สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 443 บทเรียนสำหรับฮั่วเฉียง
บทที่ 443 บทเรียนสำหรับฮั่วเฉียง
แต่ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้ ฉินซือก็เตะเขาอย่างรุนแรงด้วยเท้าอันทรงพลัง ทำให้ร่างเขาปลิวไปสามเมตร
“พูดสิ พูดต่อสิ!” ใบหน้าของฉินซือเย็นชาและโหดเหี้ยม ทำให้แม้แต่ฮั่วเฉียงก็รู้สึกขนลุก
เมื่อได้สติจากความกลัวของตัวเอง ใบหน้าฮั่วเฉียงก็บิดเบี้ยวด้วยความอับอาย เขาหัวเราะเยาะ “โกรธมากเหรอ? ฉันจะไปพบกับลู่ฉิวเยว่ในภายหลัง…”
ปัง! กริ๊บ!
ฉินซือเหยียบใบหน้าของเขาแล้วหัวเราะเหมือนปีศาจที่ปีนขึ้นมาจากนรก “พูดต่อสิ”
ฮั่วเฉียงโกรธเคือง เขาอ้าปากกว้าง
โครม!
ฉินซือเตะไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงด้วยความโกรธแค้น รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มดูโหดเหี้ยมและเย็นชา “พูดอีกสิ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ชายชั่วช้าคนนี้เกือบทำให้ภรรยาของเขาตกอยู่ในอันตราย ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวก็พลุ่งขึ้นมาในใจ เขาอยากจะฆ่าชายคนนี้ให้ตายนับพันครั้งเสียให้ได้
ภายในห้องขังนั้น เต็มไปด้วยเสียงกำปั้นที่ทุบเข้าไปในเนื้อหนังและเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของชายคนนั้น เสียงเหล่านี้นำความรู้สึกไม่สบายใจมาให้กับสวีซงซิง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หันศีรษะไปทางฉินซือและกล่าวเตือน
“สอนบทเรียนพอแล้ว อย่าทำถึงขนาดฆ่าเขาให้ตายเลย มันจะยุ่งยากเปล่า ๆ”
ฉินซือไม่หยุดการกระทำอันโหดเหี้ยมของเขา สีหน้ายังคงโกรธแค้น ในขณะที่พูดออกมาอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าควรทำอย่างไร”
“รู้อะไร ชายคนนั้นกำลังจะตายเพราะฝีมือแกแล้ว!”
สวีซงซิงสบถในใจ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาก็รีบวิ่งเข้าไปห้ามปราม “พอได้แล้ว หยุดเถอะ อย่าต่อยอีกเลย ให้เขาเหลือลมหายใจไว้บ้าง”
ในที่สุดฉินซือก็หยุดมือลง จากนั้นก็ค่อย ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เช็ดนิ้วทีละนิ้ว
สวีซงซิงเหลือบมองชายที่นอนอยู่บนพื้น แล้วก็ส่ายหน้า
ฮั่วเฉียงนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นราวกับสุนัขตาย บางทีตอนนี้ร่างกายคงเหลือเพียงแค่ดวงตาที่บวมจนเหลือเพียงรอยแยกแคบ ๆ และปากเหม็น ๆ ที่น่าอุดด้วยอุจจาระเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น ฮั่วเฉียงที่นอนอยู่บนพื้นก็ยังคงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ด้วยถ้อยคำที่ดุร้ายและหยิ่งยโส “มีปัญญาฆ่าฉันไหม? ไม่มีปัญญาใช่ไหมล่ะ? บอกให้รู้ไว้เลยว่าตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ ฉันก็สามารถทำให้ผู้หญิงคนนั้นตายได้! อีกแค่หนึ่งหรือสองปีเท่านั้น คอยดูได้เลย!”
เป็นเศรษฐีแล้วอย่างไร พวกเขาก็กลัวที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
ฮั่วเฉียงรู้สึกภาคภูมิใจ
ดวงตาของฉินซือเฉียบคมมากจนสวีซงซิงสะดุ้งและหยุดเขาอย่างรวดเร็ว “พี่ชาย ได้โปรดหยุดการต่อสู้ ชายคนนี้จะได้ตายไปจริง ๆ นะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเจรจา “คุณคิดว่าสิ่งนี้เป็นอย่างไร? วันนี้เราปล่อยเขาไปก่อน แล้วค่อยกดดันเขาต่อในวันพรุ่งนี้ มันจะง่ายเกินไปที่จะปล่อยให้เขาตายในคราวเดียว”
“ถอยไป!”
