สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 419 เฉลิมฉลองการตั้งครรภ์
บทที่ 419 เฉลิมฉลองการตั้งครรภ์
ทันใดนั้นบริษัทก็มีชีวิตชีวามากหลังได้รับฟังข่าวดีดังกล่าว และใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข
ลู่ฉิวเยว่มองฉินซือที่สัมผัสท้องของเธอและยิ้มอย่างคนโง่เขลา จึงผลักมือของเขาออกและพูดว่า “ตอนนี้เป็นแค่ตัวอ่อน คุณนี่ไม่รู้อะไรเสียเลย”
ฉินซือหัวเราะเบา ๆ และจูบเธออย่างหนักหน่วง “ผมมีความสุขมากจริง ๆ ที่รัก”
“คุณนี่เหลือเกินจริง ๆ” ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจ “เราจะกลับบ้านตอนไหนคะ?”
วันนี้เธอไม่ได้งีบหลับ จึงรู้สึกง่วงเล็กน้อย ถ้าเขายังทำงานต่อ เธอจะหาที่เงียบ ๆ เพื่อพักผ่อน
“ตอนนี้เลย” ฉินซือหยิบกุญแจรถจากบนโต๊ะแล้วดึงเธอออกจากห้อง
ลู่ฉิวเยว่ประหลาดใจ “ไม่ต้องทำงานแล้วเหรอ?” เขาบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง?
“งานจะทำตอนไหนก็ได้ ภรรยาและลูกของผมสำคัญกว่างานเป็นไหน ๆ” ฉินซือพูดอย่างไม่ลังเล
เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องบอกกับพ่อตาโดยเร็ว
อีกอย่างเขาไม่รู้ว่าหญิงตั้งครรภ์ควรกินอะไร คงต้องขอให้เลขาหวังซื้อหนังสือคู่มือแนะนำให้เร็ว ๆ นี้
จริงสิ ต้องจ้างพี่เลี้ยงสักสองคนมาดูแลฉิวเยว่ด้วย
ฉินซือพลันขมวดคิ้วมุ่น แต่ว่าพี่เลี้ยงจะปลอดภัยหรือเปล่า ท้ายที่สุดก็เป็นคนนอก ถ้าคนพวกนั้นไม่รับผิดชอบดูแลจะทำอย่างไร หรือเขาควรไปเรียนทำอาหารเพิ่มดี?
ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้ว่าภายในจิตใจของฉินซือเวลานี้เต็มไปด้วยความคิดมากมาย เธอเดินควงแขนของเขาแล้วเดินออกจากบริษัท
“คุณเดินเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?” หลังจากเดินลงบันไดไปห้านาที ลู่ฉิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกและแทบอยากเตะฉินซือ ขายาว ๆ พวกนั้นมีไว้โชว์อย่างเดียวหรือไง? แม้แต่คนเฒ่าวัยเก้าสิบปียังเดินเร็วกว่านี้เลยด้วยซ้ำ!
ฉินซือเม้มริมฝีปาก “ระหว่างหน่อยสิ คุณกำลังตั้งท้องนะ”
ได้ยินมาว่าทารกในครรภ์จะยังไม่มั่นคงในสามเดือนแรก แล้วถ้าเธอล้มโดยไม่ตั้งใจล่ะ?
