สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 119 เจียงเสี่ยวไป๋โดนข้อหาล่วงละเมิด?
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 119 เจียงเสี่ยวไป๋โดนข้อหาล่วงละเมิด?
บทที่ 119 เจียงเสี่ยวไป๋โดนข้อหาล่วงละเมิด?
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่พูดอะไร เขาเพียงก้มหน้า ปากเม้มเป็นเส้นตรง
เสิ่นชิงมองเห็นความโกรธแค้นในแววตาอันมืดมนของเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความเศร้าโศก
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ออกมาจากห้องขัง ตำรวจข้าง ๆ ก็มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม “เหอะ อีกแล้วสินะ ไอ้ขยะสังคมที่มีเส้นสาย”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้ว
เธอหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ และพบว่าเขากำลังจ้องเขม็ง หน้าแดงก่ำ มือทั้งสองข้างกำแน่น แสดงออกถึงความอดกลั้นและไม่ยอม
เสิ่นชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ว่า “เสี่ยวไป๋ ใครทำร้ายนาย”
เธอรู้จักนิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นอย่างดี เขาเป็นคนซื่อสัตย์และไม่มีทางรังแกใคร
ดังนั้น จะต้องมีคนอื่นรังแกเขาแน่
“พี่เสิ่นชิง ขอบคุณที่ช่วยผมออกมา แต่เรื่องนี้…อย่าถามเลย ผมจัดการเอง” เจียงเสี่ยวไป๋กัดฟันพูด ดวงตานั้นแฝงไปด้วยความเจ็บปวด
เสิ่นชิงส่ายหน้าและหัวเราะเบา ๆ “ถ้านายจัดการได้ นายจะเรียกฉันมาช่วยเหรอ”
เจียงเสี่ยวไป๋นึกถึงเรื่องที่ตัวเองประสบ ก็กลืนคำพูดลงคอไป มือทั้งสองข้างกุมศีรษะ ราวกับมีก้างติดคอ
เขาทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นแท้ ๆ แต่กลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นไอ้สารเลวที่ลวนลามนักเรียนหญิง
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่หันกลับมากัดเขา ก็คือนักเรียนหญิงที่เขาช่วยไว้
เรื่องนี้มันควรจะเป็นเรื่องราวที่เขาเห็นเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะกลายเป็นชาวนากับงูเห่า
ได้ยินเสิ่นชิงถามด้วยความเป็นห่วง เจียงเสี่ยวไป๋ยิ่งพูดไม่ออก
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลานชายของนายกเทศมนตรี ต่อให้เขาพูดออกไป แล้วมันจะทำอะไรได้
เขาไม่อยากให้เสิ่นชิงต้องมาเดือดร้อนเพราะเขาอีก
ขณะที่ทั้งสองกำลังเงียบอยู่นั้น เจ้าหน้าที่เหอก็เดินออกมาจากห้องประชุมอย่างกะทันหัน และพูดกับเสิ่นชิงว่า “เขาไม่ยอมพูด งั้นผมพูดเองก็แล้วกัน”
“อะไรนะ? ล่วงละเมิดทางเพศไม่สำเร็จ? ทะเลาะวิวาท?”
หลังจากฟังเจ้าหน้าที่เหอพูดจบ เสิ่นชิงก็หรี่ตามองอย่างเย็นชา “เป็นไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่เหอ เสี่ยวไป๋ไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก ฉันรู้จักนิสัยเขาดี”
เนื่องจากคดีของเจียงอีอี เจ้าหน้าที่เหอจึงเคยติดต่อกับเจียงเสี่ยวไป๋มาก่อน เขาเองก็รู้จักนิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋ดี รู้ว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นฝีมือของเจียงเสี่ยวไป๋ แถมบริเวณนั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิด
ดังนั้น ตำรวจจึงทำได้เพียงพาตัวเขากลับมาสอบสวนก่อน
แต่เด็กคนนี้กลับทำเหมือนโดนอะไรเข้าอย่างจัง ไม่พูดไม่จา เหมือนก้อนหินที่แข็งกระด้าง
เจ้าหน้าที่เหอหยิบผ้าก๊อซกับน้ำยาฆ่าเชื้อวางไว้ข้าง ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดต่อว่า “แต่ว่า อีกฝ่ายไม่ได้เอาเรื่องต่อ ไม่งั้นตอนนี้คงอยู่ในคุกไปแล้ว”
พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็กวาดตามองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างเย็นชา “แล้วแผลบนตัวเขาล่ะ เกิดอะไรขึ้น? คงไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนทำหรอกนะ?”
