สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 164 การเตะครั้งนี้ สร้างปัญหามหาศาล
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 164 การเตะครั้งนี้ สร้างปัญหามหาศาล
บทที่ 164 การเตะครั้งนี้ สร้างปัญหามหาศาล
เสิ่นชิงถูกลมกลางคืนพัดมาตลอดทาง กลิ่นเหล้าบนตัวเธอจางหายไปมากแล้ว
แต่บนใบหน้าของเสิ่นชิงยังคงมีสีแดงระเรื่อแต้มอยู่ เพิ่มความอ่อนหวานให้กับเธอ
เมื่อได้ยินคำถามของลู่เย่ เสิ่นชิงพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ ดื่มไปนิดหน่อย ก็ต้องสังสรรค์กันบ้าง ช่วยไม่ได้นี่คะ”
ลู่เย่ไม่ตอบ เพียงแค่มองเสิ่นชิงอยู่อย่างนั้น
ทั้งสองจ้องตากันเป็นเวลานาน
ในความมืดมิดและกว้างใหญ่ของราตรี พระจันทร์ดวงกลมสว่างลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ
โคมไฟข้างทางส่องแสงสลัวสีเหลืองนวล สาดส่องบนพื้นที่ปูด้วยหินกรวด ทอดเงายาวของทั้งสองคน
เสียงแมลงร้องระงมดังมาจากพุ่มหญ้าข้างทาง
ทันใดนั้น เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้น กะพริบตาแล้วถามว่า “คุณโกรธเหรอ?”
ลู่เย่พยักหน้าอย่างซื่อ ๆ “นิดหน่อย”
เสิ่นชิงเอียงคอมองเขาอย่างขบขัน
“คุณโกรธอะไร? ไม่ใช่โกรธที่ฉันไปดื่มเหล้ากับผู้ชายหลายคนหรอกนะ?”
ลู่เย่เม้มริมฝีปาก ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะพูดออกมาว่า “การดื่มเหล้าทำร้ายร่างกาย”
ลู่เย่ก็รู้ว่าการเลี้ยงรับรองในวงราชการไม่น้อยไปกว่าในวงการธุรกิจ แม้ในใจจะรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย แต่เขาก็เข้าใจ
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้น พยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม ต่อไปฉันจะดื่มให้น้อยลง”
เสิ่นชิงเอียงคอเล็กน้อย “นายมาหาฉันดึกขนาดนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
ลู่เย่เลิกคิ้ว “ฉันเป็นแฟนของเธอ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็มาหาเธอไม่ได้เหรอ?”
เสิ่นชิงมองหน้าบูดบึ้งของลู่เย่ แล้วหัวเราะพรืดออกมาทันที “แน่นอนว่าไม่ใช่หรอก”
เสิ่นชิงถาม “วันนี้นายเป็นอะไรไปกันแน่?”
เธอรู้สึกว่าลู่เย่ดูแปลก ๆ ไปนิดหน่อย
ลู่เย่เบือนสายตาไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่มาดูเธอเฉย ๆ”
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวันส่งผลกระทบไม่น้อยต่อลู่เย่
ในใจของเขา เสิ่นชิงเป็นคนที่เก่งมากและโดดเด่นมาก
ลู่เย่จู่ ๆ ก็รู้สึกด้อยขึ้นมา
จริง ๆ แล้ว นี่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ
ไม่ว่าคนเราจะเก่งแค่ไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบและใส่ใจ ก็มักจะรู้สึกหมดกำลังใจ
ในทางวิชาการเรียกสิ่งนี้ว่า “กระบวนการคิดเชิงเทิดทูน*[1]”
“ไม่ถูกต้อง ในใจนายต้องมีอะไรบางอย่างแน่ ๆ!”
เสิ่นชิงมองลู่เย่ เห็นแววตาหม่นหมองในดวงตาของเขา
ลู่เย่ถอนหายใจ “ฮือ ในอินเทอร์เน็ตต่างพูดกันว่าฉันเป็นลูกคุณหนูที่ถูกตามใจ เธอทั้งสวยทั้งเก่ง ฉันไม่คู่ควรกับเธอหรอก”
เสิ่นชิงได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาทันที
เธอนึกว่าจะเป็นเรื่องอะไรเสียอีก
ที่แท้ก็แค่นี้เอง?
