สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 252 เรื่องที่คาดไม่ถึง (รีไรต์)
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 252 เรื่องที่คาดไม่ถึง (รีไรต์)
บทที่ 252 เรื่องที่คาดไม่ถึง (รีไรต์)
เสิ่นชิงวางสายทันทีแล้วรีบไปขอลาผู้อำนวยการหลี่สองวัน
เธอต้องรีบกลับไปหมู่บ้านสุ่ยวาทันที!
คุณย่าและอวี่หรานต้องไม่เป็นอะไรเด็ดขาด!
ที่หมู่บ้านสุ่ยวา จางซานเปียวนำทีมของเขาทำการค้นหาอย่างละเอียดในป่าเขา
เทือกเขาสุ่ยวาไม่ใช่ภูเขาลูกเดียว แต่เป็นชื่อเรียกรวมของเทือกเขาทั้งหมด
ที่นี่ภูเขาเชื่อมต่อกันเป็นทอด ๆ ยอดเขาต่อกับปลายเขา มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นเป็นคลื่นสลับกันไม่ขาดสาย
ในฤดูหนาวภูเขาโล้นเตียน หญ้ารกทอดตัวราบกับพื้น ใบไม้ก็ร่วงหล่นจนหมด ทำให้มองเห็นได้กว้างไกล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่กำลังตามหาเฉียวอวี่หราน
กลุ่มคนเหล่านี้ค้นหาไปทีละยอดเขา แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของคุณย่าเสิ่นชิงและเฉียวอวี่หราน
จางซานเปียวโทรศัพท์ไปหาคนที่เฝ้าอยู่ที่กระท่อม “ฮัลโหล? ยัยแก่นั่นกลับไปหรือยัง? เด็กผู้หญิงคนนั้นต้องอยู่กับยัยแก่แน่ ๆ”
“พี่จาง พวกเธอยังไม่กลับมาครับ”
จางซานเปียวตวาดเสียงเย็น “จำไว้! พอพวกเธอกลับมา แกต้องทำให้คนแก่สลบก่อน แล้วยัดเด็กใส่กระเป๋าเดินทาง”
“เข้าใจแล้วครับ!”
จางซานเปียวเพิ่งวางสายไป ก็มีลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “พี่จาง พวกเราพบเต็นท์หลังหนึ่งที่ไหล่เขาฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนจะมีคนอยู่ข้างใน”
จางซานเปียวพอได้ยินก็เกิดประกายแห่งความยินดีในดวงตาทันที เขาโบกมือ “ไป พวกเราค่อย ๆ ล้อมเข้าไป!”
2 ชั่วโมงต่อมา
จางซานเปียวนำลูกน้องสองสามคนค่อย ๆ บุกเข้าใกล้เต็นท์ คนในเต็นท์ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีอันตรายเข้ามาใกล้
จางซานเปียวทำสัญญาณมือให้บุกเข้าโจมตี
ลูกน้องหลายคนรีบวิ่งเข้าไปในเต็นท์ทันที กดตัวคนที่อยู่ข้างในให้นอนราบกับพื้น
“เฮ้ย! พวกแกทำอะไรน่ะ!”
ในขณะนั้นเอง มีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาจากอีกทิศทาง
พวกเขาเห็นจางซานเปียวบุกเข้ามาในที่ตั้งเต้นท์ของตัวเอง แถมยังกดเพื่อนของพวกเขาลงกับพื้น จึงลงมือต่อสู้กับพรรคพวกของจางซานเปียวทันที
ท่ามกลางความวุ่นวาย จางซานเปียวเห็นว่าคนในเต็นท์เป็นผู้ชาย เขาจึงรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด เขารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงและตะโกนเสียงดัง “เข้าใจผิด! เข้าใจผิด! ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิด!”
ชายที่สวมหมวกท่องเที่ยวคว้าตัวจางซานเปียวเอาไว้แน่น แล้วตวาดด้วยความโกรธว่า
“เข้าใจผิดอะไรกัน? พวกเราตามหลังพวกนายมานานแล้ว เห็นว่าพวกนายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง บอกมาตามตรง พวกนายกำลังหาอะไรกันแน่?”