ใบหน้าของฉินซือซีดเผือดลงเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้
“ฉันไม่เป็นไรหรอก! ไปกันเถอะ” ลู่ฉิวเยว่หัวเราะด้วยความโกรธ ว่ากันว่าผู้หญิงคลอดลูกสามีจะโง่ไปสามปี นี่เพิ่งตั้งท้องเองนะ สามีของเธอก็โง่ไปแล้ว
ฉินซือกังวลและรีบเดินตามไป โดยจับมือของเธอไว้แน่น
ลู่ฉิวเยว่ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจอีกฝ่าย เมื่อเขาเปิดประตู เธอจึงเข้าไปนั่งทันที
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้าน พวกเขาก็หยิบโทรศัพท์บ้านและโทรออกทันที
“สวัสดีครับแม่” ฉินซือกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มร่าเริง
คุณแม่ลู่กำลังนั่งเคี้ยวเมล็ดแตงโมดูโทรทัศน์ที่บ้าน เธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่ออีกฝ่ายโทรมา “มีเรื่องอะไรดี ๆ เหรอ บอกแม่หน่อยสิ?” เธอเพิ่งเคยได้ยินเสียงของฉินซือที่ร่าเริงแบบนี้เป็นครั้งแรก ราวกับว่าอีกสักวินาทีเดียวก็จะหัวเราะออกมา มันไม่เข้ากับบุคลิกนิสัยของเขาเลยจริง ๆ
“แม่ครับ ฉิวเยว่กำลังท้อง”
“อะไรนะ? ใครท้องนะ?” แม่ลู่ตะโกนเสียงดังเสียดแก้วหู
เสียงดังเอะอะโวยวายดังมาจากอีกฝั่งของโทรศัพท์ ไม่รู้ว่าเธอชนอะไรหรือเปล่า ทันใดนั้นก็มีเสียงของพ่อลู่ที่ถามด้วยสงสัยดังขึ้น
ฉินซือพูดซ้ำอีกครั้งและถามว่า “คืนนี้มาที่บ้านของผมเพื่อเฉลิมฉลองกันหน่อยดีไหมครับ”
“ดี ๆ ๆ เราจะไปที่นั่นทันที” แม่ลู่แทบรอไม่ไหวที่จะออกไปพบลูกสาว เธอวางโทรศัพท์ลง จากนั้นรีบสวมรองเท้าผ้าแล้ววิ่งออกไปที่ประตู
คุณพ่อลู่เต้นรำอย่างมีความสุขจนลืมเปลี่ยนรองเท้าแตะด้วยซ้ำ “ปึงปังปึงปัง” เขารีบวิ่งตามออกไปพร้อมปิดประตูเสียงดัง
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “พ่อกับแม่ใจร้อนเสียจริง ๆ พวกเขารีบจนไม่รอให้เราพูดจบด้วยซ้ำ”
หลังจากหยุดชั่วคราว เธอเตือนว่า “คุณอยากโทรบอกพ่อแม่ของคุณด้วยหรือเปล่า” ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกี่ยวกับหูซี ลู่ฉิวเยว่ไม่เคยเรียกสามีภรรยาฉินว่าพ่อแม่อีกเลย เวลาคุยกับฉินซือเธอมักเรียกว่า “คุณลุงคุณป้า” เท่านั้น
ทันใดนั้นร่องรอยความยินดีก็หายไปจากใบหน้าฉินซือ เขาพูดด้วยความไม่พอใจ “ทำไมต้องบอกด้วย เสียเวลาเปล่า”
ครั้งล่าสุดเขาบอกลู่ฉิวเยว่อย่างชัดเจนแล้วว่าเธอท้อง แต่พวกเขาก็ไม่หยุดทำตัวเหมือนสัตว์ประหลาด หากคราวนี้พวกเขาทำอะไรอีกครั้งและผลักลู่ฉิวเยว่ เธออาจแท้งลูกเลยก็เป็นได้
ฉินซือยืนกรานที่จะกำจัดทุกความเป็นไปได้ที่จะนำอันตรายมาสู่ลู่ฉิวเยว่
“ตามใจคุณค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ไม่อยากคบหากับพ่อแม่ของตระกูลฉินอีกต่อไป เธอจึงไม่ได้ถามอะไรอีก และหันไปกินผลไม้อย่างมีความสุข
ฉินซือโอบกอดเธอ มือหนึ่งถือหนังสือการดูแลคุณแม่ก่อนคลอดและอ่านมันด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ราวกับเขากำลังอ่านความลับบางอย่างของรัฐบาล
ลู่ฉิวเยว่เหลือบมองเขาสองถึงสามครั้งพลางรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ประตูบ้านพลันถูกผลักจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงพ่อแม่ของเธอเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลุงกับป้า และตามมาด้วยหวงฉีฉีที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“พี่คะ พี่คะ ขอฉันดูหน่อยสิ!” ทันทีที่ประตูเปิด หวงฉีฉีแทบกระโจนตัวเข้ามาทันที
