สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 111 การไปทำงานเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 111 การไปทำงานเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
บทที่ 111 การไปทำงานเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ยามดึก ณ บ้านพักส่วนตัวหลังหนึ่งในเมืองหางโจว
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในชุดสูทกำลังนั่งสูบบุหรี่บนโซฟา ข้างโต๊ะของแต่ละคนมีกองธนบัตรสูงเป็นภูเขา
ตรงหน้าพวกเขา มีหญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้นกำลังเต้นรำอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีแดงพลิ้วไหว
หญิงสาวที่กำลังเต้นรำคือเมิ่งอวิ๋นดาราสาวหน้าใหม่
ลู่หลีเอนตัวพิงโซฟาหนัง เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างแผ่วเบา ไฝที่หางตาของเขาดูเลือนรางท่ามกลางควันบุหรี่
เมื่อการเต้นรำจบลง เมิ่งอวิ๋นหยุดยืนตามจังหวะกลอง แล้วยิ้มเย้ายวนให้กับทุกคน
“ดีมาก! ยอดเยี่ยมจริง ๆ คุณเมิ่งทั้งแสดงเก่งและเต้นเก่ง! สมแล้วที่เป็นผู้หญิงที่ทำรายได้ห้าพันล้านหยวน”
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่คว้าธนบัตรขึ้นมาแล้วโปรยใส่ตัวเมิ่งอวิ๋น
ธนบัตรร่วงหล่นลงมาเหมือนเกล็ดหิมะที่โปรยปรายและหมุนวนในอากาศ
เมิ่งอวิ๋นยกชายกระโปรงขึ้น หมุนตัวท่ามกลางธนบัตรที่ปลิวว่อนไปทั่ว แล้วพูดเสียงอ้อนว่า “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการสนับสนุนของพวกคุณผู้ใจดีทั้งหลาย ลำพังแค่ตัวฉันคงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกค่ะ”
จริง ๆ แล้ว นักแสดงหน้าใหม่ในวงการบันเทิงคนหนึ่งจะมีความสามารถสร้างปรากฏการณ์รายได้ห้าพันล้านได้ยังไง
ความจริงแล้ว อัตราการเข้าชมจริงของภาพยนตร์เรื่อง ‘คนรักที่หายไป’ มีเพียงร้อยละห้าเท่านั้น
โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ฉายหนังรอบที่ไม่มีคนดู
เมื่อเป็นเช่นนี้ เบื้องหลังมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
นั่นคือมีคนใช้วิธีฟอกเงินในการลงทุนภาพยนตร์
ในประเทศจีน อุตสาหกรรมบันเทิงเป็นอุตสาหกรรมเกิดใหม่ มีผลประโยชน์ตามยุคสมัย อัตราภาษีต่ำมากเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น
และอุตสาหกรรมใหม่ยังขาดการกำกับดูแลตามปกติ ประเทศจีนยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการฟอกเงินในวงการภาพยนตร์
ดังนั้นจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฟอกเงิน
“วิธีนี้ดีจริง ๆ พวกเราจะทำแบบนี้ต่อไป” ไห่ตงชิงคว้าเงินบนโต๊ะขึ้นมาแล้วจูบมันอย่างแรง
“ฮ่า ๆ ทองคำของตาแก่เฉียวเป็นของฉันแล้ว!”
ลู่หลีเคาะเถ้าบุหรี่แล้วชายตามองชายที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง
“เฉียวปาง หมูตัวอ้วนอย่างเฉียวเฟิงนั่นเลี้ยงจนอ้วนพอแล้ว บริษัทบันเทิงเจียอี้ กำลังจะเทียบชั้นกับโบนาฟิล์มแล้ว แกจะเชือดหมูอ้วนตัวนี้เมื่อไหร่?”
