สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 442 การให้อภัยคุณแม่ฉิน
บทที่ 442 การให้อภัยคุณแม่ฉิน
หลังจากเธอพูดจบ ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นคุณหมอที่ยืนอยู่ตรงนั้น
คุณหมอตรวจอย่างละเอียดแล้วก็ยิ้มออกมา
“โชคดีที่แค่ตกใจจนทารกขยับตัว ต่อไปนี้ต้องระวังให้มากขึ้น ทานอาหารบำรุงร่างกาย งดการเคลื่อนไหวรุนแรง และควบคุมอารมณ์ให้ดี”
ฉินซือพยักหน้ารัว ๆ จริงจังราวกับกำลังฟังเรื่องสำคัญของชาติ ถ้ามีสมุดอยู่ข้าง ๆ ลู่ฉิวเยว่คงเดาได้ว่าเขาต้องจดบันทึกสิ่งที่คุณหมอพูดไว้แน่ ๆ
“ยังมีอะไรที่ต้องระวังอีกไหมครับ?” ฉินซือถามคุณหมอด้วยความกังวล กลัวว่าเขาจะลืมพูดถึงข้อควรระวังอะไรไป
คุณหมอยิ้มเมื่อเห็นฉินซือที่เอาใจใส่ขนาดนี้
“ไม่มีแล้วครับ ถ้ามีอะไรสงสัยก็มาหาผมได้ทุกเมื่อ” ประตูห้องผู้ป่วยปิดลง ฉินซือหันกลับมาถาม “หิวรึเปล่าครับ คุณป้าที่บ้านเพิ่งเอาน้ำซุปไก่มาให้ จะกินเลยไหมครับ”
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหน้า “ห้องคุณแม่ฉินอยู่ที่ไหนคะ ฉันอยากไปเยี่ยม”
“พ่ออยู่ที่นั่นแล้ว คุณพักก่อนเถอะครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้” ฉินซือขมวดคิ้ว รีบจับเธอกดลงบนเตียง
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหน้าไม่ยอม “ฉันจะไปค่ะ”
คุณแม่ฉินเป็นคนเจ็บเพราะเธอ เธอก็ควรจะไปเยี่ยมสักหน่อย ไม่ไปจะดูไม่ดี
โดนตีแรงขนาดนั้น ไม่รู้ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ลู่ฉิวเยว่เม้มริมฝีปาก คิ้วขมวดแน่นเต็มไปด้วยความกังวล
ฉินซือถอนหายใจ “ได้ครับ ผมจะอุ้มคุณไปเอง”
“นี่โรงพยาบาลนะคะ จะเป็นอะไรไป” ลู่ฉิวเยว่ไม่พอใจ
“ถ้าคุณไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าจะไปก็ต้องให้ผมอุ้มครับ” ฉินซือพูดเสียงแข็ง
ลู่ฉิวเยว่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลงและยอมเอามือโอบรอบคอเขา “เอาล่ะ ฉันจะฟังคุณค่ะ”
ลู่ฉิวเยว่ค่อย ๆ เปิดประตูห้องแม่ฉิน ก็ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง ไม่เพียงแต่มีพ่อฉินอยู่ข้างใน แต่พ่อแม่ของเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย
แม่ฉินนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอซึ่งซีดอยู่แล้ว ตอนนี้กลับซีดยิ่งกว่าเดิม และดูไร้ชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“ลูกเพิ่งมีทารกในครรภ์ ทำไมถึงไม่พักผ่อนในห้อง?” แม่ลู่ขมวดคิ้วดุ และวิ่งไปจับมือของลู่ฉิวเยว่ “ตอนนี้ลูกเป็นยังไงบ้าง?”