คนที่สวมหมวกท่องเที่ยวก็คือคนในกลุ่มทัวร์นั้นนั่นเอง สองกลุ่มนี้มาเจอกันเข้าพอดี
บังเอิญจริง ๆ ที่ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างก็มาเพื่อตามหาเฉียวอวี่หราน แต่ว่าต่างคนต่างมีเจ้านายของตัวเอง
จางซานเปียวรู้ว่า เรื่องการตามหาเฉียวอวี่หรานนั้นไม่สามารถพูดออกไปได้ จึงตอบว่า “พวกเราเป็นทีมสำรวจธรณีวิทยา พวกเรากำลังตามหาพืชหายากชนิดหนึ่ง พวกคุณกำลังตามหาอะไรล่ะ?”
ชายสวมหมวกได้ยินดังนั้น จึงปล่อยมือจากปกเสื้อของจางซานเปียว แล้วบิดคอพลางพูดว่า “พวกเราไม่ได้ตามหาอะไร พวกเราเป็นแค่นักท่องเที่ยวธรรมดา”
ทั้งสองคนแน่นอนว่าไม่ได้เชื่อคำพูดของอีกฝ่าย พวกเขาใช้สายตาตรวจสอบ มองสำรวจอีกฝ่ายหลายครั้ง
เวลาผ่านไปนาน ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าไม่สามารถล้วงความลับจากอีกฝ่ายได้ จึงค่อย ๆ แยกย้ายกันไปอย่างเงียบ ๆ
จางซานเปียวหันตัวแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา โทรไปยังหมายเลขหนึ่ง “คุณหลี นอกจากพวกเราแล้ว ดูเหมือนจะมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังตามหาเฉียวอวี่หรานเช่นกัน”
ปลายสายโทรศัพท์ ลู่หลีขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “พวกนายอย่าเปิดเผยตัวตน รีบจับตัวเฉียวอวี่หรานให้เร็วที่สุด”
จางซานเปียวพยักหน้า “เข้าใจแล้ว!”
หลังจากจางซานเปียวและคนอื่น ๆ จากไป ชายสวมหมวกก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรออก
“พี่ไห่ พวกเราเจอกลุ่มคนบนภูเขา ดูเหมือนพวกเขาก็กำลังตามหาเฉียวอวี่หรานเช่นกัน พวกเขามีคนมากกว่าพวกเรา พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
ไห่ตงชิงได้ยินรายงานจากน้องชาย แววตาของเขาเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ
เขาพ่นควันบุหรี่เป็นวงกลมอย่างช้า ๆ แล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว พวกนายไม่ต้องตามหาอีก แค่ติดตามพวกเขาไปก็พอ
เมื่อพวกเขาหาเฉียวอวี่หรานเจอ พวกนายก็แค่ทำตัวเหมือนตั๊กแตนจับจักจั่น นกกระจอกคอยอยู่ข้างหลัง”
ชายสวมหมวกเข้าใจความหมาย เขาหรี่ตาลงแล้วตอบว่า “ได้ครับ พี่ไห่!”
ท้องฟ้าในหุบเขามืดลงอย่างรวดเร็ว เพียงแค่สี่โมงครึ่ง ท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมด้วยม่านสนธยาแล้ว
อุณหภูมิก็เริ่มลดลงด้วย คนที่ทำกิจกรรมในป่าเริ่มรู้สึกชาที่มือและเท้า
จางซานเปียวสั่งให้คนจุดคบไฟ แล้วยังคงค้นหาต่อไปในภูเขา
ในหลุมหลบภัย คุณย่าเสิ่นชิงมองถุงขนมปังที่สุนัขล่าเนื้อคาบกลับมาด้วยท่าทางครุ่นคิด
ดูเหมือนว่า กลุ่มคนเหล่านั้นคงอยู่แถวนี้แล้ว
สุนัขล่าเนื้อทั้งหลายเชื่อฟังดี ไม่ได้เห่าอย่างไร้ระเบียบ
คุณย่ามองดูเฉียวอวี่หรานที่นอนหลับอยู่บนเตียงแวบหนึ่ง จากนั้นจึงสั่งให้สุนัขล่าเนื้อหลายตัวเฝ้าอยู่ในถ้ำ
ทันทีหลังจากนั้น เธอสะพายปืนล่าสัตว์ พาสุนัขล่าเนื้อหนึ่งตัวออกจากหลุมหลบภัย
ในทางเดินของหลุมหลบภัยมีประตูเหล็กอยู่บานหนึ่ง คุณย่าล็อกมันไว้ตอนที่ออกมา เธอกลัวว่าเฉียวอวี่หรานจะตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย
เมื่อคุณย่าออกมาจากหลุมหลบภัย โทรศัพท์มือถือก็มีสัญญาณ เธอจึงได้รับข้อความตอบกลับหลายข้อความจากเสิ่นชิง “คุณย่า พวกทีมสำรวจนั่นเป็นตัวปลอม พวกคุณต้องระวังนะ!”
