สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 420 แฟนใหม่ของพี่สาว
บทที่ 420 แฟนใหม่ของพี่สาว
หวงฉีฉีรู้สึกมีความสุขเมื่อคิดว่าเธอจะมีเจ้าถั่วงอกสีขาวนุ่ม ๆ ในอนาคต
ลู่ฉิวเยว่หันไปมองเธอด้วยรอยยิ้ม “เธอกับเซวียนเซวียนยังเด็กอยู่เลย ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้เร็วนัก และควรมีสมาธิกับการเรียนก่อน ส่วนเรื่องเด็กน่ะค่อยว่ากันทีหลัง”
เธอรู้สึกว่าการมีลูกเร็วเกินไปนั้นไม่ดี หวงฉีฉียังเด็กและควรใช้ชีวิตสมกับวัย
หวงฉีฉีพยักหน้ารับ แต่เห็นได้ชัดว่าเธอดูไม่สู้ดีนัก “ไม่มีข่าวคราวจากเซวียนเซวียนนานแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังคอยส่งจดหมายมาให้ ตอนนี้แม้แต่จดหมายก็ไม่มีเลย”
ผู้ชายคนนั้นวิ่งหนีไปหลังจากแต่งงาน ยิ่งหวังฉีฉีคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ ดวงตาของเธอเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา
ลู่ฉิวเยว่กอดอีกฝ่ายไว้อย่างอ่อนโยนและพูดเสียงเบา “รอเขากลับมาเมื่อไร เธอก็เอาคืนเขาให้หนักเลย ถึงแม้เธอจะไม่เอาคืน ฉันก็จะไปทุบไอ้เด็กคนนี้สักครั้ง”
ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน เป็นช่วงความรักกำลังเบ่งบาน ลูกพี่ลูกน้องของเธอออกไปต่างประเทศเป็นเวลาครึ่งปีไม่พอ ตอนนี้แม้แต่จดหมายก็ไม่ส่งกลับมาที่บ้าน ช่างไร้สำนึกจริง ๆ!
เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นบนแผ่นหลัง ลู่ฉิวเยว่หันกลับไปและเห็นว่าฉินซือนำเสื้อมาคลุมให้เธอ
“ไม่ส่งจดหมายกลับมาอาจเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งมาก เซวียนเซวียนกำลังจะกลับมาแล้ว น่าจะกำลังทำงานส่งมอบให้ทีมต่อไปอยู่” ฉินซือโอบเอวของลู่ฉิวเยว่
“เซวียนเซวียนจะกลับมาแล้วเหรอคะ?” หวงฉีฉีเบิกตากว้าง มุมปากของเธอยกขึ้นสูง น้ำตาที่คลอเบ้าหายกลับเข้าไปทันที
เธอวิ่งเข้าไปข้างในอย่างตื่นเต้น “พ่อคะ แม่คะ พี่เขาบอกว่าเซวียนเซวียนกำลังจะกลับมาแล้ว!”
