สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 418 นายหญิงผู้ช่วยชีวิต
บทที่ 418 นายหญิงผู้ช่วยชีวิต
“ฉันก็คิดแบบนั้น” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มหวาน
เธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว และกลัวว่าจะเข้าใจผิดไปเอง จึงยังไม่กล้าบอกฉินซือ เพราะกลัวว่าเขาจะดีใจเก้อหากพบว่ามันเป็นความเข้าใจผิดของเธอเอง
ลุงหลิวหัวเราะและควบคุมพวงมาลัยรถอย่างชำนาญ
ทันทีที่รถหยุด ขณะที่ลู่ฉิวเยว่เปิดประตู เธออดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ลุงหลิวคะ วันนี้ฉันจะกลับกับฉินซือ คุณไม่ต้องรอรับฉันนะคะ และหยุดพักได้เลย”
ลุงหลิวตกใจและรีบวิ่งไปช่วยเธอ “โอ้ย ระวัง ๆ ตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะครับ”
หลังจากรอจนเธอเข้าบริษัทอย่างปลอดภัย ลุงหลิวจึงขับรถออกไป
ณ ห้องประชุมบริษัท
ใบหน้าฉินซือมืดมน เหล่าลูกน้องของเขาหวาดกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ เพราะกลัวว่าเจ้านายจะรำคาญเสียงหายใจเหล่านั้น
เลขาหวังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตั้งแต่เจ้านายเห็นแผนการทำงานแล้ว เขาก็มีสีหน้าบึ้งตึงเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคน โดยไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่นานแค่ไหน
“บริษัทเลี้ยงดูพวกคุณไปทำไม ถ้าจะส่งแผนการมาให้ผมแบบนี้?” ฉินซือมองอย่างเย็นชาพร้อมโยนปากกาลงโต๊ะเสียงดัง “แกร็ก!” ทุกคนในห้องประชุมพลันรู้สึกว่าลำคอบีบแน่น
“ผ่านมาทั้งสัปดาห์ พวกคุณกลับยังทำแผนนี้ไม่เสร็จเลย! พวกคุณจะใช้ชีวิตสบายเกินไปหน่อยไหม บริษัทจ้างมาให้พวกคุณนั่งเล่นไปวัน ๆ เหรอ?”
ทุกคนในห้องประชุมสงบเสงี่ยมเหมือนนกกระทา โดยหวังว่าพวกเขาจะหาดินมาฝังตัวเองได้
ฉินซือแค่นหัวเราะ
เลขาหวังจำไม่ได้แล้วว่าเขาเห็นเจ้านายอารมณ์เสียแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ขาทั้งสองสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะกลัวว่าฉินซือจะเลื่อนสายตามาจับจ้องที่ตัวเอง
ขณะที่ห้องประชุมเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มหล่น ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเลขาหวังก็ส่งเสียงบี๊บหลายครั้ง ซึ่งฟังดูขัดหู
ทุกคนต่างมองมาด้วยความสงสาร ดีมาก เจ้าเด็กนี่มันช่างไม่กลัวตายจริง ๆ กล้าดียังไงมาเติมน้ำมันใส่ไฟ
แน่นอนว่าในวินาทีต่อมา ฉินซือก็มองเขาด้วยสายตาเชือดเฉือนพร้อมออกคำสั่ง “ออกไป!”
เลขาหวังสะดุ้งโหยงจนหัวใจแทบหยุดเต้น เขารีบวิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วและเกือบพลาดวิ่งชนกรอบประตู
มือหนึ่งยกปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขาสาปแช่งในใจถึงคนที่โทรมาในจังหวะนรกแบบนี้!
แต่เมื่อเห็นหน้าจอชัดเจนก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขารีบหยิบโทรศัพท์รับสายด้วยท่าทางประจบสอพลอยิ่งกว่าพ่อแม่ของเขาเอง “คุณผู้หญิง มีคำสั่งอะไรหรือครับ?”