“หนูสบายดี” ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัวและมองที่เตียงในโรงพยาบาลอย่างกังวล “คุณแม่ฉินเป็นยังไงบ้างคะ”
“ไม่เป็นอะไรมาก แค่พักสักหน่อยก็หายแล้ว ดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะ ไม่ต้องกังวล” พ่อฉินปลอบเธอ
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มนิด ๆ “ฉันจะระวังค่ะ”
“ดูพอแล้ว กลับไปพักเถอะ” ฉินซือขมวดคิ้วมองดูใบหน้าซีดขาวของลู่ฉิวเยว่
“ใช่ กลับไปพักผ่อนเร็ว ๆ” พ่อฉินเห็นด้วย มองดูใบหน้าซีดขาวของลู่ฉิวเยว่ แล้วรู้สึกกังวล
ฉินซือตัดสินใจอุ้มลู่ฉิวเยว่ขึ้นแล้วเดินออกไป
ลู่ฉิวเยว่รีบโผล่หัวออกมาจากไหล่ของเขา “ขอบคุณค่ะ คุณพ่อฉิน”
เมื่อตื่นขึ้นมา ลู่ฉิวเยว่รู้สึกเหมือนเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้าได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ครอบครัวฉินเคยทำเกินเลยไปจริง แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ขอโทษอย่างจริงใจ และแม่ฉินก็เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เธอจึงตัดสินใจลืมแค้นเก่าทั้งหมดทิ้งไป
หวังว่าพวกเขาจะไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมอีก เธอคิดว่าพวกเขายังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
พ่อฉินได้ยินคำเรียกนี้ เขาตกตะลึงไปชั่วครู่ มองสบตาเธอ ครู่ใหญ่จึงรู้ตัวว่าเมื่อกี้ อีกฝ่ายเรียกเขาว่า “พ่อฉิน” ไม่ใช่ “พ่อของฉินซือ”
ดวงตาของเขาแดงก่ำ พยักหน้ารัว “ดี… ดี”
แม่ลู่มองดูลู่ฉิวเยว่เงียบ ๆ ไม่ได้พูดจาดูถูกพ่อฉินเช่นเคย และตั้งใจปอกแอปเปิ้ลในมือ
ก่อนหน้านี้เธอโกรธมากที่ครอบครัวฉินไม่ดีกับฉิวเยว่ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอรู้สึกโกรธน้อยลง
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ฉินมาช่วยลู่ฉิวเยว่ได้ทันเวลา อาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นก็ได้
เมื่อกลับมาที่ห้องผู้ป่วย ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีและไม่พูดถึงเรื่องเมื่อกี้ ลู่ฉิวเยว่กินแอปเปิ้ลที่ฉินซือหั่นให้ พร้อมมองดูฉินซือที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง
นี่คือการลักพาตัว นี่คือการทำร้ายร่างกาย! ถ้าจัดการไม่ดี เขาจะไปจัดการเอง! ฉินซือโกรธจนตัวสั่น ลู่ฉิวเยว่ไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน เหมือนกับว่าเขาพร้อมจะระเบิดและทำร้ายคนได้ทุกเมื่อ
แต่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ฉินซือไม่เคยทำร้ายคนของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งภรรยาของเขา เธอรู้ดีว่าแม้ว่าเขาจะลงมือทำร้ายหรือตบหน้าตัวเอง แต่ก็ไม่มีทางทำร้ายเธอแม้แต่น้อย
ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า เธอฟังเสียงโกรธ ๆ ของเขาแล้วกลับรู้สึกง่วงขึ้นมา เปลือกตาก็เริ่มหนักขึ้น หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
ฉินซือสังเกตเห็น จึงพูดเบา ๆ พร้อมกับรีบวางสายโทรศัพท์ หลังจากนั้นสักพัก ก็แน่ใจว่าเธอหลับสนิทแล้ว เขาจึงเดินออกไปเงียบ ๆ
“แม่ครับ ผมออกไปแป๊บนึงนะ ฝากแม่ช่วยดูแลฉิวเยว่ให้หน่อยได้ไหมครับ” เขาเดินไปหาคุณแม่ลู่เพื่อขอให้มาดูแลลู่ฉิวเยว่
“เธอกลับไปได้เลย ที่นี่มีพวกเราสองคนดูแลก็พอแล้ว” คุณพ่อฉินพยักหน้าให้
คุณแม่ลู่หันหลังออกไปด้านนอก “เธอจะไปก็ไปเถอะ กลับมาไว ๆ นะ”
ฉินซือพยักหน้าแล้วเดินออกจากโรงพยาบาลอย่างรีบ ๆ
เมื่อเข้าไปในโรงพักแล้ว เขาก็เดินตามตำรวจไปที่ห้องขัง ก่อนที่จะได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนออกมาอย่างเย่อหยิ่ง
“ทำไมฉันจะตีเธอไม่ได้ เธอสมควรโดนตี!” ฮั่วเฉียงหัวเราะอย่างสะใจ “ฉันเจออีตัวนั่นเมื่อไหร่ ก็จะตีเมื่อนั้น! ให้เธอรอไปเลย! ก็แค่ปีสองปี คราวหน้าฉันจะตีเธออีก ไม่ใช่แค่ตีเธอ แต่ยังจะจัดการลูกในท้องที่ยังไม่เกิดของเธอด้วย!”