ลุงกับป้าตกใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นความยินดี
ลูกเดินทางไปไกลแม่เป็นห่วง ฝรั่งเศสอยู่ไกลมาก ยิ่งกว่านั้นยังเป็นสถานที่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วจะไม่ให้ลุงกับป้าเป็นห่วงลูกได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นโครงการของฉินซือ พวกเขาคงไม่ยอมให้ลูกไปนั่นแน่
วันนี้ครอบครัวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ กระทั่งสี่ทุ่มถึงจะแยกย้ายกันไป
ฉินซือทำความสะอาดข้างนอกแล้วกลับไปที่ห้องนอน เมื่อเขาเห็นลู่ฉิวเยว่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธและบีบแก้มของหญิงสาว “คุณเพิ่งสัญญากับแม่ไปไม่ใช่หรือไง? ดึกดื่นขนาดนี้ยังไม่ยอมไปนอนอีก”
“รู้แล้ว น่ารำคาญจริง ๆ” ลู่ฉิวเยว่แสดงอาการไม่พอใจ แต่เธอก็ยังเดินไปที่เตียงอย่างว่าง่าย
เมื่อฉินซือพูดแบบนี้ เธอก็รู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วจริง ๆ
ลู่ฉิวเยว่พยายามลดปริมาณงานให้น้อยลงแล้ว โดยปกติแล้วเธอจะหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก หากมีเรื่องสำคัญ เธอก็จะให้หัวหน้างานมาหาเธอที่บ้านแทน แต่เนื่องจากธุรกิจเติบโตขึ้นมากในปัจจุบัน แม้จะลดจำนวนลงแล้ว งานก็ยังเยอะอยู่ดี
“ฉิวเยว่ นั่นลูกจะไปไหน?” คุณแม่ลู่วิ่งออกจากห้องครัวเมื่อเห็นลู่ฉิวเยว่สวมรองเท้าแล้วออกไปข้างนอก
ลู่ฉิวเยว่หยิบผ้าพันคอขึ้นมาและตอบกลับ “หนูนัดอาจารย์เดลีเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ เขาเป็นผู้ใหญ่ และยังเป็นเพื่อนของอาจารย์หนูด้วย ถ้าผิดนัดคงไม่ดี หนูไปแล้วนะคะ”
มันคงเสียมารยาทเกินไปที่จะขอให้ใครสักคนมาหารือที่บ้านอย่างกะทันหัน
“ถ้างั้นระวังตัวหน่อยนะ” คุณแม่ลู่หยุดเล็กน้อย ก่อนถามว่า “หรือให้แม่ไปด้วยดีไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น แม่รอที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวหนูจะกลับมาในอีก 1-2 ชั่วโมง” ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ แล้วจับมือแม่ของเธอไว้ “แม่คะ ช่วยทำซุปไก่ไว้ให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวหนูกลับมาดื่มมัน”
“ได้สิ ได้!” คุณแม่ลู่กังวลมากเมื่อเห็นว่าลูกสาวกินอะไรไม่ค่อยได้จนถึงขั้นนอนไม่หลับ พอได้ยินว่าเธออยากดื่มซุปไก่ แม่ลู่ก็พับแขนเสื้อขึ้นและรีบวิ่งไปที่ห้องครัวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ เธอหันหลังกลับและเดินจากไป
เธอคิดว่ามาถึงก่อนเวลา 20 นาทีถือว่าค่อนข้างเหมาะสม แต่ไม่คาดคิดว่าอาจารย์เดลีจะมาถึงก่อน เมื่อมาถึงห้องอาหารของโรงแรม เธอก็เห็นเขานั่งรอและดื่มชาไปเกือบหมดแก้ว แสดงว่าเขามารอสักพักแล้ว
“คุณเดลี” ลู่ฉิวเยว่ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะฉิวเยว่ มานั่งตรงนี้สิ” อาจารย์เดลียิ้มอย่างใจดีและรินชาให้เธอหนึ่งถ้วย
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัว “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันกำลังตั้งครรภ์ แค่ดื่มน้ำต้มสุกก็พอค่ะ”
พูดจบ เธอยื่นมือไปรินน้ำอุ่นให้ตัวเองแก้วหนึ่ง
อาจารย์เดลีเบิกตากว้าง ก่อนจะหัวเราะออก “ยินดีด้วยนะ”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ”
ตอนที่สั่งอาหาร เดลีจงใจหลีกเลี่ยงอาหารเย็น ๆ และเลือกอาหารรสอ่อน
“ครั้งนี้ผมอยากจะคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องการส่งบุคลากร โรงแรมของผมกำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้ คุณเคยสัญญากับผมว่าจะแนะนำนักเรียนมาให้เราบ้าง ไม่ทราบตอนนี้โรงเรียนของคุณสามารถส่งนักเรียนจำนวนมากได้ไหมครับ?” อาจารย์เดลีเป็นคนไม่มีพิธีรีตอง และช่วยรินซุปให้เธอด้วยตัวเอง
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าโดยไม่ลังเล “ปีนี้เรามีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษากว่า 300 คน ถ้าคุณต้องการ ฉันสามารถร่วมมือกับคุณได้ค่ะ”
เดือนหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนชุดที่สามจะสำเร็จการศึกษา จึงสามารถตอบสนองความต้องการของอาจารย์เดลีได้
เดลียิ้มร่า “ดีเลย งั้นมาคุยเรื่องความร่วมมือกันเถอะครับ”
โรงเรียนของลู่ฉิวเยว่ได้ส่งนักเรียนจำนวนมากไปยังโรงแรมและร้านอาหารใหญ่ ๆ พวกเขาล้วนมีทักษะและบุคลิกยอดเยี่ยม นักเรียนจากโรงเรียนของเธอเป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของร้านหลายคน แม้แต่เจ้าของร้านบางคนถึงขนาดยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อที่จะได้นักเรียนดีเด่นของเธอ
อาจารย์เดลีรู้ดีว่าด้วยความสัมพันธ์ของเขากับลู่ฉิวเยว่ เธอจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน และยิ่งได้ยินเธอพูดด้วยตัวเอง เขายิ่งมีความสุขมาก
เนื่องจากลู่ฉิวเยว่ไว้ใจและเต็มใจที่จะร่วมมือ เขาจึงไม่คิดจะกดราคา “ค่าจ้างรายเดือนสำหรับนักเรียนหนึ่งคน 200 หยวน คุณคิดว่ายังไง? และอย่างที่คุณเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ นักเรียนต้องทำงานไม่เกิน 9 ชั่วโมง”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “นั่นสมเหตุสมผลค่ะ แต่ราคานี้สำหรับบุคคลภายนอก สำหรับคุณ 160 หยวนก็พอแล้วค่ะ”
เดลีหัวเราะเสียงดัง “คุณนี่น้า ตกลงครับ งั้น 160 ตามนั้น”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อพิจารณาว่าตอนนี้ลู่ฉิวเยว่กำลังตั้งครรภ์อยู่ อาจารย์เดลีจึงขอตัวกลับหลังจากคุยกันเพียงครึ่งชั่วโมง
ลู่ฉิวเยว่กำลังนั่งอยู่ในรถ มองดูทิวทัศน์ข้างนอกอย่างสบาย ๆ ทันใดนั้นเธอก็หยุดชะงัก “ลุงหลิวคะ ช่วยหยุดรถหน่อย”
เธอเพ่งสายตาจ้องมองไปที่คนสองคนในร้านเสื้อผ้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ เดี๋ยวนะ เธอจำอีกฝ่ายได้ นั่นคือฉินเซียว
เธอเพิ่งจะหยุดให้นมลูกเอง ทำไมถึงออกมาข้างนอกแบบนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่ฉิวเยว่ประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ฉินเซียวยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้ชายคนหนึ่ง
ทำไมถึงดูคุ้นเคยขนาดนี้?
ลู่ฉิวเยว่เห็นฉินเซียวจับมือชายคนนั้น ราวกับอยากใกล้ชิดกับเขา ท่าทางทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมาก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนธรรมดาจะทำกัน
ลู่ฉิวเยว่พลันนึกขึ้นได้ว่า ชายคนนั้นก็คือหมอที่เธอเคยเจอในโรงพยาบาล!
“เราไปได้หรือยังครับ?” ลุงหลิวมองตามสายตาของเธออย่างสงสัย
มีรถคันหนึ่งวิ่งตามพวกเขาอยู่ และถ้าพวกเขาไม่เคลื่อนรถออกไป มันจะเป็นการขวางถนนและทำให้รถติด
ลู่ฉิวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น “ค่ะ ไปกันเถอะ”
ในร้านเสื้อผ้า ต้วนโม่โอบแขนรอบเอวของฉินเซียวและพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ถ้ายังลังเลอยู่ งั้นก็เหมาทั้งหมดเลยเป็นไง”
พูดจบ เขาล้วงหยิบกระเป๋าเงินออกมาและจ่ายเงินให้เจ้าของร้าน “ห่อเสื้อผ้าพวกนี้ทั้งหมดให้ด้วยนะครับ”
“ต้วนโม่ คุณใจดีจังเลย” ฉินเซียวมีความสุขมาก