ฉินซือผลักเขาออกไป แล้วก้าวไปเหยียบหน้าฮั่วเฉียงอย่างแรงด้วยรองเท้าหนัง และพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา “หนึ่งหรือสองปี แกคงจะฝันอยู่หรือเปล่า? ปีที่แล้ว แกข่มขืนผู้หญิงในโรงเรียน แกคิดว่าข้อหานี้จะมีอายุกี่ปี?”
เขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง!
รอยยิ้มบนใบหน้าของฮั่วเฉียงกลายเป็นความกลัวทันที เขาจัดการเรื่องนี้ได้ดี ดังนั้นคนใบ้จะกล้าบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร เธอไม่เห็นคุณค่าของชื่อเสียงแล้วหรือ?
“ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ทำให้แกประหลาดใจใช่ไหม?” ฉินซือยกคิ้ว รองเท้าของเขากดใบหน้าของอีกฝ่ายไว้อย่างแรง เหยียบย่ำเหมือนขยะใต้ฝ่าเท้า “ตอนนี้ฉันจะบอกว่า แกจะไม่เพียงแต่ต้องติดคุก 7 หรือ 8 ปีเท่านั้น แต่ถ้าแกออกมาได้ ฉันจะทำให้แกตายทั้งเป็น!”
ฉินซือย่อตัวลงและหัวเราะเบา ๆ “เข้าใจไหม?”
ในตอนที่ได้ยินคำว่า 7 หรือ 8 ปี ฮั่วเฉียงก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมาทันที ร่างกายของเขาสั่นเทา
7 หรือ 8 ปี มันนานแค่ไหน?
ความรู้สึกสำนึกผิดอย่างใหญ่หลวงแผ่เข้ามาในตัว เขาไม่ควรไปยุ่งกับคนแบบนี้
คนธรรมดาอย่างเขา ถ้าผู้ชายคนนี้ต้องการจะสั่งสอน เขาไม่จำเป็นต้องออกแรงใด ๆ เลย
“ไม่… ไม่… ผมไม่ได้ตั้งใจ…” ฮั่วเฉียงพูดจาไม่เป็นภาษาเพราะความตกใจ “คุณปล่อยผมไปเถอะ ผมขอโทษ…”
ฉินซือหัวเราะเย็นชา มองคนตรงหน้าที่เพิ่งจะหยิ่งผยองเมื่อครู่ แต่ตอนนี้กลายเป็นเหมือนหนูที่ติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เขาเตะอีกฝ่ายออกไปแล้วเดินออกมา “คุณสวี ช่วยดูแลเขาสักสองสามวันด้วย”
สวีซงมองไปที่ฮั่วเฉียงที่อยู่ในห้องขังแล้วพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ได้”
ฮั่วเฉียงในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเนื้อบนเขียงที่รอการเชือด เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ ร่างกายก็เย็นเฉียบ ดวงตาพร่ามัว แล้วก็หมดสติไป
ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน เมื่อเธอรู้สึกตัว แสงสีส้มจากยามเย็นก็สาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว แสงสีส้มแดงย้อมผนังสีขาวของห้องผู้ป่วยจนแลดูงดงามน่าหลงใหล
เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก เธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกดทับแขนอยู่ เธอจึงหันศีรษะไป แล้วก็เห็นฉินซือกำลังนอนหลับอยู่ที่หัวเตียง
สันจมูกของชายหนุ่มโด่งเป็นสัน ขนตาดกหนาเป็นเหมือนพัด ปลายขนตางอนขึ้นเล็กน้อย ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
ลู่ฉิวเยว่เคลื่อนใบหน้าเข้าหาคนที่กำลังหลับใหล ลมหายใจของเขาและเธอพันกัน ในช่วงเวลาที่กำลังจะจูบนั้นเอง ลู่ฉิวเยว่ก็เจอกับดวงตาสีดำคู่หนึ่งที่กำลังยิ้มอยู่
เธอตกใจ รีบผละออกด้วยความโกรธ ชี้ไปที่เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “เจ้าเล่ห์! ที่แท้ก็แกล้งหลับ!”
