สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 112 เป็นพรีเซ็นเตอร์สถาบันฝึกอบความจำ
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 112 เป็นพรีเซ็นเตอร์สถาบันฝึกอบความจำ
บทที่ 112 เป็นพรีเซ็นเตอร์สถาบันฝึกอบความจำ
เนื่องจากเหตุการณ์ของเจียงอีอี เฉียวอวี้เหอและหยางคังถูกเรียกตัวเข้าไปที่สถานีตำรวจอยู่หลายครั้ง
แต่เพราะอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นอุตสาหกรรมใหม่ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับในด้านนี้ยังไม่สมบูรณ์
ดังนั้น บริษัทบันเทิงเจียอี้จึงฉวยโอกาสช่องโหว่นี้และยังคงยืนหยัดอยู่ได้
เฉียวอวี้เหอใช้เงินจำนวนมากจ้างกองทัพออนไลน์มาล้างชื่อเสียงบนอินเทอร์เน็ต ประวัติด่างพร้อยของบริษัทบันเทิงเจียอี้ จึงค่อย ๆ ถูกลบเลือนไป
ในช่วงเวลานี้ เฉียวอวี้เหอยักยอกเงินทุนของเฉียวกรุ๊ปมาลงทุนในบริษัทบันเทิงเจียอี้ ทำให้ซีรีส์ออนไลน์หลายเรื่องประสบความสำเร็จ และสร้างดาราหน้าใหม่และอินฟลูเอนเซอร์มากมาย
ดังนั้น คนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ฝันอยากเป็นนักแสดงจึงเข้ามาสมัคร กับบริษัทบันเทิงเจียอี้
และเพื่อประหยัดต้นทุนด้านบุคลากร บริษัทบันเทิงเจียอี้ยังขยายการรับสมัครเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ปี เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นนักแสดงฝึกหัด
พวกเขาอ้างว่าเป็นการฝึกอบรมดารา แล้วทำสัญญากับเด็กเหล่านั้นในราคาถูก จากนั้นก็นำมาฝึกอบรมรวมกัน
หลังจากการฝึกอบรม เด็กที่มีพรสวรรค์ก็จะถูกส่งไปแสดงในซีรีส์ออนไลน์
เด็ก ๆ ได้เงินเดือน 4,000 หยวนต่อเดือน ทำงานถ่ายหนังไปตามกองถ่ายต่าง ๆ ทั้งวันทั้งคืน
พูดตามตรงโดยไม่เกินจริง พวกเขาได้เงินเดือน 4,000 หยวน แต่ทำงานที่มีมูลค่าเป็นแสนหยวน
ระดับการขูดรีดแบบนี้ แม้แต่แวมไพร์เห็นยังต้องอึ้ง!
ส่วนเด็กที่มีความสามารถทั่วไปก็จะถูกฝึกให้เป็นผู้ดำเนินรายการประเภทต่าง ๆ
ขอเงินโดเนททางออนไลน์ นัดเจอกับผู้สนับสนุนทางออฟไลน์
กลายเป็นเครื่องมือหาเงินของบริษัท
เด็กที่มีความสามารถต่ำ ฝึกอบรมหนึ่งถึงสองเดือนแล้วยังไม่เข้าใจก็จะถูกไล่ออกทันที โดยไม่จ่ายเงินเดือนให้ด้วย
…
เมื่อเสิ่นชิงปรากฏตัวที่บริษัทบันเทิงเจียอี้ ทุกคนในบริษัทต่างมองเธอ
บรรดาดาราฝึกหัดเหล่านั้น ต่างมองเสิ่นชิงด้วยสายตาชื่นชมและอิจฉา
เนื่องจากบริษัทบันเทิงเจียอี้โอ้อวดต่อสาธารณะว่าเสิ่นชิงโด่งดังขึ้นมาได้เพราะการสร้างภาพลักษณ์และการวางแผนของบริษัท
พนักงานเก่าคนอื่น ๆ ในบริษัทต่างมองเสิ่นชิงด้วยสายตาสงสัย
เรื่องราวของเสิ่นชิงกับลู่เย่เป็นที่ฮือฮากันไปทั่ว
พวกเขารู้สึกแปลกใจมาก หากเสิ่นชิงได้คบหากับคุณชายลู่จริง ทำไมคุณชายลู่ถึงยังไม่ไถ่ตัวเธอออกมา
พวกเขารู้ว่าเสิ่นชิงมีปัญหากับเจ้านาย หากเสิ่นชิงยังคงอยู่ในบริษัทต่อไป เธอจะต้องเจอเรื่องยุ่งยากไม่จบสิ้นแน่นอน
เสิ่นชิงไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอกวาดตามองรอบบริษัท
แค่ไม่ได้มาครึ่งเดือน บริษัทกลับเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้
เฉียวอวี้เหอลงทุนซื้อตึกสองหลังที่อยู่ติดกัน ตอนนี้มีศิลปินในสังกัดกว่า สี่ร้อยคน ทีมงานผลิตทั้งผู้กำกับ นักเขียนบท ช่างภาพ มีถึงยี่สิบทีม
บริษัทมีห้องไลฟ์สดกว่าแปดสิบห้อง แค่ห้องแต่งหน้าและห้องเสื้อผ้าก็มีกว่าสิบห้อง
ขนาดของบริษัทบันเทิงเจียอี้ในตอนนี้ใหญ่กว่าเดิมถึงสามเท่า
เสิ่นชิงหรี่ตามองอย่างพินิจพิเคราะห์
ดูเหมือนว่าเฉียวอวี้เหอคงใช้จ่ายทรัพย์สินของคุณปู่ไปไม่น้อยเลย
“เสิ่นชิง! แกหายหัวไปไหนมาครึ่งเดือน! แกรู้ไหมว่าทำให้บริษัทเสียหายทางการเงินไปเท่าไหร่แล้ว!”
