สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 401 ลู่ฉิวเยว่รู้ว่าหลี่ซิ่วแอบลงทะเบียนให้
- Home
- All Mangas
- สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80
- บทที่ 401 ลู่ฉิวเยว่รู้ว่าหลี่ซิ่วแอบลงทะเบียนให้
บทที่ 401 ลู่ฉิวเยว่รู้ว่าหลี่ซิ่วแอบลงทะเบียนให้
ลู่ฉิวเยว่เม้มริมฝีปากของเธอและไม่พยายามโน้มน้าวเขาเหมือนเมื่อก่อน
เธอไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับตระกูลฉินเลยจริง ๆ ฉินเซียวออกจากเรือนจำแล้ว เธออาจออกไปพบผู้อื่นและก่อปัญหา ช่วงนี้ลู่ฉิวเยว่ค่อนข้างยุ่งและไม่มีเวลาจัดการกับอีกฝ่าย
มิหนำซ้ำพ่อแม่ฉินล้ำเส้นเกินไปในครั้งนี้ พวกเขาเข้าข้างคนนอกเพื่อพยายามทำให้คนทั้งสองหย่าร้างกัน
ในตอนแรก เธอไม่ได้ยืนกรานให้ฉินซือตัดความสัมพันธ์กับพ่อแม่เพื่อรักษาหน้าของพวกเขา
การปรองดองที่ได้มาอย่างยากลำบากของทั้งคู่เริ่มตึงเครียดอีกครั้งเนื่องจากเรื่องที่เกิดจากพ่อแม่ฉินและหูซี ฉินซือลอบสังเกตท่าทีของลู่ฉิวเยว่อย่างระมัดระวังและพยายามไม่หายใจแรงเกินไปตลอดทั้งคืน โดยหวังว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว
“พอแล้ว ฉันไม่ได้โกรธค่ะ!” ลู่ฉิวเยว่มองชายตรงหน้าที่ยกน้ำชาและผลไม้มาให้เธอ ทั้งยังพยายามถูพื้นและเช็ดโต๊ะไม่หยุดตลอดทั้งคืน กระทั่งเธออดไม่ได้ที่จะยกมือกุมขมับ
ฉินซือถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้ววิ่งไปบีบนวดไหล่ให้หญิงสาว “ไม่ได้หรอก ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ผมควรทำ”
ต้องบอกด้วยว่าลู่ฉิวเยว่รู้สึกสบายใจจริง ๆ ที่ได้รับการปรนนิบัติจากฉินซือในคืนนั้น เธอรู้สึกสดชื่นระหว่างเรียนในวันรุ่งขึ้น เจียงเยว่อี๋ที่อยู่ด้านข้างเปลือกตาของเธอเริ่มตกและอยากจะหลับตลอดเวลามองดูท่าทีกระตือรือร้นของอีกฝ่าย แล้วบอกว่าเธอไม่ใช่มนุษย์
“นี่ ไปกินข้าวกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าทุกคนในห้องเรียนกำลังจะออกไปหมดแล้ว ลู่ฉิวเยว่จึงลุกขึ้นยืนและตบไหล่เจียงเยว่อี๋ “กินอิ่มแล้วกลับไปนอนที่หอพักน่าจะสบายกว่านอนอยู่ที่นี่”
เจียงเยว่อี๋ยกมือตบหน้าเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่น ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ไปกัน”
อย่างไรก็ตามก่อนที่ทั้งสองคนจะเก็บหนังสือเสร็จ เจี่ยงชีรีบวิ่งเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น
“ลู่ฉิวเยว่! นี่เธอลงทะเบียนเข้าร่วมการแสดงในงานเลี้ยงโดยไม่บอกเราเลยนะ! ฮ่า ๆ!” เธอพูดอย่างตื่นเต้น
ลู่ฉิวเยว่ตกใจ “ฉันไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเลี้ยงนะ เธอได้ยินเรื่องนั้นมาจากไหน?”
“เอ๋? กรรมการฝ่ายกิจกรรมบอกฉันเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ว่าเธอลงทะเบียนแสดงเปียโนเดี่ยวหรอกเหรอ?” แม้แต่เจี่ยงชีที่ปกติเป็นคนเรียบง่าย แต่เธอก็ยังรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ลู่ฉิวเยว่เป็นคนซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา หากเธอลงทะเบียนจริง เช่นนั้นคงไม่มีทางโกหกและบอกว่าเธอไม่ได้สมัครอย่างแน่นอน
เจียงเยว่อี๋ที่เดิมทีกำลังง่วงซึมพลันตื่นตกใจกับข่าวนี้เช่นกัน เธอขมวดคิ้วมุ่นและโยนหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ลงบนโต๊ะ “ใครเป็นคนทำแบบนี้! มันจะมากไปแล้วนะ!”