“ถ้าไม่แกล้งหลับ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าภรรยาจะชอบผมขนาดนี้ ถึงได้แอบมาจูบตอนที่ผมหลับอยู่” ดวงตาของฉินซือมีรอยยิ้มระยิบระยับราวกับว่าถ้าเขามีหางตอนนี้ คงจะสะบัดไปถึงฟ้าแล้ว
ลู่ฉิวเยว่ทั้งอับอายและโกรธ เธอจึงบีบแก้มเขาแรง ๆ “น่ารำคาญที่สุด!”
ฉินซือหัวเราะร่วน ก่อนจะคว้าตัวเธอมากอด แล้วจ้องไปที่ริมฝีปากสีชมพูอมแดงราวกลีบกุหลาบของเธออย่างตั้งใจที่จะจูบอย่างเร่าร้อน
ลู่ฉิวเยว่เหลือบไปเห็นประตูเปิดออกเล็กน้อย และเห็นใบหน้าของแม่ลู่ที่แอบอยู่ เธอก็หน้าชาในทันใด รีบผลักเขาออก
ฉินซือไม่ลดละ เขาลูบไล้ซอกคอของเธอแล้วโน้มตัวลงมาที่ริมฝีปากด้วยเสียงพร่า “แค่จูบเดียวเอง เราไม่ได้จูบกันมานานแล้วน่ะ ผมคิดถึงคุณจนใจจะขาด”
นี่มันบ้าไปแล้ว!
ลู่ฉิวเยว่หลับตาลงด้วยความจำยอม กัดฟัน “แม่ฉันมาแล้ว!”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของฉินซือแข็งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนตัวตรงอย่างว่องไว มองแม่ลู่อย่างซื่อ ๆ ที่ประตู สีหน้ากระอักกระอ่วน “แม่ครับ แม่มานานแล้วเหรอครับ”
แม่ลู่เม้มปากและพยายามอย่างมากที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมาได้ “ฉิวเยว่เพิ่งเจอเรื่องร้ายเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้เธอจะออกกำลังกายหักโหมไม่ได้นะ”
สายตาของคุณแม่ไม่พอใจ แทบจะวิ่งเข้าไปหาเขาและด่าว่า ‘เจ้าลูกเขยบ้านี่ นายเป็นสัตว์ร้ายรึไง!’
ฉินซือสีหน้ากระอักกระอ่วน “ผมรู้ครับ ผมมีขอบเขต”
ในใจรู้สึกไม่เป็นธรรม แต่เดิมเขาไม่ได้คิดจะทำอะไร แต่แม่ยายคนนี้คิดอะไรกับเขานักหนา!
ลู่ฉิวเยว่เห็นเขาหน้าจ๋อยก็เกือบหัวเราะออกมาได้ ตะกี้บอกให้ดูที่ประตู แต่กลับไม่ดู ตอนนี้โดนดุซะแล้ว!
ให้แกล้งหลับไปซะ สมน้ำหน้า!
ฉินซือเหลือบมองเธออย่างเฉื่อยชา : ตลกมาก?
ลู่ฉิวเยว่ยักคิ้ว : แน่นอน
แม่ลู่ตื่นเต้น ไม่เห็นทั้งสองคนกำลังส่งสายตากันอยู่ที่นี่ เธอผลักประตูเข้ามา มือถือหนังสือพิมพ์กองโต จ่อไปที่หน้าลู่ฉิวเยว่ “ดูสิลูกว่านี่มันอะไร!”
สายตาของลู่ฉิวเยว่เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่มีรูปของเธอ พอหยิบมาดูก็ต้องประหลาดใจ
หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำเสร็จสิ้น หลาย ๆ สำนักข่าวก็ได้ไปสัมภาษณ์ที่ห้องจัดเลี้ยง และทุก ๆ คนก็พูดถึงเธอด้วยความชื่นชม
การที่พ่อครัวหน้าใหม่ได้รับคำชมจากพ่อครัวคนดังที่เดินทางมางานเลี้ยงจากทุกจังหวัดในประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ หน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในวันนี้จึงลงข่าวเกี่ยวกับตัวเธอ