“ถ้าเธอมาหาเรื่อง ก็ต้องจ่ายหนี้! บอกลู่ฉิวเยว่เตรียมล้างคอยาว ๆ ได้!”
เสียงตะโกนกร่างของผู้ชายดังออกมาด้านนอก ตำรวจมองผู้ชายที่ยืนข้าง ๆ ด้วยท่าทางเย็นชาจนตัวสั่นด้วยความตกใจ
อะไรวะ คนนี้เหมือนยมทูตเลย! ยังมีเมียได้อีก แถมยังสวยซะด้วย
“โครม!” ฉินซือถีบประตูให้เปิดออกแล้วเดินหน้าตาเย็นชาเข้าไป ทำให้คนข้างในตกใจไปตาม ๆ กัน
สวีซงซิงเบียดตัวเข้ามาจากด้านนอก ไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งพาฉินซือเข้ามาออกไป “เมื่อกี้เหมือนหัวหน้าจะตามหาคุณ คุณรีบไปเถอะ ที่นี่ผมดูแลเอง”
“ขอบคุณพี่สวีครับ” ตำรวจกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันหลังเดินออกไป
พอเห็นตำรวจเดินออกไปแล้ว สวีซงซิงก็ปิดประตูขวางสายตาจากด้านนอกทันที
ฉินซื่อยิ้มเยาะ ถอดเสื้อโค้ตที่ใส่มา เขวี้ยงใส่สวีซงซิง “ลำบากนายละ”
“ไม่ลำบากหรอก ฉันหมั่นไส้นายนั่นมานานแล้ว” สวีซงซิงคว้าเสื้อโค้ตไว้ทันทีแล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง ทำเหมือนว่าไม่เห็นอะไรเลย
ไอ้เวรนั่นเข้ามาแล้วกร่างไม่หยุดเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนร่วมงานห้ามไว้ ฉันคงกระทืบมันให้แหลกคามือแน่!
ไอ้เวรนี่!
คิดถึงตอนที่ลู่ฉิวเยว่เกือบโดนไอ้โง่นี่ทำร้าย สวีซงซิงก็แทบคลั่ง
“อะไรนะ? แกเป็นผัวไอ้หญิงชั่วลู่ฉิวเยว่หรอ?” ฮั่วเฉียงที่นั่งอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าหายนะกำลังจะมาเยือน จึงขมวดคิ้วอย่างยียวน “หึ หึ สายตาแกไม่เอาไหนเลยนะ…”
“ตุบ! แกร๊ก!” มุมปากของฉินซือเผยรอยยิ้มอันโหดเหี้ยม เขายื่นขาข้างหนึ่งไปเตะหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง
ฮั่วเฉียงลุกพรวดพราดขึ้นมายืนอย่างโกรธจัด