หยางคังได้ยินว่าเสิ่นชิงมาถึงบริษัทแล้ว จึงรีบวิ่งออกมาจากห้องประชุมอย่างร้อนรน
เสิ่นชิงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “โอ้! อาการบาดเจ็บของคุณหายดีแล้วเหรอ? กระโดดโลดเต้นได้แล้วสินะ?”
พอพูดถึงเรื่องบาดเจ็บ หยางคังแทบจะระเบิดด้วยความโกรธ
วันนั้นเขาเกือบจะลูกอัณฑะแตก!
หยางคังชี้หน้าด่าเสิ่นชิง “เสิ่นชิง ฉันบอกให้เธอรู้ไว้เลยนะว่า 14 วันที่เธอไม่ได้มาทำงาน เงินเดือนของเธอถูกหักเป็นค่าชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจไปหมดแล้ว!”
เสิ่นชิงส่ายหน้าพลางยิ้ม “ที่แท้ฉันก็ยังมีเงินเดือนให้หักด้วยสินะเนี่ย”
“พอเถอะ ไม่อยากเถียงกับเธอแล้ว”
หยางคังพูดด้วยสีหน้าร้อนรน “เสิ่นชิง รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปที่สตูดิโอห้อง 305 เร็ว ที่นั่นมีโฆษณาที่ต้องการให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์”
เสิ่นชิงตั้งใจจะมาบริษัทเพื่อลงเวลาแล้วก็กลับ แต่เมื่อเห็นหยางคังดูร้อนรนมาก เธอจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา จึงถามว่า “เป็นโฆษณาอะไรเหรอ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ท่าทีของหยางคังที่มีต่อเสิ่นชิงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขายกมือไหว้และมองเสิ่นชิงด้วยสายตาประจบประแจง “เป็นโฆษณาจากลูกค้ารายใหญ่มาก พวกเขาระบุว่าต้องการให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ แค่ค่าตัวในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ให้มาถึง 20 ล้านหยวนแล้ว”
ในตอนนี้ เสิ่นชิงจึงเข้าใจว่าทำไมหยางคังถึงรีบร้อนเรียกหาเธอ
ที่แท้ก็เพราะมีเงินก้อนใหญ่ให้ทำนี่เอง
แต่เธอไม่คิดว่าค่าตัวในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของเธอจะพุ่งสูงถึง 20 ล้านหยวน ซึ่งมันมากกว่าค่าไถ่ตัวของเธอซะอีก
เสิ่นชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “ค่าพรีเซ็นเตอร์ 20 ล้านหยวน แล้วฉันได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่?”
หยางคังทำปากเบ้ “ขอโทษนะ แต่น่าจะเป็นศูนย์”
“ฮะ?”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะ?”
หยางคังเชิดหน้า “เธอรู้ไหมว่าในช่วงที่เธอไม่อยู่ เธอพลาดโอกาสงานโฆษณาไปกี่งานแล้ว? ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เธอก่อให้บริษัท ฉันจะหักจากเงินเดือนเธอโดยตรงเลย…”
“ฮ่า ๆ ๆ~”
เสิ่นชิงหัวเราะเยาะ “ถ้าอย่างนั้น ก็หักต่อไปสิ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไป
อย่างไรก็ตาม เธอได้ลงเวลาทำงานแล้ว มีหลักฐานการมาทำงานแล้ว
ในขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูออกไป จู่ ๆ ก็มีชายวัยกลางคนพุ่งออกมาจากด้านหลัง ตะโกนใส่เธอว่า “คุณเสิ่นชิง! ในที่สุดผมก็ได้เจอคุณจนได้! สถาบันการศึกษาต้าซิงถูของเราอยากได้คุณมาร่วมงานด้วย!”
ชายวัยกลางคนที่ดูตื่นเต้นคนนี้ก็คือนักโฆษณาที่เสนอราคาสูงถึง 20 ล้านหยวนนั่นเอง
“คุณเสิ่นชิง พวกเราเป็นสถาบันฝึกอบรมความจำ พวกเราอยากให้คุณมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้หน่อยครับ” ชายวัยกลางคนจ้องมองเสิ่นชิงด้วยสายตาเป็นประกาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเสิ่นชิงก็ฉายแววประหลาดใจ “สถาบันฝึกอบรมความจำเหรอ?”