สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 118 แบนเธอ? เรื่องดีแบบนี้ก็มีด้วย?
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 118 แบนเธอ? เรื่องดีแบบนี้ก็มีด้วย?
บทที่ 118 แบนเธอ? เรื่องดีแบบนี้ก็มีด้วย?
การโดนบริษัทบันเทิงแบน ศิลปินจะไม่ถูกยกเลิกสัญญา แต่จะถูกจำกัดการพัฒนา ไม่ได้รับทรัพยากรใด ๆ ไม่ได้รับโอกาสในการปรากฏตัว
เท่ากับถูกขังอยู่ในห้องมืดโดยตรง
เพราะมีสัญญาผูกมัด ศิลปินจึงไม่สามารถหาทางออกอื่นได้ เท่ากับเป็นการทำลายเส้นทางอาชีพโดยตรง
ต้องรู้ว่า รสชาติของการได้รับความชื่นชมจากผู้คนมากมายนั้น ยากที่จะลืมเลือน
อดีตดาราดัง พลัดตกจากสวรรค์สู่ผืนดิน กลายเป็นคนที่ไม่มีใครสนใจ
ความเจ็บปวดเช่นนี้ ใครเล่าจะทนได้
หยางคังและเฉียวอวี้เหอก็คิดเช่นเดียวกัน
ที่ออฟฟิศ บริษัทบันเทิงเจียอี้
เฉียวอวี้เหอนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะ ยิ้มเยาะ
“ฮึ่ม เสิ่นชิงนี่ช่างไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ ต้องให้หล่อนได้รู้รสชาติของการขัดคำสั่ง!”
“ถูกต้อง! ในเมื่อหล่อนขัดขืน ก็ให้หล่อนได้ลิ้มรสชาติของการตกกระป๋องจากดาราแถวหน้า!” หยางคังยืดอกเชิดหน้าเอ่ยด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง
“สมควรแล้ว! ยัยเสิ่นชิงนี่มันตัวดี! ยิ่งนานวันยิ่งเหลิง!”
หยางคังและเฉียวอวี้เหอต่างก็คิดว่า ในตอนที่เสิ่นชิงกำลังโด่งดังถึงขีดสุดนี้ การสั่งพักงานหล่อนย่อมทำให้หล่อนต้องเศร้าโศกเสียใจอย่างแน่นอน หล่อนจะต้องคร่ำครวญอย่างเจ็บปวดและนึกเสียใจภายหลัง
หยางคังคิดว่า อีกไม่นานเสิ่นชิงจะต้องร้องไห้วิงวอนขอร้องให้เขายกโทษให้หล่อนอย่างแน่นอน
ว่าตามจริงแล้ว หากเป็นศิลปินคนอื่น ๆ ถูกสั่งพักงาน อนาคตดับวูบ คงต้องเศร้าโศกเสียใจ นอนไม่หลับเป็นแน่
แต่เสิ่นชิงกลับเป็นข้อยกเว้น
เพราะเธอดีใจ! ตอนนี้เธอกำลังมีความสุขมาก!
ทันทีที่ได้ยินข่าวว่าถูกบริษัทสั่งพักงาน เสิ่นชิงถึงกับดีใจจนต้องสั่งกับแกล้มมาสองอย่าง แถมยังดื่มเบียร์ไปอีกขวด
เสิ่นชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดก็ไม่ต้องโดนบริษัทกวนใจแล้ว!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้จะถูกบริษัทแบน เธอก็ยังเป็นพนักงานบริษัท บริษัทยังต้องจ่ายเงินเดือนให้เธออยู่ดี”
“แบบนี้มันเท่ากับอะไรล่ะ?”
“แบบนี้มันเท่ากับการลาพักร้อนแบบไม่มีกำหนดโดยที่ยังได้เงินเดือนอยู่ยังไงล่ะ!”
“สุดยอดไปเลย ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว!”
“ต่อไปนี้ เธอไม่มีอะไรต้องกังวลใจอีกแล้ว สามารถเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานที่เมืองหลวงได้เลย”
เสิ่นชิงอ่านข้อความของหยางคังซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ เธอถึงขั้นตอบกลับไปว่า “นี่เรื่องจริงเหรอ?”
