สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 185 พละกำลังที่เพิ่มขึ้นของเสิ่นชิง
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 185 พละกำลังที่เพิ่มขึ้นของเสิ่นชิง
บทที่ 185 พละกำลังที่เพิ่มขึ้นของเสิ่นชิง
“เร่าร้อนเร้าใจ! อัยการสาวออนไลน์ยั่วยวน”
หลี่เฉียงเสยผมขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้มเยาะใส่เสิ่นชิง “หัวหน้าเสิ่น คุณคิดว่าชื่อนี้เป็นยังไงบ้าง?”
เสิ่นชิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองหลี่เฉียงอย่างเย็นชา “ไม่เห็นจะดีตรงไหน ไม่ถึงกับน่าตื่นเต้น แกยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าแผนกข่าวช็อกของ UC ได้เลย”
เสิ่นชิงพูดพลางลองขยับข้อมือ
เชือกที่มัดด้านหลังเริ่มหลวมแล้ว เธอแค่ออกแรงนิดหน่อยก็จะหลุดจากพันธนาการได้
แต่เสิ่นชิงรู้ดีว่า ถ้าเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ตรง ๆ เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้
ดังนั้น เธอต้องรอจังหวะที่เหมาะสม
“ปากแข็งจริง ๆ เดี๋ยวจะให้ขอร้องเอง”
หลี่เฉียงโบกขวดในมือ แล้วหัวเราะคิกคัก
ยาปลุกเร้าอารมณ์นี้เป็นสิ่งที่เขาเพิ่งซื้อมาจากตลาดมืด
ฤทธิ์ของยานั้นรุนแรงมาก
เดี๋ยวสถานการณ์คงจะเดือดแน่ ๆ
เสิ่นชิงเห็นรอยยิ้มลามกบนใบหน้าของชายคนนั้น ดวงตาเย็นชาลง กล่าวอย่างดูถูกว่า “ฮึ พวกแกจัดการผู้หญิงก็มีแค่วิธีการแบบนี้เท่านั้นแหละ”
“หลี่เฉียง” ยักไหล่ พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “เจ้านายของพวกเราบอกว่าทำแบบนี้มันสะใจกว่า ถ้าฆ่าเธอทิ้งเลยก็ง่ายเกินไป”
เสิ่นชิงในฐานะอัยการ ถ้าถูกถ่ายวิดีโอแบบร้อนแรงจริง ๆ
แม้ว่าเธอจะเป็นผู้เสียหาย แต่ก็อาจจะถูกพักงานหรือโยกย้ายตำแหน่งเพราะสร้างผลกระทบในแง่ลบ
ไม่ต้องพูดถึงว่า ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายในปัจจุบัน วิดีโอแบบนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนไหนก็ตามเสียชื่อเสียงได้
รู้ถึงเจตนาอันชั่วร้ายของอีกฝ่าย เสิ่นชิงก็หัวเราะเยาะแล้วพูดว่า
“ฉันว่าเจ้านายของพวกแกโง่พอสมควร การลบหลู่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการท้าทายหน้าตาของประเทศ พวกแกจะต้องรับผลกรรมแน่นอน”
ในใจเสิ่นชิงก็กำลังคาดเดาว่า ครั้งนี้ใครกันแน่ที่ลงมือทำเรื่องชั่วร้าย
ตระกูลจาง? ตระกูลเฉียว? หรือว่าบริษัทอี้ซิง?
แต่คนที่สามารถยื่นมือเข้ามาในเมืองหลวงได้ น่าจะมีแค่ตระกูลจูเท่านั้น
แต่จูอวี้ชิงก็แสดงท่าทีขอโทษดีมาก ทำตัวเหมือนคนที่ปล่อยวางและมองโลกในแง่ดี ไม่เหมือนคนที่แค้นเคืองอะไร
คิดถึงตรงนี้ เสิ่นชิงก็ส่ายหัว
ไม่ถูก รู้หน้าไม่รู้ใจ
บางทีจูอวี้ชิงคนนั้นอาจจะเป็นคนที่หน้าตาเหมือนพระโพธิสัตว์ แต่จิตใจโหดร้ายเหมือนงูพิษก็ได้
หลี่เฉียงมองนาฬิกาข้อมือ รอให้ยาออกฤทธิ์
ว่ากันว่ายาชนิดนี้ จะทำให้ผู้หญิงรู้สึกร้อนรุ่มทั่วร่างกายจนทนไม่ไหว ถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่รู้ตัว แล้วก็กระโจนเข้าหาผู้ชายเหมือนหมาบ้า
ผ่านไปสักพัก
ใบหน้าของเสิ่นชิงปรากฏรอยแดงระเรื่อ
หลี่เฉียงรู้สึกว่ายาน่าจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว จึงยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วเดินเข้าไปหาเธอ
เสิ่นชิงเป็นคนที่มีหน้าตาสวยอยู่แล้ว พอมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาบนใบหน้า ยิ่งดูงดงามเป็นที่สุด
ในตอนที่มือของหลี่เฉียงกำลังจะแตะตัวเสิ่นชิง เสิ่นชิงก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
หลี่เฉียงตกใจจนตัวสั่นเมื่อเห็นสายตาของเสิ่นชิง
ในวินาถัดมา เสิ่นชิงก็กระโดดถีบเข้าที่ท้องน้อยของชายคนนั้นอย่างแรง
สิ่งที่ทำให้เสิ่นชิงรู้สึกประหลาดใจก็คือ ชายคนนั้นถูกเธอถีบกระเด็นไปไกลถึงหนึ่งเมตร
นอกจากนี้ เธอรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังตื่นเต้น เลือดในร่างกายทั้งหมดกำลังสูบฉีด ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยพลัง
เสิ่นชิงรู้สึกสงสัยมาก
เธอกินยากระตุ้นอารมณ์ไม่ใช่เหรอ?
