สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 103 รถหุ้มเกราะลึกลับ
บทที่ 103 รถหุ้มเกราะลึกลับ
“เชี่ย! พวกแกเตรียมรถเสร็จรึยังวะ ฉันรอมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”
คนร้ายที่อยู่อีกฝั่งตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์
เจ้าหน้าที่เหอตะโกนใส่คนร้ายไปว่า “เราตกลงตามข้อเรียกร้องของแกแล้ว แต่รถจะมาถึงอีกครึ่งชั่วโมง”
ในขณะนั้นเอง หัวหน้าคนร้ายก็ได้รับคำสั่งใหม่จากนายใหญ่ “หลังจากแลกตัวประกันแล้ว พวกแกพาเสิ่นชิงไปที่เขาเทียนมู่ ส่วนเด็กคนนั้นให้โยนทิ้งระหว่างทาง ฉันจะจัดคนไปสกัดตำรวจที่ตามมาข้างหลังเอง”
หัวหน้าคนร้ายตอบ “เข้าใจแล้ว”
หลังจากวางสายไปแล้ว นายใหญ่ก็เหลือบมองบอดี้การ์ด “ระเบิดที่เส้นทางเขาเทียนมู่ซานติดตั้งเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”
“เรียบร้อยแล้วครับ พอรถของพวกมันเข้าเขตเขาเทียนมู่ซานเมื่อไหร่ พวกเราก็จะจุดระเบิด ระเบิดพวกนั้นแรงพอจะระเบิดพวกมันเป็นจุลได้เลยครับ”
นายใหญ่หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ “ดีมาก เสิ่นชิงยังอยู่ก็เป็นภัยต่อแผนการ ปล่อยให้ตาย ๆ ไปซะดีกว่า”
…
สามนาทีต่อมา ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มแลกเปลี่ยนตัวประกัน
ตามคำสั่งของคนร้าย เจ้าหน้าที่เหอขับรถหุ้มเกราะสีดำมา ส่วนเสิ่นชิงก็นั่งอยู่เบาะหลัง
หัวหน้าคนร้ายอุ้มเฉียวอวี่หราน เอาปืนจ่อที่ท้ายทอยของเธอ
“เปิดท้ายรถซิ ถ้ามีคนซ่อนอยู่ข้างใน ฉันจะยิงหูยัยหนูนี่ทิ้งข้างนึง”
สายตาของเสิ่นชิงเยือกเย็น เธอขมวดคิ้วทันที
คนร้ายเจ้าเล่ห์จริง ๆ
เจ้าหน้าที่เหอจึงต้องลงไปเปิดกระโปรงท้ายรถ
อย่างไรก็ตาม ในท้ายรถว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าคนร้ายก็พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องลงจากรถก่อน
หลังจากคนร้ายคนหนึ่งขึ้นรถมาแล้วก็รีบเอาปืนจ่อหัวเสิ่นชิงทันที “อย่าคิดทำอะไรแผลง ๆ ล่ะ”
ส่วนคนร้ายอีกคนก็ไปตรวจสอบว่าเติมน้ำมันเต็มถังหรือยัง เบรกใช้ได้หรือเปล่า
หลังจากที่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
คนร้ายก็ส่งสัญญาณไปทางรถตู้
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าคนร้ายก็เตะประตูรถตู้ที่บุบจนเสียรูปออกไป แล้วอุ้มเฉียวอวี่หรานกระโดดลงมา
ดวงตาของเฉียวอวี่หรานแดงก่ำจากการร้องไห้ บนใบหน้ายังมีรอยฝ่ามือแดง ๆ ปรากฏอยู่
เธอเหมือนกับลูกแมวน้อยที่กำลังจะตาย ยืนนิ่งให้หัวหน้าคนร้ายอุ้มไป
หัวหน้าคนร้ายเอาปืนจ่อที่ท้ายทอยของเฉียวอวี่หรานแล้วพูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ถอยไปให้หมด! ฉันไม่กลัวตายหรอก ถ้าพวกแกทำอะไรแปลก ๆ ขึ้นมา ฉันจะฆ่าตัวประกันแน่!!”
เจ้าหน้าที่เหอพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย
หัวหน้าคนร้ายหรี่ตาลงอย่างพอใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “เอาสิ่งกีดขวางบนถนนออกไปให้หมด รอให้รถขับออกไปได้ระยะหนึ่งแล้วค่อยโยนเด็กคนนี้ออกไป”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าแลกเปลี่ยนตัวประกันเหรอ ฉันอยู่ในมือพวกแกแล้ว ปล่อยอวี่หรานไปสิ”
“ปัง!”
คนร้ายเอาหัวเสิ่นชิงโขกกับผนังรถ “หุบปาก! ใครอนุญาตให้เธอพูด”
เสิ่นชิงรู้สึกเจ็บที่ศีรษะ โอดครวญเบา ๆ ที่มุมปาก
หัวหน้าคนร้ายโยนเฉียวอวี่หรานไปที่เบาะหลังอย่างไม่ใยดี
เฉียวอวี่หรานล้มลงบนขาของเสิ่นชิงและร้องไห้โฮออกมา
เสิ่นชิงมองด้วยสายตาที่หม่นลง แม้จะมีปืนจ่อที่ศีรษะ เธอก็กอดเฉียว อวี่หรานไว้ในอ้อมแขน พลางปลอบโยงเสียงเบา “อวี่หรานไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ ไม่ต้องกลัว ป้าอยู่ตรงนี้…”
เฉียวอวี่หรานหวาดกลัว จนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของ เสิ่นชิง
เสิ่นชิงรู้สึกสงสารจับใจ เธอแอบมองคนร้ายอยู่ครู่หนึ่ง
เดี๋ยวพวกแกได้เจอดีแน่!