“ฉันอยู่ชั้นล่าง เพราะเปลี่ยนแผนกต้อนรับ เธอจำฉันไม่ได้ ลงมารับฉันหน่อยสิ” ลู่ฉิวเยว่กล่าว
ไม่มีปัญหาอะไรเลย นี่ไม่ต่างจากฟางเชือกสุดท้ายที่ช่วยชีวิตเขาไว้!
เลขาหวังตื่นเต้นมากจนแทบจะร้องไห้ และวิ่งลงไปชั้นล่างในทันที
ในที่สุดนายหญิงก็มา! พระแม่มาโปรดอย่างแท้จริง!
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เกือบทุกครั้งที่ฉินซือพูดชื่อของใคร ทุกคนในกลุ่มผู้ชมก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทาเพราะกลัวว่าปืนจะเล็งมาที่หัวพวกเขาในวินาทีถัดไป
“เจ้านายครับ” เลขาหวังเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป
ฉินซือมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
เลขาหวังกระแอมและโน้มตัวไปกระซิบ “คุณผู้หญิงอยู่ที่นี่ครับ”
ฉินซือหยุดเคาะนิ้วบนโต๊ะ พยักหน้าและยืนขึ้น “พักสัก 2-3 นาทีแล้วกลับมาประชุมกันต่อ”
ผู้คนในห้องประชุมต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
ลู่ฉิวเยว่เทน้ำต้มเดือดใส่แก้วแล้วรอให้มันเย็นลง ก่อนจะยกขึ้นดื่มช้า ๆ ในที่สุดประตูห้องทำงานก็ถูกผลักให้เปิดออก เธอจึงรีบวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อฉินซือเห็นรอยยิ้มที่สวยงามของภรรยา ความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าพลันมลายหายไป เขาใช้ปลายนิ้วแตะปลายจมูกของหญิงสาวแผ่วเบา “อะไรถึงทำให้คุณดูอารมณ์ดีมากขนาดนี้กัน?”
เขาเอื้อมมือออกจากลิ้นชักหยิบบิสกิต ขนมอบ และผลไม้แห้งออกมาวางลงบนโต๊ะอย่างชำนาญ
ลู่ฉิวเยว่มองดูและพบว่าอาหารว่างเหล่านี้ล้วนเป็นของโปรดของเธอ ทุกครั้งที่มาบริษัทและฉินซือมีเรื่องต้องจัดการ เขาจะหยิบของว่างมาให้เธอเพื่อฆ่าเวลา และยังเพิ่มผลไม้สดตามฤดูกาลในบางครั้ง
แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์กินขนม และไม่มีความอยากอาหารเลย เธอจับมือของฉินซือไว้แน่น
“มีอะไรหรือเปล่า? วันนี้ถึงทำตัวน่ารัก ผมจะกลับมาหาคุณหลังจากประชุมเสร็จ” ฉินซืออดไม่ได้ที่จะความสุขและโน้มตัวจูบหว่างคิ้วของเธอเบา ๆ
ลู่ฉิวเยว่ทำตัวเหมือนเด็กซุกซน “อย่าเพิ่งไปสิ ฉันมีข่าวดีจะบอกคุณ”
ฉินซือรู้สึกประหลาดใจ “ข่าวดีคืออะไรเหรอ?” วันนี้ภรรยาของเขาดูแปลกไป ราวกับเธอกำลังมีความสุขอย่างมาก เดี๋ยวนะ นี่เธอดูมีความสุขมากกว่าในวันแต่งงานเสียอีก
“คุณกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วนะ” ลู่ฉิวเยว่ขยิบตาอย่างขี้เล่น ขณะรอคอยปฏิกิริยาตอบสนองของชายหนุ่ม
ฉินซือตกตะลึงและใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะรู้ว่าเธอพูดอะไร เขากลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ยกมือทั้งสองประคองใบหน้าของภรรยาไว้แน่นพร้อมพูดด้วยเสียงสั่นเทา “คุณพูดอีกทีได้ไหม”
ขะ… เขาหูฝาดไปหรือเปล่า?