เฉียวปางเป็นลูกชายของคุณปู่เฉียวกับภรรยาเก่าก็คือลูกพี่ลูกน้องของเฉียวเฟิง
เฉียวปางสูดซิการ์เข้าปอดลึก ๆ “ทางนั้นยังไม่รีบ ตอนนี้ฉันกังวลเรื่องโจวอวิ๋นมากกว่า เธอรู้เรื่องที่เป็นภัยต่อพวกเรา แต่ฉันใช้กำลังทั้งหมดก็ยังหาตัวเธอไม่เจอ”
ลู่หลีหรี่ตาลง “ฉันไม่กังวลเรื่องโจวอวิ๋นหรอก ฉันรู้สึกว่ามีคนหนึ่งที่อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่”
ลู่หลีพูดพลางเปิดภาพถ่ายหน้าจอคะแนนสอบข้อเขียนราชการของเสิ่นชิง แล้วยิ้มมุมปากพูดว่า “เสิ่นชิงคนนี้ จัดการยากหน่อยนะ ตามที่พ่อของฉันบอก ดูเหมือนว่าท่านอวิ๋นจากเมืองหลวงจะให้ความสำคัญกับเธอมาก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอก็เหมือนได้ก้าวเท้าเข้าไปในสำนักงานบริหารเมืองหลวงแล้วครึ่งหนึ่ง พวกเราต่างรู้ดีว่าเสิ่นชิงมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณปู่เฉียว ถ้าเธอได้รับตำแหน่ง พวกเราคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่”
พูดจบลู่หลีก็เคาะโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ “หึ! น้องชายโง่เง่าของฉันยังคงหลงใหลเธออย่างไม่ลืมหูลืมตาอีก”
เฉียวปางพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “คราวที่แล้วเสิ่นชิงถึงกับยืมรถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ ทำเอาฉันตั้งตัวไม่ทันเลย”
ไห่ตงชิงที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น เขาลูบคางพลางพูด “จริง ๆ แล้วการจัดการกับเสิ่นชิงก็ง่ายนิดเดียว แค่ทำให้เธอสอบไม่ผ่านก็พอ”
…
ภายในโรงแรม เสิ่นชิงนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง นอนไม่หลับ
เฮ้อ! วันนี้เธอเสียเวลาเปล่าทั้งวันเลย
นับวันดูแล้ว อีกแค่สี่วันก็จะถึงวันสัมภาษณ์งานราชการแล้ว
เนื่องจากเป็นตำแหน่งพิเศษ เธอจึงต้องไปสอบสัมภาษณ์ที่ปักกิ่ง
การเดินทางอันยาวไกล เหลืออีกก้าวเดียวแล้ว…
เสิ่นชิงหลับตาลง ในความคิดของเธอปรากฏใบหน้าของเฉียวเทียนเอิน
จากนั้นเธอนึกถึงโจวอวิ๋นที่หายตัวไป นึกถึงคุณปู่ที่เสียชีวิตอย่างไม่มีสาเหตุ
แล้วก็นึกถึงลู่เย่
คืนนี้แสงจันทร์ไม่สว่างนัก แสงจันทร์ส่องผ่านกระจกเข้ามาในห้องอย่างหม่นหมอง ทิ้งแสงสีฟ้าอ่อนไว้บนพื้น
ใบหน้าของเสิ่นชิงเผยความกังวล เธอมองเพดานแล้วพูดกับตัวเอง “ต่อไปฉันจะต้องเป็นศัตรูกับเขาเหรอ…”
เรื่องการฆาตกรรมปู่ ตระกูลลู่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็ได้
หลังจากที่เธอเปิดเผยความจริงแล้ว เธอจะต้องปฏิบัติตัวยังไงกับลู่เย่…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เสิ่นชิงก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอาหนังสือปิดหน้า บังแสงจันทร์อันเย็นเยียบ
…
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นชิงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่
เธอลงมาชั้นล่างเพื่อทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
เธอทานซาลาเปาหมูแดง โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับและซี่โครงวัวนึ่งมันเทศ
อาหารร้อน ๆ ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในใจ เสิ่นชิงรู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นขึ้นแล้ว
ขณะที่เธอกำลังจะกลับโรงแรม จู่ ๆ ก็ได้รับข้อความจากหยางคังเขียนว่า [เสิ่นชิง เธอขาดงานมา 14 วันแล้ว ถ้าเธอยังไม่กลับมาบริษัท บริษัทจะยกเลิกสัญญาจ้างกับเธอ ตามกฎระเบียบ ศิลปินที่ถูกยกเลิกสัญญาโดยไม่สมัครใจก็ถือว่าผิดสัญญาเช่นกัน! ฉันให้เวลาเธอภายในวันนี้ รีบมารายงานตัวที่บริษัท ฉันไม่รอนานกว่านี้แล้ว!]
หลังจากอ่านข้อความจบ เสิ่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเกือบลืมเรื่องสัญญากับบริษัทไปแล้ว
เนื่องจากเรื่องของคุณปู่ ตอนนี้จุดประสงค์ในการสอบราชการของเธอคือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เพื่อประลองกำลังกับคนพวกนั้น
เธอแทบจะลืมไปแล้วว่า ความตั้งใจแรกที่เธอสมัครสอบราชการนั้นเพื่อยกเลิกสัญญากับบริษัท
เสิ่นชิงหัวเราะเยาะเบา ๆ ก็ได้! งั้นเธอจะไปบริษัทแค่ครู่เดียว
แค่ไปเซ็นชื่อแล้วกลับ คงไม่ถือว่าขาดงานใช่ไหม?