เมื่อหยางคังเห็นเสิ่นชิงตอบกลับมา เขาคิดว่าตอนนี้เธอคงจะต้องเสียใจและไม่อยากจะเชื่อแน่ ๆ เขาจึงตอบกลับไปด้วยความสะใจว่า
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง ตอนนี้เธอเพิ่งจะมารู้สึกเสียใจงั้นเหรอ? ขอโทษด้วยนะ สายไปแล้ว!”
“ฮ่า ๆ”
เมื่อเสิ่นชิงเห็นข้อความตอบกลับของหยางคัง เธอก็หัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
จากนั้นเธอก็ลบข้อความที่ยังไม่ได้ส่งในช่องแชทอย่างเงียบ ๆ
“ขอบคุณมากเลยนะ ดีจริง ๆ”
เสิ่นชิงส่ายหัวพลางมองโทรศัพท์
เฮ้อ เสียดายจัง
แบนช้าไปหน่อย
ถ้าบริษัทแบนเธอเร็วกว่านี้ก็ดีสิ
ทางด้านไห่ตงชิง เขากำลังสูบบุหรี่อย่างหงุดหงิด ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ควันบุหรี่ลอยคลุ้งไปทั่วห้องจนแสบตา
ลู่หลีเอนกายพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มองเขาด้วยแววตาล้อเล่น “ไม่คิดเลยว่ายอดนักวางแผนอย่างนาย จะมีวันที่พลาดท่าแบบนี้”
“เหอะ! ผู้หญิงคนนี้มันเอาจริงดิ!” ไห่ตงชิงสบถ ก่อนจะกดบุหรี่ใส่ที่เขี่ยบุหรี่
“เหลืออีกแค่สามวัน เธอก็กำลังจะไปสัมภาษณ์ที่เมืองหลวงแล้ว ถ้าเธอไปถึงที่นั่นละก็ พวกเราคงทำอะไรไม่ได้อีก”
ลู่หลีเอ่ยเตือนอย่างเย็นชา “จากที่คุณปู่ของฉันวิเคราะห์มา การสัมภาษณ์ของเสิ่นชิงครั้งนี้ เหมือนแค่พิธีกรรมมากกว่า ได้ยินมาว่าเธอถูกเลือกไว้แล้ว”
แววตาของไห่ตงชิงเยียบเย็น ดวงตาฉายแววความโหดเหี้ยม “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีทางปล่อยให้เสิ่นชิงออกไปจากหางโจวได้แน่”
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นชิงกำลังเก็บกระเป๋าเดินทาง
ในเมื่อบริษัทก็แบนเธอแบบนี้แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องไปตอกบัตรทุกวัน
เธอจึงตัดสินใจว่าจะไปเมืองหลวงก่อนกำหนด เพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่นั่น
“ตื๊ด… ตื๊ด… ตื๊ด…”
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เสิ่นชิงหยิบมันขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋โทรมา
“ฮัลโหล เสี่ยวไป๋ มีอะไรเหรอ” เสิ่นชิงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ในโทรศัพท์แหบพร่า สื่อถึงอารมณ์ที่สิ้นหวัง เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “พี่เสิ่นชิง พี่มาที่สถานีตำรวจหน่อยได้ไหม…”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นชิงมาถึงห้องขังในสถานีตำรวจ และได้พบกับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ใบหน้าปูดบวม บาดเจ็บเต็มตัว
เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น หน้าผากมีเลือดไหลอาบ ปิดเปลือกตาบวมช้ำเป็นสีม่วงคล้ำ
เสิ่นชิงมองผ่านกระจกหน้าต่างจากด้านนอกห้องขัง
เจียงเสี่ยวไป๋ผอมโซ ดูอ่อนล้า หมดอาลัยตายอยาก นั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง
เสิ่นชิงมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเขาดูเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยที่ต่อสู้กับหมาดุร้ายแล้วโดนกัดจนบาดเจ็บทั่วร่าง
เสิ่นชิงจึงโทรหาเจ้าหน้าที่เหอ
ห้องกักบริเวณของหลงเซี่ยกั๋วเป็นสถานที่ที่ใช้กักขังเด็กและเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นเวลาสั้น ๆ เพื่อทำการอบรมสั่งสอนพวกเขา
เสิ่นชิงใช้เส้นสายของเจ้าหน้าที่เหอช่วยเหลือจนสามารถพาตัวเจียงเสี่ยวไป๋ออกมาได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ออกมาแล้ว เสิ่นชิงมองเขาด้วยความเป็นห่วง “เสี่ยวไป๋เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงถูกขังอยู่ในห้องกักบริเวณได้ล่ะ”