รถหุ้มเกราะคันนี้เป็นรถที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อคุ้มครองบุคคลสำคัญของรัฐบาล
ภายในรถมีกลไกมากมาย สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ได้
รถหุ้มเกราะคันนี้ยังมีอุปกรณ์พ่นควันอยู่ภายใน สามารถปล่อยควันที่ทำให้แสบตาและน้ำตาไหลออกมาได้
แค่คนร้ายสูดดมควันเข้าไป ก็จะรู้สึกแสบตาจนจามและน้ำตาไหล
และเมื่อปุ่มควบคุมอุปกรณ์นี้อยู่ด้านหลังเธอ เพียงแค่เธอเอนศีรษะไปด้านหลังก็สามารถสัมผัสถึงมันได้
เมื่อเธอกดปุ่มนั้นลงไป อุปกรณ์พ่นควันก็จะปล่อยควันที่ทำให้แสบตาออกมาทันที
สถานการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน คนร้ายคงตั้งตัวไม่ทันแน่ ๆ
นอกจากนี้ รถหุ้มเกราะสีดำคันนี้ได้ถูกตั้งค่าไว้แล้วว่า หลังจากขับไปได้ระยะหนึ่งก็จะเสียกลางทาง
เมื่อถึงตอนที่รถเสีย เธอก็จะกดปุ่มควันอาศัยการบังหน้าของควันหนาทึบ กลิ้งตัวลงใต้ท้องรถในชั่วพริบตา
หลังจากนั้น ประตูรถก็จะปิดลงอย่างรวดเร็ว และอุปกรณ์สุญญากาศบนหลังคารถก็จะเริ่มดูดอากาศออกจากภายในรถ คนร้ายที่ติดอยู่ภายในรถก็จะหมดสติไปเพราะขาดอากาศหายใจ
เมื่อถึงตอนนั้น รถหุ้มเกราะคันนี้ก็จะกลายเป็นกรงขัง กักขังคนร้ายพวกนี้เอาไว้อย่างแน่นหนา
…
หลังจากรถสตาร์ท คนร้ายก็ขับรถหุ้มเกราะสีดำมุ่งหน้าไปทางถนนเทียนมู่ซาน
หัวหน้าคนร้ายลักพาตัวขับรถไปพลางฮัมเพลงไปพลาง ยังไม่ทันขับออกไปได้สองกิโลเมตร รถก็เสียกลางทาง
หัวหน้าคนร้ายจึงสบถออกมาอย่างหัวเสีย “บ้าเอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!”
ในขณะที่หัวหน้าคนร้ายกำลังสบถอยู่นั้น เสิ่นชิงก็ก้มลงไปจูบที่แก้มเล็ก ๆ ของเฉียวอวี่หรานอย่างแผ่วเบา แล้วเอามือปิดปากและจมูกของเธอเอาไว้
หลังจากนั้น เสิ่นชิงพุ่งตัวไปด้านหลังอย่างรวดเร็วกดปุ่มควบคุมอุปกรณ์พ่นควัน
ทันใดนั้นอุปกรณ์ก็พ่นควันที่ทำให้แสบตาออกมา
เพียงพริบตาเดียว ควันสีขาวก็ปกคลุมไปทั่วทั้งคันรถ
ละอองสีขาวหนาทึบราวกับก้อนเมฆ แทบจะมองไม่เห็นปลายนิ้วมือ
ในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายกำลังตกตะลึง ประตูรถฝั่งที่เสิ่นชิงพิงอยู่ก็เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ
เสิ่นชิงอุ้มเฉียวอวี่หรานกลิ้งออกนอกรถอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนร้ายตั้งสติได้ หัวหน้าคนร้ายก็รีบยิงปืนไปที่เสิ่นชิงทันที แต่ไม่คาดคิดว่า กลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้ชายดังมาจากในกลุ่มควันสีขาว
“อ๊าาาาา!”
เมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมทีม หัวหน้าคนร้ายก็ตกใจ
แย่แล้ว ยิงโดนพวกเดียวกันเข้าแล้ว!
โจรผู้โชคร้ายคนนั้นถูกหัวหน้ายิงทะลุศีรษะด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว พร้อมกับเลือดพุ่งที่กระจายออกมา
ในชั่วพริบตา หมอกสีขาวถูกย้อมด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในหมอกทำให้คนแทบจะอาเจียน
คนร้ายอีกสองคนที่เหลืออยู่ในรถตั้งใจจะวิ่งออกมา แต่ประตูรถกลับปิดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะพยายามเปิดอย่างไรก็เปิดไม่ออก
ไม่นาน อุปกรณ์สุญญากาศบนหลังคารถก็เริ่มทำงาน ออกซิเจนภายในรถถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว
กระจกรถเป็นแบบกันกระสุน ไม่ว่าคนร้ายจะทุบยังไงก็ไม่เป็นรอยแม้แต่น้อย
เมื่อไม่มีอากาศหายใจ คนร้ายทั้งสองก็เริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก มือและเท้าชา
เมื่อหมอกสีขาวในรถสลายไป ทั้งสองคนก็ยืดคอออกมาเหมือนซอมบี้ แนบติดกับขอบหน้าต่าง ร้องขอความช่วยเหลือจากเสิ่นชิงที่อยู่นอกรถ
เสิ่นชิงมองด้วยสายตาเยือกเย็น เธอแสยะยิ้มมุมปาก แล้วขยับปากพูดกับโจรโดยไม่มีเสียง…