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ?”
ลู่เย่แค่นเสียง “ฉันคิดว่าฉันเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก เธอไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบฉัน”
เสิ่นชิงยิ้มพลางพยักหน้า “แน่นอนอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ลู่เย่ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
คิ้วและดวงตาโค้งงอ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจยิ่ง
อีกด้านหนึ่ง
หวังต้าไห่กลับถึงบ้านแล้วโทรศัพท์หาลู่หลี
“หัวหน้าครับ ทางด้านเสิ่นชิงน่าจะจัดการเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงหันไปจัดการกับบริษัทอีคอมเมิร์ซแทน การไลฟ์สตรีมขายของของบริษัทเหล่านั้นก็ค่อนข้างยุ่งเหยิง พอให้พวกเขาวุ่นวายไปได้สักพัก”
ลู่หลีพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบรับเสียงเบา
“ช่วงนี้จัดการความสัมพันธ์กับเสิ่นชิงให้ดี ๆ อย่าไปยั่วโมโหเธอเด็ดขาด”
หวังต้าไห่พยักหน้า “วางใจได้ครับ ผมเข้าใจดี”
คณะทำงานตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงมีสำนักงานชั่วคราวอยู่ที่สำนักงานอัยการเมืองหางโจว
สำนักงานอัยการเมืองหางโจวอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง เสิ่นชิงและคนอื่น ๆ จำเป็นต้องข้ามเขตไป๋ซาเพื่อไปถึงที่นั่น
เขตไป๋ซาในปัจจุบันเป็นเขตที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในเมืองหางโจว พื้นที่นี้มีบริษัทสื่อและบริษัทอีคอมเมิร์ซมากมาย
บนท้องถนนมีอินฟลูเอนเซอร์กำลังไลฟ์กลางแจ้งอยู่ทั่วไป
ถนนแออัดมาก รถเคลื่อนตัวช้าเหมือนเต่าคลาน
สวีลี่ส่ายหน้า “ที่นี่รถติดมาก คราวหน้าพวกเราควรอ้อมไปทางอื่นดีกว่า”
ในขณะที่พวกเขาติดอยู่ในรถ จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงสองคนวิ่งออกมาจากตึกใหญ่ข้าง ๆ ตามหลังกัน
ผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดสีแดง ใส่แว่นกันแดด สวมรองเท้าบู๊ตส้นสูง เดินออกมาอย่างโกรธจัด
ตามหลังเธอมาคือหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาฝึกงาน
“พี่อวิ๋น พี่อวิ๋น พวกเรายังถ่ายอีกไม่กี่ฉากเท่านั้นเองค่ะ”
เมิ่งอวิ๋น “ถ่ายอะไรกัน ฉันจะกลับไปนอน”
ผู้ช่วยสาวพูดเสียงอ่อย ๆ ว่า “แต่ว่า กองถ่ายจะทำยังไงล่ะคะ?”
เมิ่งอวิ๋นพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ให้พวกเขารอไปสิ รอจนกว่าฉันจะอารมณ์ดีแล้วค่อยกลับไปถ่าย”
ผู้ช่วยสาวจับแขนของหญิงสาวไว้ “พี่อวิ๋น แบบนี้ไม่ได้จริง ๆ นะคะ เดี๋ยวคนจะหาว่าพี่วางมาดใหญ่”
“เพียะ!”
เมิ่งอวิ๋นตบหน้าผู้ช่วยสาวฉาดใหญ่
“ฉันให้หน้าแกมากไปใช่ไหม? แกถึงกล้าพูดกับฉันแบบนี้?”
คงไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ช่วยสาวโดนตบ เธอรีบเอามือปิดหน้าแล้วขอโทษรัว ๆ
“ขอโทษค่ะพี่อวิ๋น ฉันปากไม่ดีเองค่ะ”
เหตุการณ์นี้ เสิ่นชิงและคนอื่น ๆ ที่ติดอยู่ริมถนนเห็นได้อย่างชัดเจนพอดี
เสิ่นชิงจำเมิ่งอวิ๋นได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
เธอจำได้ว่าลู่หลีพาผู้หญิงคนนี้ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ตระกูลลู่
ผู้ช่วยสาวเอามือปิดหน้า ไม่กล้าขวางเมิ่งอวิ๋นอีก
เมิ่งอวิ๋นกอดอกมองเธอด้วยสายตาดูแคลน “เธอปิดหน้าทำไม? ฉันตบแก้มซ้ายเธอ เธอก็ควรจะยื่นแก้มขวามาให้ฉันตบสิ”
เมิ่งอวิ๋นทำท่าโอหังมาก
ผู้ช่วยสาวกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอไปเสียสนิท
“เร็วเข้า! ยื่นแก้มขวามา ฉันอารมณ์ไม่ดี เธอก็รู้นี่”
เมิ่งอวิ๋นมองผู้ช่วยสาว ดวงตาเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน
ผู้ช่วยสาวกลั้นน้ำตา ค่อย ๆ ยกแก้มขวาขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาของเมิ่งอวิ๋นเย็นชาลง เธอตบลงบนแก้มขวาของอีกฝ่ายทันที “ต่อไปเรื่องของฉัน เธออย่ายุ่ง”
แต่เมิ่งอวิ๋นไม่ได้ตบลงไป
เธอถูกเฉาเล่อจับข้อมือไว้ได้ทันเวลา
เฉาเล่อลงจากรถตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขามองเมิ่งอวิ๋นด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณผู้หญิง การทำร้ายคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กรุณาขอโทษผู้หญิงคนนี้ด้วย”
เมิ่งอวิ๋นตะลึง เธอไม่คิดว่าจะมีคนแปลกหน้ามายุ่งเรื่องของเธอ
เธอชำเลืองมองเฉาเล่อแวบหนึ่ง พยายามสะบัดข้อมือให้หลุด “แกเป็นบ้าหรือไง?”
พูดจบ เมิ่งอวิ๋นก็มองรถของเฉาเล่อ
รถประจำตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นรถสีดำธรรมดา ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ
เมิ่งอวิ๋นหัวเราะเยาะ
มองดูรถแล้ว เป็นคนที่พอจะกล้าหาเรื่องได้
ดังนั้นเธอจึงเดินไปที่รถ และเตะมันอย่างไม่ลังเล
ส้นรองเท้าแหลมคมทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนตัวรถ
ในรถ เสิ่นชิงและคนอื่น ๆ ต่างหน้าดำทะมึนพร้อมกัน
โอ้โห
มีคนกล้าเตะรถของคณะกรรมการตรวจสอบด้วยเหรอนี่?
เสิ่นชิงหรี่ตามอง “สวีลี่ ตรวจสอบเมิ่งอวิ๋นคนนี้หน่อย เน้นที่สัญญาและภาษีของเธอ”
สวีลี่เปิดสมุดบันทึก พูดอย่างโกรธเคือง “รับทราบ!”
เสิ่นชิงจำได้ว่าเมิ่งอวิ๋นเป็นศิลปินของบริษัทอี้ซิง เมื่อไม่นานมานี้เธอมีภาพยนตร์ที่ทำรายได้ถล่มทลาย ทำเงินได้ถึง 5 พันล้าน
หลังจากนั้นเมิ่งอวิ๋นก็มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น มูลค่าของค่าตัวพุ่งสูงขึ้น ตอนนี้ค่าตัวต่อเรื่องสูงถึง 300 ล้าน
ค่าตัวสูงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าภาษีที่ควรจ่ายได้จ่ายหรือยัง
เสิ่นชิงหัวเราะเบา ๆ
เธอกำลังกังวลอยู่เลยว่าตอนนี้ยังไม่มีจุดเริ่มต้นในการจัดระเบียบบริษัทอี้ซิง
แต่เมิ่งอวิ๋นไม่มีทางคิดได้เลย
ว่าการเตะครั้งนี้ของเธอ จะก่อให้เกิดปัญหามหาศาลเพียงนี้
[1] กระบวนการคิดเชิงเทิดทูน (光环效应) นั่นก็คือการที่เรานำบุคลิก รูปร่าง คำพูดหรือหน้าตาของคน ๆ หนึ่ง หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มาบดบังคุณสมบัติอื่น ๆ ของเราทั้งหมด โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว