สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 102 เธอ...เป็นใครกันแน่เนี่ย!
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 102 เธอ...เป็นใครกันแน่เนี่ย!
บทที่ 102 เธอ…เป็นใครกันแน่เนี่ย!
คนที่ถูกเรียกว่าบอสโดยพวกโจรลักพาตัว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและต่ำ “เข้าใจแล้วใช่ไหม?”
พวกโจรลักพาตัวพร้อมใจกันตกใจ “เข้าใจแล้วครับ!”
“วี๊ว่อ! วี๊ว่อ! วี๊ว่อ!”
เสียงไซเรนแหลมคมดังแหวกอากาศ ไฟสีแดงบนหลังคารถตำรวจกะพริบวูบวาบไปทั่วท้องถนน
รถบนถนนเห็นสถานการณ์แล้วต่างพากันหลบหลีก
เจ้าหน้าที่เหอถือโทรโข่งตะโกนใส่พวกคนร้ายลักพาตัว “พวกโจรข้างหน้า พวกแกถูกล้อมไว้หมดแล้ว รีบลดความเร็วและหยุดรถเดี๋ยวนี้ การยอมจำนนเป็นทางออกเดียวของพวกแก!”
พวกคนร้ายลักพาตัวไม่ได้สนใจคำเตือนแต่อย่างใด พวกมันเร่งเครื่องยนต์ขับไปข้างหน้าต่ออย่างรวดเร็ว
ตำรวจลาดตระเวนกั้นแนวกีดขวางที่ทางแยก แต่พวกคนร้ายลักพาตัวกัดฟันแน่น เหยียบคันเร่งจนสุด
“โครม!!!”
แผงกั้นถนนถูกชนกระเด็นไปไกล หน้ารถบุบเสียรูปทรง ความเร็วรถลดลงและค่อย ๆ จอดเทียบข้างทาง
ตำรวจรีบวิ่งเข้าไปล้อมไว้ เล็งปากกระบอกปืนไปที่หน้าต่างรถ “อย่าขยับ!”
ครู่ต่อมา หน้าต่างรถตู้ก็เปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาตื่นตระหนกของเฉียวอวี่หราน
คนร้ายลักพาตัวประกบปืนไว้ที่ศีรษะของเธอ
เฉียวอวี่หรานวัยสี่ขวบตัวสั่นไม่หยุด ปากเม้มสนิท ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
“ร้องไห้สิ!”
คนร้ายบีบแขนของเฉียวหยู่หรานอย่างแรง แขนสีขาวนวลของเธอก็ปรากฏรอยฟกช้ำขึ้นมาทันที
“ฮืออออ….”
เฉียวอวี่หรานทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่น
เสิ่นชิงที่วิ่งตามมาถึง ได้ยินเสียงร้องไห้ของเฉียวอวี่หราน หัวใจของเธอก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาจับใจ
เฉียวอวี่หรานก็เห็นเสิ่นชิงเช่นกัน เธอจึงร้องไห้พลางตะโกนเรียกเธอ “ฮือออ…ป้า…ป้า…ฮือออ”
“ร้องดัง ๆ อีกสิโว้ย!”
คนร้ายกระชากผมของเฉียวอวี่หราน แล้วตบหน้าเธอไปสองที
“โอ๊ยยย…”
เมื่อร่างกายได้รับความเจ็บปวด เฉียวอวี่หรานก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นสาย
“หยุดนะ!”
เสิ่นชิงเห็นแล้วทนไม่ไหว พวกสารเลวนี่!
เธอเป็นแค่เด็กอายุสี่ขวบเท่านั้นนะ!
เจ้าหน้าที่เหอหยิบโทรโข่งขึ้นมา “พวกแกหมดทางไปแล้ว อย่าดิ้นรนโดยไร้ประโยชน์อีกเลย การทำร้ายตัวประกันจะยิ่งเพิ่มโทษให้หนักขึ้นเท่านั้น”
“หุบปากไปซะ ฉันได้ยินแล้ว!” คนร้ายเอาปืนจ่อขมับของเฉียวอวี่หราน แล้วตะโกนลั่น
“ถอยไปให้หมด!!”
เจ้าหน้าที่เหอเห็นสถานการณ์แล้วรีบโบกมือ ส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยหลัง
คนร้ายพูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ฟังให้ดี ๆ นะ ถ้าอยากให้เด็กคนนี้รอด ก็เอาตัวเสิ่นชิงมาแลก แล้วก็เตรียมรถดี ๆ มาให้ด้วย ถ้าไม่ยอมทำตามเงื่อนไข ฉันจะยิงหูเด็กคนนี้ทิ้งซะ!”