เจ้าหน้าที่เหอเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย “ได้ข่าวว่าเป็นพลเมืองดีที่ผ่านไปมาช่วยจัดการให้”
“แล้วพลเมืองดีคนนั้นล่ะ อยู่ไหน พวกคุณไม่ให้ธงชมเชยเขาหน่อยเหรอ”
เสิ่นชิงเริ่มพูดจาส่อเสียดทันทีที่รู้ว่ามีลับลมคมใน
เจ้าหน้าที่เหอถึงกับพูดไม่ออก
ทันใดนั้น เสียงกวนประสาทก็ดังขึ้นข้างหูทุกคน
“พลเมืองดีคนนั้นก็คือ… ผมเอง”
เสิ่นชิงมองตามเสียงไป เห็นเด็กหนุ่มอายุราว ๆ สิบเจ็ดสิบแปดปีคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มคนนั้นไว้ผมสกินเฮด แต่งตัวแนวฮิปฮอป
หมวกเบสบอลถูกสวมกลับหลัง มีโซ่โลหะหลายเส้นห้อยอยู่ที่ขอบกางเกง สะท้อนแสงสีขาวจากหลอดไฟจนเกิดแสงวาววับ
เขานั่งลงบนเก้าอี้ในสถานีตำรวจอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะยกขาขึ้นพาดโต๊ะอย่างสบายใจ
เขาช่างโอหังนัก
การกระทำของเด็กหนุ่มทำให้เจ้าหน้าที่เหอขมวดคิ้ว แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
คนธรรมดาเวลาที่ได้มาสถานีตำรวจ มักจะทำตัวเรียบร้อย ระมัดระวังกิริยามารยาทเป็นพิเศษ
คนจำพวกที่ไม่สนใจความน่าเกรงขามของสถานีตำรวจและแสดงท่าทางโอหังเช่นนี้หาได้ยาก
ดังนั้น เด็กหนุ่มคนนี้ต้องเป็นคนใจใหญ่หรือไม่ก็ต้องมีเส้นสาย
“เจียงไห่เทา แกมาทำอะไรที่นี่”
เจียงเสี่ยวไป๋มองคนที่เพิ่งมาถึง ดวงตาของเขาฉายแววโกรธแค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทำไมกัน?
เขาทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น กลับต้องติดคุก ในขณะที่ต้นเหตุของเรื่องร้ายกลับมานั่งดูเขาอย่างสนุกสนาน
เพียงเพราะเขาเป็นหลานชายนายกเทศมนตรีอย่างนั้นหรือ?
ถึงได้หยิ่งยโสขนาดนี้?
เจียงไห่เทาเห็นสีหน้าไม่ยอมแพ้ของเจียงเสี่ยวไป๋ ดวงตาจึงฉายแววเหยียดหยัน
เขาแสยะยิ้มเยาะ กวักนิ้วเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ ราวกับกำลังเล่นกับสุนัขตัวน้อย ๆ
“มานี่ คลานเข้ามาสิ คลานเข้ามาฉันจะบอกให้”
แท้จริงแล้ว เจียงไห่เทาต่างหากที่เป็นคนเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อของเพื่อนนักเรียนหญิง
วันนั้นตอนเลิกเรียน เจียงเสี่ยวไป๋เลือกเดินลัดทางไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมพี่สาว
บังเอิญเขาได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งชื่อหูถิงถิงกำลังถูกเจียงไห่เทาข่มเหงอยู่ในซอย
ใบหน้าของหูถิงถิงเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู แต่เธอก็ได้แต่กัดฟันทน จนยอมให้เจียงไห่เทาทำอะไรก็ได้ตามใจ
เพราะเขาไม่สามารถปกป้องพี่สาวได้ ทำให้พี่สาวต้องพบเจอเรื่องแบบนั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เกลียดความไร้เรี่ยวแรงของตัวเองมาตลอด
ดังนั้น เมื่อเห็นมีคนกำลังลวนลามเด็กสาว เขาจึงไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าใส่เจียงไห่เทา
ต่อมา ทั้งคู่ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน
สุดท้าย เจียงไห่เทาก็สู้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ จึงรีบหนีไป
หูถิงถิงซาบซึ้งในน้ำใจของเจียงเสี่ยวไป๋มาก แต่เธอไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่ออกไป จึงพูดว่า
“เรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไป ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าใคร ขอร้องละ ช่วยปิดเป็นความลับให้ฉันได้ไหม”
เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้ว “คนที่ควรอับอายคือเขา ไม่ใช่เธอ!”
หูถิงถิงส่ายหน้าทั้งน้ำตา “แต่ คนส่วนใหญ่อาจจะไม่คิดแบบนั้น”