยาบาลมีถึง 800 เมตร แต่ลู่เย่ใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้นก็ไปถึงที่หน้าประตูห้องผู้ป่วย เขาสูดหายใจลึก ๆ แล้วผลักประตูเข้าไป
เสิ่นชิงผมสยายกระจาย นอนอยู่บนเตียงคนไข้ราวกับเจ้าหญิงนิทรา ใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากไร้สีเลือด
แสงไฟสีขาวนวลส่องลงบนใบหน้าของเสิ่นชิง ทำให้ผิวของเธอดูขาวราวกับหิมะ
เสิ่นชิงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ศีรษะพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนา ดูราวกับตุ๊กตาเซรามิกที่บริสุทธิ์ไร้ที่ติ แค่แตะนิดเดียวก็อาจแตกสลาย
เมื่อเห็นว่าสัญญาณชีพของเสิ่นชิงคงที่ หัวใจของลู่เย่ที่เต้นระรัวมาตลอดก็กลับเข้าที่
ดีจัง ยังมีชีวิตอยู่…
นึกถึงเตียงคนไข้ที่คลุมด้วยผ้าขาวเมื่อครู่ ลู่เย่ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ถ้าคนที่นอนอยู่ข้างในนั้นเป็นเสิ่นชิงจริงอ ๆ เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร
ลู่เย่ค่อย ๆ ยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มอุ่น ๆ ของเสิ่นชิง “ขอโทษนะ เป็นความผิดของฉันเองที่ปกป้องเธอไม่ดีพอ…”
ตอนนั้น พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังกังวานในห้องโดยสารหมายเลข 999 แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบรอยแตกร้าวทันทีหลังจากนั้น ห้องโดยสารหมายเลข 998 ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงทำให้คิดว่าเสียงแตกร้าวนั้นมาจากห้องโดยสารหมายเลข 998
แต่ความจริงแล้ว ในเวลานั้น ส่วนบนของห้องโดยสารหมายเลข 999 ได้เกิดรอยแตกร้าวเป็นใยแมงมุมแล้ว เพียงแต่เนื่องจากแสงสว่างทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้
เมื่อมองดูสภาพที่หมดสติของเสิ่นชิง ลู่เย่รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาช่วยชีวิตคนมามากมาย แต่กลับไม่ทันได้ช่วยคนที่เขารักที่สุด
ลู่เย่ซบหน้าลงบนฝ่ามือของเสิ่นชิงอย่างลึกซึ้ง ทิ้งความอบอุ่นไว้บนฝ่ามือของเธอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลู่เย่ไม่รู้ก็คือในขณะที่เขาก้มหน้าลงนั้น ขนตาของเสิ่นชิงได้กะพริบเบา ๆ