“คุณย่า หนูสืบมาแล้ว พวกทีมสำรวจนั่นออกเดินทางมาจากเมืองหางโจว พวกเขาได้สอบถามเรื่องของเฉียวอวี่หรานในหมู่บ้าน พวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาเฉียวอวี่หรานโดยเฉพาะ”
“คุณย่า หนูแจ้งตำรวจแล้ว พวกคุณไม่ต้องกลัวนะ ตำรวจจะมาถึงในไม่ช้า ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าปะทะกับพวกเขาเด็ดขาด”
คุณย่าอ่านข้อความสั้น ๆ ของเสิ่นชิงจบแล้ว ก็ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือทันที จากนั้นตอบกลับว่า “ได้ ย่าซ่อนอวี่หรานไว้ในหลุมหลบภัยแล้ว ตอนนี้เธอปลอดภัยดี หลานสาวไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
หลังจากตอบข้อความเสร็จ คุณย่าก็พาสุนัขล่าเนื้อหายไปในความมืดของราตรีอย่างสิ้นเชิง
จางซานเปียวรู้ว่าคุณย่าไม่ได้กลับบ้าน เขาจึงคิดว่าเธอคงได้ยินข่าวและหลบซ่อนตัวไปแล้วแน่นอน
ตอนกลางคืนบนภูเขาหนาวมาก สถานที่ที่สามารถซ่อนคนได้ก็มีแต่ถ้ำเท่านั้น
ดังนั้นจางซานเปียวและคนอื่น ๆ จึงถือคบไฟเริ่มออกค้นหาถ้ำบนภูเขา
แต่ว่าบนภูเขานั้นมีถ้ำน้อยใหญ่มากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาค้นหามานาน แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่พวกเขาค้นหานั้น อยู่ไม่ไกลจากที่หลบภัยที่เฉียวอวี่หรานอยู่
จางซานเปียวและคณะเดินจนเหนื่อย จึงหลบเข้าไปพักในถ้ำแห่งหนึ่ง
หลายคนนั่งลงบนพื้น กินเนื้อวัวแห้ง ดื่มเหล้าไปพลางผิงไฟไปพลาง
จางซานเปียวเปิดกระติกเหล้าที่พกติดตัวมา แหงนหน้าดื่มหลายอึก
แต่ยังไม่ทันได้ดื่มจนพอใจ สิ่งของสีดำมืดชิ้นหนึ่งก็พุ่งมากระแทกใบหน้าของเขาอย่างกะทันหัน
จู่ ๆ วัตถุหนักก็ตกลงมากระแทกจางซานเปียวจนตาพร่าไปหมด
เขาเอื้อมมือไปคว้า พบว่าสิ่งที่ตกลงมาบนตัวเขากลับเป็นหมีดำตัวเล็กขนฟูฟ่อง
หมีดำตัวน้อยดูเหมือนเพิ่งตื่นนอน มันลืมตาดำกลมโตมองทุกคนอย่างงุนงง
“โอ้โห! ลูกหมีตัวนี้ตกลงมาจากไหนกัน?”
“เดี๋ยวนะ หนังหมีดูเหมือนจะมีราคาดีนะ ถึงหมีตัวนี้จะเล็ก แต่น่าจะขายได้ราคาดีเหมือนกัน”
“ฮ่า ๆ ๆ นี่มันโชคลาภที่ไม่คาดคิดจริง ๆ!”
พวกเขาหลายคนยกลูกหมีขึ้นมา แล้วพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับราคาของหนังหมี
แต่สีหน้าของจางซานเปียวกลับซีดลงทันที เพราะเขาได้ยินเสียงคำรามดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ามาจากนอกถ้ำ