สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 110 ลู่หลีปรากฏตัว
บทที่ 110 ลู่หลีปรากฏตัว
ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีน้ำเงินเนี้ยบ ผิวของเขาขาวซีด หน้าตาหล่อเหลาอย่างยิ่ง
ดวงตารูปดอกท้อคู่สวยดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ ที่หางตายังมีไฝน้ำตาเล็ก ๆ อยู่ด้วย
ใบหน้าของเขาสมบูรณ์แบบราวกับถูกสลักอย่างประณีต ริมฝีปากบางที่ยกขึ้นเล็กน้อยดูมีเสน่ห์ แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นชาจนถึงกระดูก
ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะมีใบหน้าที่สวยงามราวกับผู้หญิง หน้าตาดูอ่อนโยน แต่ออร่าของเขากลับให้ความรู้สึกเฉียบคมและอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
ทันทีที่ชายคนนั้นลงจากรถ เมิ่งอวิ๋นก็วิ่งเข้าไปหาควงแขนเขาอย่างสนิทสนม ใบหน้าเผยรอยยิ้มประจบประแจง
จากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นไปข้างบนด้วยกัน
ในห้องโถง ลู่จ่านยังคงกำลังสั่งสอนลู่เย่ให้เขาขอโทษเผยลู่ที่ร้องไห้จนตาแดง
ลู่เย่ก็เริ่มดื้อรั้นขึ้นมา เขาชำเลืองมองพ่อของตัวเองแล้วพูดว่า “ผมว่าคุณพ่อแก่ลงจนจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วมั้ง ทำไมต้องผมขอโทษด้วย”
ลู่จ่านโกรธจนจะตบเขาทันที “แก! ไอ้ลูกอกตัญญู!”
“โอ้โห! งานวันเกิดคุณปู่คึกคักจังเลย ถ้ารู้แต่แรก ฉันคงมาเร็วกว่านี้”
เสียงเย็นชาและเยาะเย้ยดังขึ้นในห้องโถง
ทุกคนได้ยินเสียงนั้น ต่างพากันหันไปมอง
ลู่เย่เห็นคนมาใหม่ก็ขมวดคิ้วและสีหน้าหม่นลงทันที เขาพูดน้ำเสียงเย็นชาว่า “แกมาที่นี่ทำไม?”
ชายหนุ่มหน้าตาอ่อนโยนที่สวมสูทสีน้ำเงินยิ้ม “ฉันก็มางานวันเกิดของคุณปู่ไง”
“เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่ลู่หลีคุณชายใหญ่ตระกูลลู่หรอกเหรอ?”
“ได้ยินว่าเขาตัดขาดจากตระกูลลู่ไปนานแล้ว ไม่นึกว่าวันนี้จะมาร่วมงานด้วย”
“ดูหล่อเหลาดีนะ ไม่รู้ว่ามีคู่หมั้นหรือยัง?”
แขกรอบข้างต่างก็ชี้ไปที่ลู่หลีแล้วซุบซิบนินทา
เมื่อเห็นลู่หลี ดวงตาของลู่จ่านก็วาบไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่บอกไม่ถูก
แต่ลู่เย่กลับแสดงสีหน้ารังเกียจอย่างชัดเจน
…
ตอนหนุ่ม ๆ ลู่จ่านเขาเคยเป็นคนเจ้าชู้ เจ้าชู้จนเมียน้อยท้องโตมาก่อกวนเมียหลวงถึงบ้าน
แม่ของลู่หลีก็คือเมียน้อยคนนั้น แต่เธอกลับเป็นรักแรกในใจของลู่จ่าน
แม้แม่ของลู่เย่จะเป็นเมียหลวง แต่เธอแต่งงานกับลู่จ่านเพราะการจับคู่ของตระกูล ทั้งสองไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกัน
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่เมียน้อยอายุสั้น หลังคลอดลูกไม่นานก็เสียชีวิต
ส่วนลู่จ่านก็ฝ่าฟันคัดค้านจากทุกคน รับลู่หลีกลับมาเลี้ยงดูที่ตระกูลลู่
ความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง ลู่หลีกับลู่เย่แย่ถึงขีดสุด
ตอนเด็ก ๆ ลู่เย่ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก็เป็นฝีมือของลู่หลีที่วางแผนไว้
ลู่เย่ทำหน้าเย็นชา เดินตรงไปที่ข้างกายลู่หลีคว้าเนคไทของเขาแล้วยกมือชกหนึ่งหมัด
“ไสหัวไป! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก”
ลู่หลีไม่ได้หลบ รับหมัดนั้นเต็ม ๆ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน
ไม่นาน เสียงด่าก็ดังมาจากด้านหลังของลู่เย่
“ลู่เย่ แกทำอะไร! เขาเป็นพี่ชายของแกนะ!” ลู่จ่านตะโกนด้วยความโกรธ หางตากระตุกด้วยความโมโห
ลูกชายคนเล็กคนนี้ของเขาช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย คิดจะลงมือก็ลงมือทันทีเลย
แขกเหรื่อมากมายกำลังมองอยู่ แบบนี้จะให้เขาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
ลู่จ่านวิ่งเข้าไปข้าง ๆ ลู่เย่แล้วตะโกนลั่น “แกทำแบบนี้ มันจะเกินไปแล้วนะ!”