ทำไมรู้สึกเหมือนกินยากระตุ้นประสาทมากกว่า?
หลี่เฉียงก็ไม่คิดว่าเสิ่นชิงจะเตะเขาแรงขนาดนี้ออกมาอย่างกะทันหัน
เขากุมท้องน้อยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จ้องตาเบิกโพลงมองเสิ่นชิง
เสิ่นชิงรู้สึกว่าร่างกายของเธอเหมือนเข้าสู่สภาวะที่แปลกประหลาดมาก
เธอหูไวตาไว ความคิดแจ่มชัด จิตใจฮึกเหิม ทั้งร่างราวกับมีพลังที่ใช้ไม่มีวันหมด
แม้แต่บาดแผลที่ข้อมือก็ไม่เจ็บแล้ว
และไม่มีความรู้สึกเร่าร้อนทางกามารมณ์แต่อย่างใด
เสิ่นชิงสงสัยอย่างหนักว่าเธอเพิ่งดื่มยาปลอมเข้าไปหรือเปล่า…
ทันใดนั้น เสิ่นชิงออกแรงเบา ๆ ก็ทำให้เชือกที่เกือบจะขาดนั้นขาดสะบั้น
หลี่เฉียงแม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสิ่นชิง แต่ตอนนี้เขามีความคิดเพียงอย่างเดียว
นั่นคือต้องจับตัวเสิ่นชิงให้ได้ ไม่ให้เธอหนีไป!
ตอนนี้เสิ่นชิงมีพลังล้นเหลือทั่วร่างกาย หลังจากที่เธอสลัดข้อมือหลุดจากเชือก เธอก็คว้าเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วขว้างใส่หลี่เฉียงทันที
หลี่เฉียงรีบหลบอย่างรวดเร็ว เสิ่นชิงเห็นช่องว่างนี้ จึงเหยียบกองของรกรุงรัง กระโดดขึ้นไปบนชั้นวางของที่ซ้อนกันสูง
ถ้าข้ามกองของพวกนี้ไปได้ ก็จะถึงประตูใหญ่ของโกดังแล้ว
หลี่เฉียงเห็นดังนั้น จึงหันไปไล่ตามเสิ่นชิง เขาคว้าท่อเหล็กข้าง ๆ แล้วขว้างใส่เสิ่นชิงทันที
เมื่อได้ยินเสียงลมดังหวืดจากด้านหลัง เสิ่นชิงก็ย่อตัวลงต่ำ หลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
เธอคว้าของข้างตัวขึ้นมา แล้วขว้างใส่หลี่เฉียงทันที
หลังจากที่ของสิ่งนั้นตกลงพื้นจนส่งเสียงดัง เสิ่นชิงถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เธอเพิ่งขว้างออกไปคือบาร์เบล
เสิ่นชิงมองดูมือของตัวเอง แล้วจมอยู่ในภวังค์ความคิด
เมื่อก่อนเธอยกถังน้ำสองถังก็เหนื่อยแล้ว แต่ตอนนี้กลับโยนบาร์เบลที่หนักราวกับเป็นกระสอบทราย
โอ้โห นี่ไม่ใช่แค่กินยาปลอม นี่มันโกงเกินไปแล้ว…
เมื่อเห็นเสิ่นชิงจะหนี หลี่เฉียงก็ดึงมีดจากชั้นวางของ แล้วฟันใส่แผ่นหลังของเสิ่นชิงอย่างรุนแรง
เขารู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เสิ่นชิงหนีไปแบบนี้
คนที่จะเดือดร้อนต่อไปก็คือตัวเขาเอง
หลี่เฉียงถือมีดฟันอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทุกท่าล้วนเป็นการโจมตีเพื่อเอาชีวิต
เบื้องหลัง แสงมีดส่องประกาย กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันรุนแรง
ในช่วงเวลาคับขัน อะดรีนาลีนของเสิ่นชิงพุ่งสูง เลือดในร่างเดือดพล่าน