พูดจบ คนร้ายก็จับหูเล็ก ๆ ของเฉียวอวี่หราน แล้วเอาปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าไป
เฉียวอวี่หรานตัวสั่นเทาเหมือนลูกกระต่าย เธอหันไปร้องไห้กับเสิ่นชิง “ฮือออ…ป้า…ป้าอย่ามา…อย่ามาทางนี้นะคะ”
เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฉียวอวี่หราน หัวใจของเสิ่นชิงก็แทบสลาย
บ้าเอ๊ย! พวกคนร้ายสารเลว!
เสิ่นชิงกำหมัดแน่น ดวงตาคมกริบราวกับใบมีด
ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าทำไมคนร้ายถึงลักพาตัวเฉียวอวี่หราน
แต่เธอก็รู้ดีว่า คนร้ายพวกนี้เป็นพวกเดียวกับคนที่ขับรถชนเฉียวเทียนเอิน ไม่งั้นคงไม่ขอแลกตัวเธอหรอก
เธอรู้ว่าการฟื้นความทรงจำจะต้องนำมาซึ่งปัญหาแน่นอน
แต่เธอไม่คิดเลยว่า พวกนั้นจะอยากให้เธอตายเร็วขนาดนี้
เสิ่นชิงไม่รอให้เจ้าหน้าที่เหอตอบตกลง เธอเปิดประตูรถแล้วจ้องมองคนร้ายอย่างเย็นชา “อย่าทำร้ายเด็กคนนั้น ฉันจะไปแลกตัวกับเธอเอง!”
“เธอพูดอะไรเนี่ย!” ลู่เย่คว้าตัวเสิ่นชิงเอาไว้ ดวงตาของเขาฉายแววตื่นตระหนก “ไม่ได้นะ!”
เสิ่นชิงแกล้งยิ้มที่มุมปาก “ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ตัวเองดี ไม่เป็นอะไรหรอก”
ริมฝีปากของลู่เย่สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เขาพูดด้วยสายตาแน่วแน่ “ไม่ได้ก็คือไม่ได้”
เสิ่นชิงสะบัดมือลู่เย่ออก “นายยังไม่รู้อีกเหรอ พวกมันเอาจริงแน่ ฉันทนดูอวี่หรานถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาไม่ได้”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น เจ้าหน้าที่เหอก็กดหมวกตัวเองลงต่ำ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ใจเย็น ๆ เรามาประชุมวางแผนกันก่อน…”
เสิ่นชิง ลู่เย่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเริ่มวางแผนช่วยเหลือ ส่วนตำรวจคนอื่น ๆ ก็ยังคงจับตาดูผู้ร้ายต่อไป
หลังจากพูดคุยกันเป็นเวลานานถึงยี่สิบนาที
แผนการต่าง ๆ ที่ตำรวจวางไว้ ทั้งการบุกโจมตี การลวงให้เข้าใจผิด และการเผชิญหน้าโดยตรง ล้วนถูกเสิ่นชิงปฏิเสธทั้งหมด
เพราะเธอกังวลว่าหากเกิดการปะทะกันขึ้น อาจทำให้เฉียวอวี่หรานได้รับบาดเจ็บ
เสิ่นชิงคัดค้านแผนการต่าง ๆ อยู่ตลอด ทำให้สีหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงไม่สู้ดีนัก
ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ ทำแบบนั้นก็ไม่ได้
ถ้าเป็นคนทั่วไปมารบกวนการสืบสวนแบบนี้ พวกเขาคงไล่ออกไปนานแล้ว
เจ้าหน้าที่เหอส่งสัญญาณให้ลูกน้องไม่ต้องตื่นเต้น เขารู้ว่าเสิ่นชิงไม่อยากให้เด็กได้รับอันตราย และต้องการหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
เจ้าหน้าที่เหอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้ามองไปที่เสิ่นชิง “ถ้าใช้กำลังไม่ได้ผล เราก็ต้องใช้สติปัญญาแทน ฉันรู้มาว่า มีรถหุ้มเกราะสีดำที่ใช้คุ้มกันบุคคลสำคัญของรัฐบาล รถหุ้มเกราะสีดำแบบนั้นมีกลไกติดตั้งอยู่ภายในมากมาย กลไกบางอย่างก็ออกแบบมาเพื่อรับมือกับคนร้ายที่จี้ปล้นรถโดยเฉพาะ ถ้าล่อให้คนร้ายเข้าไปในนั้นได้ พวกเราก็จะจัดการพวกมันได้โดยไม่ต้องลงแรง”
ลู่เย่ขมวดคิ้ว “มีรถแบบนั้นด้วยเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินลุงของฉันพูดถึงเลย”
เจ้าหน้าที่เหอไม่ได้พูดอะไร แต่ตำรวจคนอื่น ๆ ใช้สายตาบอกคำตอบกับเขา
นั่นเป็นเพราะว่าตำแหน่งของเขายังไม่สูงพอต่างหาก…
เสิ่นชิงเม้มริมฝีปาก “ถ้าอย่างนั้น รถหุ้มเกราะสีดำก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว”
สีหน้าของเจ้าหน้าที่เหอดูลำบากใจ “แต่ปัญหาคือ ฉันไม่มีอำนาจในการขอยืมรถแบบนั้น รถแบบนั้นจัดเตรียมให้เฉพาะบุคคลสำคัญเท่านั้น…”
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้นมองลู่เย่
ลู่เย่ส่ายหน้า “ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่น ๆ ก็ส่ายหัวเช่นกัน “เรามาหาวิธีอื่นกันดีกว่า”
ยศระดับพวกเขา จะไปรู้จักกับบุคคลสำคัญได้ยังไงล่ะ?