ลู่เย่เอียงหัวเล็กน้อย มองพ่อด้วยสายตาเย็นชา “คุณพ่อเพิ่งรู้เหรอว่าผมทำเกินไป?!”
ลู่จ่านโกรธจัด “แก!”
“หึ!” ลู่เย่แค่นหัวเราะเย็นชา สะพายเสื้อสูทไว้บนไหล่ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
เสิ่นชิงกำลังพยายามล้วงความลับจากไห่ตงชิงอยู่ในสวนกลางแจ้ง เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องโถง
“คุณเสิ่นชิง คุณถามมาตั้งมากมายขนาดนี้ ที่จริงแล้วคุณอยากจะพูดอะไรกันแน่?”
ไห่ตงชิงจิ้งจอกแก่ตัวนี้ เอาแต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน พูดวกไปวนมาหรือไม่ก็ตอบไม่ตรงคำถาม
เอาแต่พูดอ้อมค้อมกับเสิ่นชิง
เสิ่นชิงเพิ่งจะถามไปได้ไม่กี่คำ จู่ ๆ ลู่เย่ก็ลากเธอขึ้นจากที่นั่ง
“ไปกัน เรากลับกันเถอะ” ลู่เย่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
เสิ่นชิงงุนงงเล็กน้อย “ห๊ะ?”
จากนั้นลู่เย่ก็ไม่พูดอะไรอีก ลากเสิ่นชิงออกจากสวนมาที่ห้องโถงใหญ่
ขณะเดินผ่านห้องโถง เสิ่นชิงก็เห็นลู่หลีด้วย
ลู่หลียังยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า “โอ้! น้องชิงชิงโตขนาดนี้แล้วเหรอ?”
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หยุดนะ!”
เสียงตะโกนเย็นชาของลู่จ่านดังมาจากด้านหลัง
แต่ลู่เย่ไม่สนใจเขา จูงมือเสิ่นชิงเดินออกจากคฤหาสน์ทันที
…
เมื่อนั่งในรถแล้ว เสิ่นชิงถึงได้สติ
ไม่ใช่สิ! เธอยังไม่ได้ล้วงข้อมูลอะไรเลย
เสิ่นชิงหันไปมองลู่เย่ “ทำไมนายพาฉันออกมาล่ะ? รีบพาฉันกลับไปเถอะ ฉันยังมีธุระ”
ลู่เย่ผิดปกติไปจากเดิม เขาพูดกับเสิ่นชิงด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอเงียบ ๆ หน่อย ฉันปวดหัว”
เสิ่นชิงมองลู่เย่แวบหนึ่ง พบว่าใบหน้าของเขาซีดขาว สีหน้าทรมาน ราวกับกำลังพยายามกดข่มบางอย่างไว้สุดกำลัง
เสิ่นชิงเงียบลงทันที แล้วนั่งอยู่บนรถอย่างเงียบ ๆ
ลู่เย่พาเสิ่นชิงขับรถวนรอบเมืองหางโจวไปเรื่อย ๆ วนแล้ววนเล่า
บนรถลู่เย่ไม่พูดอะไรสักคำ เงียบจนน่าขนลุก
เสิ่นชิงก็นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เขา มองทิวทัศน์ริมทางอย่างเงียบงัน
จนกระทั่งฟ้ามืด ดวงดาวซ่อนตัวอยู่หลังเมฆ ลู่เย่จึงพาเสิ่นชิงกลับมาส่งที่โรงแรม
ตอนที่เสิ่นชิงลงจากรถ ลู่เย่พูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณที่ไปงานเลี้ยงกับฉันวันนี้นะ กลับไปก็รีบพักผ่อนล่ะ”
เสิ่นชิงเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของเขา จึงตอบเสียงเบาว่า “อืม”