เธอคว้าท่ออะลูมิเนียมที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น แล้วฟาดสวนกลับไปตามแนวคมมีด
เสียงดังเอี๊ยด ประกายไฟกระเด็น
ท่อนอะลูมิเนียมในมือเสิ่นชิงหักทันทีตามเสียง มีดที่พัดพาด้วยแรงลมปะทะใบหน้าฟันลงมา
ถ้าปฏิกิริยาของเสิ่นชิงช้าไปอีกนิด ศีรษะคงถูกผ่าครึ่งไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าฟันไม่โดนเสิ่นชิงหลี่เฉียงก็ฟันอีกครั้งด้วยมืออีกข้าง
เสิ่นชิงหลบไปด้านข้าง มีดฟันโดนชั้นวางสินค้า
หลี่เฉียงพยายามดึงมีดออก แต่พบว่ามีดติดอยู่กับชั้นวางสินค้า ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน มีดก็ไม่ขยับเลย
เสิ่นชิงเห็นโอกาส คว้าโอกาสนั้นทันที เตะไปที่จุดอ่อนของหลี่เฉียงด้วยท่าตัดรากถอนโคน
“โอ๊ย!”
จุดอ่อนที่สุดของผู้ชายถูกโจมตี หลี่เฉียงเจ็บจนน้ำตาแทบไหล
ในขณะที่เขากำลังเอามือกุมหว่างขาโดยสัญชาตญาณ เสิ่นชิงก็รวดเร็วทันใจ ผลักชั้นวางสินค้าข้าง ๆ เขาให้ล้มลง
เมื่อเห็นว่าชั้นวางสินค้ากำลังจะพังลงมา หลี่เฉียงจำต้องทิ้งมีดและหันหลังวิ่งหนี
แต่ปฏิกิริยาของหลี่เฉียงก็ยังช้าไปหนึ่งจังหวะ เขาถูกชั้นวางสินค้าที่ล้มลงมากระแทกที่ไหล่
เสียงดังสนั่น ชั้นวางสินค้าพังทลาย ฝุ่นคลุ้งไปทั่วโรงงาน
เมื่อฝุ่นจางลง เสิ่นชิงพบว่าไม่มีร่างของหลี่เฉียงอยู่ใต้ชั้นวางสินค้า
หัวใจของเธอกระตุก เมื่อกำลังจะหันหลังหลี่เฉียงก็พุ่งออกมาบีบคอเธอทันที
ความรู้สึกหายใจไม่ออกใกล้ตายกลับมาอีกครั้ง
แต่ตอนนี้เสิ่นชิงกลับมีพลังไม่หมดสิ้น เธอหมุนตัวอย่างรวดเร็วแล้วต่อยเข้าที่ซี่โครงซ้ายของอีกฝ่าย
หลี่เฉียงเจ็บปวด ร่างกายทรุดลงทันที จนเผยจุดอ่อนที่ขมับให้เสิ่นชิงเห็น
เสิ่นชิงยกหมัดขึ้น แล้วต่อยเข้าที่ขมับของเขาโดยไม่ลังเล
ขมับของหลี่เฉียงถูกชก ร่างกายโงนเงนสองที จากนั้นศีรษะก็เอียงล้มลงกับพื้น
เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้มลง เสิ่นชิงรู้สึกโล่งอกในที่สุด
เธอพิงกำแพง หอบหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายยังคงสั่นเทาเพราะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินไป
ส่วนหลี่เฉียงที่นอนอยู่บนพื้นนั้นดูเหมือนคนตาย ไม่ขยับเขยื้อน หน้าอกก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว
เธอคงไม่ได้ทำร้ายเขาถึงตายใช่ไหม?
ในขณะที่เสิ่นชิงกำลังจะเข้าไปตรวจดูอาการบาดเจ็บ ขาทั้งสองข้างของเธอก็อ่อนแรงลง พลังทั้งหมดในร่างกายถูกดึงออกไปในพริบตา
ตามมาด้วยความรู้สึกวิงเวียนและไร้น้ำหนักที่พุ่งเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้น เสิ่นชิงก็ตาพร่ามัว และล้มลงกับพื้นทันที