เสิ่นชิงก้มหน้าครุ่นคิดสักครู่ แล้วเงยหน้าขึ้นพูดว่า “เจ้าหน้าที่เหอ รถหุ้มเกราะสีดำแบบนั้นหน้าตาเป็นยังไง?”
เจ้าหน้าที่เหอเปิดรูปรถหุ้มเกราะสีดำในโทรศัพท์มือถือ แล้วยื่นให้เสิ่นชิงดู
รถยนต์สีดำในรูปไม่มีการตกแต่งใด ๆ ดูธรรมดาเมื่อแรกเห็น
แต่เมื่อมองอย่างละเอียด ก็จะเห็นความแตกต่างของรถคันนี้
กระจกรถเป็นกระจกกันกระสุนที่หนาเป็นพิเศษ
ยางรถยนต์เป็นยางแบบกันระเบิด
ถึงแม้ตัวรถจะเป็นสีดำ แต่พื้นผิวกลับเคลือบด้วยสีชนิดพิเศษ ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแบบดำด้าน
ดวงตาของเสิ่นชิงเป็นประกาย
รถแบบนี้ เธอเคยเห็นมาก่อน!
เสิ่นชิงเผยสีหน้าดีใจ “ฉันรู้แล้ว ฉันรู้แล้วว่าจะไปหาใครดี ไปหาผู้ใหญ่บ้าน!”
เหล่าตำรวจมองเสิ่นชิงอย่างงุนงง “ห๊า?”
ผู้ใหญ่บ้าน?
ผู้ใหญ่บ้าน…เป็นบุคคลสำคัญของรัฐบาลด้วยเหรอ?
ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งจะมีรถหุ้มเกราะสีดำได้ยังไง?
ลู่เย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เขามองเสิ่นชิงด้วยสายตาสงสัย
เสิ่นชิงไม่สนใจสายตาของทุกคน เธอกดโทรศัพท์หาผู้ใหญ่บ้านทันที “ผู้ใหญ่บ้านคะ คุณมีเบอร์โทรศัพท์บ้านจวินจวินไหมคะ?”
เสิ่นชิงจำได้ว่าคุณปู่ของจวินจวินนั่งรถหุ้มเกราะสีดำแบบนั้นมา
พอพูดถึงจวินจวิน ผู้ใหญ่บ้านก็นึกถึงเด็กชายที่ตกลงไปในน้ำ แล้วก็นึกถึงบุคคลสำคัญคนนั้น
เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “มีสิ! ฉันมีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของคุณอวิ๋นอยู่ด้วย เบอร์ส่วนตัวนั้นเขาให้ไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ โอ๊ย…ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ ลืมไปเลย ลืมบอกเรื่องนี้กับเธอไปได้ยังไง?”
จากนั้นเสิ่นชิงก็โทรหาคุณอวิ๋นที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงตามเบอร์ที่ผู้ใหญ่บ้านให้มา
โชคดีที่วันนี้คุณอวิ๋นไม่ได้เข้าร่วมประชุม หลังจากเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขาก็โทรหารัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมที่อยู่ในเมืองหางโจวทันที
ด้วยเหตุนี้ เสิ่นชิงจึงยืมรถยนต์หุ้มเกราะสีดำมาได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเสิ่นชิงวางสาย เธอถึงสังเกตเห็นว่าตำรวจทั้งหลายต่างเบิกตากว้างมองเธอด้วยความประหลาดใจ
บ้าไปแล้ว! เมื่อกี้ได้ยินไม่ผิดใช่ไหม?
คุณอวิ๋น?
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม?
เสิ่นชิงรู้จักกับบุคคลสำคัญพวกนี้ด้วย เธอ…เป็นใครกันแน่เนี่ย!