ฉินซือสะดุ้งโหยง มันเป็นเรื่องหายากที่เขาจะแสดงท่าทีเข้มงวดที่บ้าน “นี่ ๆ ใจเย็นก่อน ห้ามตีพี่สาวเด็ดขาดเลยนะ”
เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางกอดลู่ฉิวเยว่ไว้ในอ้อมแขน
ขณะเดียวกันก็จ้องมองหวงฉีฉี ราวกับเธอเป็นตัวอันตราย
ใบหน้าของหวงฉีฉีถอดสีและเริ่มตำหนิตัวเอง “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง ในอนาคตฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว!” พร้อมกันนั้นเธอชูสามนิ้วไปด้วย
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มพร้อมตบหลังมือของฉินซือและผละออกจากอ้อมแขน “เอาล่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจ อย่าประคบประหงมเกินไปเลย ฉันไม่ใช่แก้วที่จะแตกร้าวทันทีที่มีคนทำหล่น”
ขณะที่พูด เธอตบเบาะที่นั่งด้านข้าง “ไม่เจอกันนานเลยฉีฉี ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
หวงฉีฉีวิ่งไปนั่งและจับแขนของหญิงสาวไว้ “ดีเลยค่ะ เมื่อไม่นานมานี้ฉันลองสอบแบบจำลองครั้งแรก คะแนนถือว่าดีเลย ถ้าฉันทำได้ดีแบบนี้ในการสอบเข้า ฉันน่าจะสามารถเลือกโรงเรียนในปักกิ่งได้”
“ดีเลย” ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “แค่ผ่อนคลายเมื่อถึงตอนที่ต้องสอบเข้าวิทยาลัย เพราะก่อนหน้านี้ฉันเห็นแล้วว่าพื้นฐานของเธอค่อนข้างดี”
ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำงาน และอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“ฉิวเยว่ แม่มีเรื่องจะบอก ลูกอย่าโกรธแม่นะ” แม่ลู่ตักชิ้นไก่ให้ลู่ฉิวเยว่ แล้วพูดอย่างระมัดระวัง
ลู่ฉิวเยว่ตอบกลับ “แม่พูดมาเถอะ”
“แม่รู้ว่าช่วงนี้ลูกยุ่งกับงาน แต่ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน สุขภาพของลูกก็สำคัญที่สุด เด็กในท้องของลูกอายุแค่สองเดือนและยังไม่มั่นคง ลูกอย่าทำงานหนักเกินไปนะ รีบวางงานบางอย่างลงซะ” แม่ลู่สังเกตสีหน้าของลูกสาวอย่างระมัดระวัง กลัวว่าเธอจะมีสีหน้ากังวล
ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้ เธอนึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โตเสียอีก
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “หนูรู้แล้วค่ะ หนูจะพยายามจัดการงานในช่วงนี้ และจะให้โรงเรียนสอนทำอาหารระงับชั้นเรียนชั่วคราวด้วย”
เธอเรียนอาหารอังกฤษได้เกือบหมดแล้ว เมื่อผ่านช่วงสามเดือนแรกไปแล้ว เธอก็สามารถไปโรงเรียนเพื่อเรียนอาหารอเมริกันต่อได้
“ดี ดีเลย” แม่ลู่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อพบว่าลูกสาวเห็นด้วย
เนื่องจากการท้องอย่างกะทันหัน ทำให้บรรยากาศที่บ้านในคืนนั้นครึกครื้นอย่างไม่คาดคิด
หลังทานอาหาร ครอบครัวกำลังดูทีวีในห้องนั่งเล่น ลู่ฉิวเยว่นั่งอยู่บนโซฟาและกำลังกินเมล็ดแตงโม เมื่อหันกลับมา เธอเห็นฉีฉียืนอยู่นอกระเบียง
เธอหยิบจานผลไม้แล้วเดินไปที่นั่น “ว่ายังไง ดาวคืนนี้สวยดีว่าไหม?”
“สวยจริง ๆ แหละ” หวงฉีฉียิ้มบาง
ขณะที่พวกเธอกำลังพูดคุยกัน ลู่ฉิวเยว่สังเกตเห็นว่าสายตาของหวงฉีฉีเลื่อนมาที่ท้องของเธอเป็นครั้งคราว เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ทำไม เธออยากมีลูกเหมือนกันเหรอ?”
หวงฉีฉีกระแอมและตอบกลับด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พูดเรื่องอะไรค่ะ!”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เธอก็หันไปมองท้องของลู่ฉิวเยว่อีกครั้ง
หากพูดตามตรง เธอเองก็อยากมีลูกจริง ๆ นั่นแหละ