ฉินซือนึกสงสัยว่าวันนี้เขาโกรธมากเกินไปจนกลายเป็นบ้า ถึงกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงประสาทหลอน
ลู่ฉิวเยว่มองเขาที่นิ่งอึ้งเหมือนคนโง่ แล้วระเบิดหัวเราะเสียงดัง เธอพูดทีละคำอย่างชัดเจน “คุณได้ยินถูกแล้วค่ะ คุณกำลังจะเป็นพ่อคน!” เธอหยิบเอกสารรับรองออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ
“คุณท้องเหรอ?” ดวงตาของฉินซือเบิกกว้าง เขาหัวเราะออกมาดังลั่น ชายหนุ่มที่เย็นชามาโดยตลอด ในตอนนี้กลับเต้นรำอย่างมีความสุข เขาจูบริมฝีปากของลู่ฉิวเยว่อย่างแรง “ที่รัก พวกเรากำลังจะมีลูกแล้ว!”
เขาลูบหน้าท้องของลู่ฉิวเยว่อย่างระมัดระวัง ราวกับว่าเขากำลังสัมผัสสมบัติที่ไม่มีใครเทียบได้ สำหรับเขาแล้ว มันคือสิ่งมีค่าหายากยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้ ไม่สิ มันมีค่ายิ่งกว่าสิ่งล้ำค่าใด ๆ ในโลกนี้เสียอีก!
รอยยิ้มของฉินซือฉีกกว้างจนเกือบถึงหลังหู
เลขาหวังเคาะประตู แต่ไม่ได้ยินคำตอบอยู่พักหนึ่ง เขาจึงเปิดประตูด้วยความสับสนและเข้ามา “เจ้านาย คุณยังประชุมต่อไหมครับ?”
เขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นฉินซือเอาหูแนบกับท้องของลู่ฉิวเยว่
“ไม่แล้ว ไปกดเงินสดแล้วออกไปแจกอั่งเปาให้กับทุกคนซะ” ฉินซือยิ้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมเอื้อมมือไปหยิบสมุดบัญชีเงินฝากออกจากกระเป๋า
เลขาหวังรับมาด้วยสองมือ เมื่อเห็นฉินซือยิ้มตั้งแต่มุมปากไปจนถึงหลังหู เขาจึงพอคาดเดาสถานการณ์ได้และพูดด้วยสีหน้ายินดี “ขอแสดงความยินดีกับเจ้านายและภรรยาที่กำลังจะมีลูกชายครับ!”
“คุณนี่พูดอะไรก็ถูกไปหมด!” เป็นครั้งแรกที่ฉินซือพูดกับเลขาหวังด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ “คุณใส่ซองแดงไปเยอะ ๆ หน่อยนะ”
ใบหน้าเลขาหวังเปล่งประกาย เขารู้สึกดีใจมากจนแทบระเบิดคำเยินยอออกมา
เขาเป็นคนที่มีไหวพริบดี เมื่อพูดจบ เขาก็รีบวิ่งออกไปและปิดประตูห้องทำงานให้ทันที
ประตูห้องประชุมเปิดออกและทุกคนที่อยู่ข้างในก็ตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ฉินซือ พวกเขาพลันถอนหายใจด้วยความโล่งอกและแทบจะทรุดตัวลงบนเก้าอี้
“เจ้านายว่ายังไง…” ผู้จัดการหลีถามด้วยความไม่แน่ใจ
เลขาหวังหัวเราะเสียงดัง “วันนี้เจ้านายมีความสุขมาก ไม่ต้องประชุมต่อแล้ว แล้วขอให้ทุกคนมารับซองแดงทีหลังด้วย!”
ทันทีที่ทุกคนได้ทราบข่าว พวกเขาก็หันกลับมาและแสดงรอยยิ้มชื่นชม “เป็นเพราะภรรยาของเจ้านายจริง ๆ ด้วย!”
“ต้องขอบคุณนายหญิงที่ช่วยชีวิตไว้ ไม่สิ ต้องขอบคุณนายน้อยด้วย!”
…
ทุกคนเต็มไปด้วยความสุขและอยากจะรีบไปหาลู่ฉิวเยว่เพื่อแสดงความยินดีกับเธอ
นี่ไม่ใช่แค่นายหญิง แต่นี่คือเทพธิดาผู้มาโปรดแก่สรรพชีวิตทั้งปวง!