“จริงด้วย แย่มากจริง ๆ ที่ทำเรื่องพรรค์นี้!” เจี่ยงชีพับแขนเสื้อขึ้นและทำท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ เธอหันไปหาลู่ฉิวเยว่และถามว่า “นี่เธอเผลอไปทำให้ใครโกรธเคืองหรือเปล่า?”
ลู่ฉิวเยว่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว “ไม่น่ามีนะ”
เธอไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมากนัก และไม่ค่อยได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้น แล้วเธอจะเผลอไปสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัวได้อย่างไร
“ไม่สิ” ลู่ฉิวเยว่หรี่ตาลงพลางครุ่นคิด “มีคนที่เข้าข่ายอยู่หนึ่งคน นั่นก็คือหลี่ซิ่ว”
“จะต้องเป็นนังหมาบ้านั่นแน่นอน!” เจี่ยงชีโกรธเคืองมากจนควันออกหู “แย่มากจริง ๆ!”
เป็นที่รู้กันดีว่าทุกวันนี้มีคนไม่มากที่เคยเรียนเปียโน ทั่วทั้งแผนกอาจมีหนึ่งถึงสองคนที่สามารถเล่นได้ มันเห็นได้ชัดว่าหลี่ซิ่วคนนั้นตั้งใจพยายามทำให้ลู่ฉิวเยว่อับอาย!
“ฉันจะไปหาหล่อนเดี๋ยวนี้!” แม้แต่เจียงเยว่อี๋ซึ่งมีนิสัยอ่อนโยนยามปกติยังโกรธเคืองและรีบวิ่งออกจากห้องทันที
ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้วและรีบห้ามอีกฝ่าย “เธอใจเย็นลงก่อน เรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน มันจะกลายเป็นปัญหาหากเราเข้าใจผิดไปเอง นอกจากนี้เธอรู้เหรอว่าจะต้องไปหาหลี่ซิ่วที่ไหน”
เปรียบเสมือนถังน้ำเย็นถูกสาดใส่เด็กสาวทั้งสอง กระทั่งทำให้พวกเธอสงบลงในที่สุด
หลี่ซิ่วไม่ได้มามหาวิทยาลัยทุกวัน พวกเธอไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัว และไม่รู้ว่าหญิงสาวอาศัยอยู่ที่ไหน
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจและพาพวกเธอออกจากห้องเรียน “ก่อนอื่นคงต้องขอให้สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายกิจกรรมชี้แจง อย่าเพิ่งตำหนิเธอเลย มันจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายหากเธอสามารถโต้กลับ”
“สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายกิจกรรมอยู่ที่ห้อง 308 ของอาคารทิศใต้ ไปกันเถอะ” เจี่ยงชีพยักหน้าพลางสงสัยว่าใครกันที่จะทำเรื่องพรรค์นี้ได้
ลู่ฉิวเยว่เป็นคนอารมณ์ดี และไม่มีความขัดแย้งกับใครเลย ยกเว้นผู้หญิงนิสัยแย่คนนั้น
“เซิ่งอี๋!” เจี่ยงชีวิ่งไปหาอีกฝ่ายทันทีที่เข้าไปในห้องเรียน “ฉิวเยว่บอกว่าเธอไม่ได้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ใครกันที่กล้าโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้?”
เซิ่งอี๋เงยหน้าขึ้นอย่างว่างเปล่าและสะดุ้งตกใจเมื่อรับฟังถ้อยคำดังกล่าว ดวงตาของเธอพลันเบิกกว้าง “ฮะ? ก็ฉิวเยว่ขอให้หลี่ซิ่วมาลงทะเบียนแทนเธอไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น” ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัวอย่างหนักแน่น
“ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ฉันไม่รอบคอบเอง ฉันควรจะยืนยันเรื่องนี้กับเธอเป็นการส่วนตัว…” เซิ่งอี๋ตื่นตกใจจนแทบหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกผิด
เธอคาดไม่ถึงเลยว่า ในชั้นเรียนจะมีคนกล้าทำเรื่องอุกอาจถึงขนาดนี้!
เลวร้ายจริง ๆ!
“แล้วสามารถยกเลิกตอนนี้ได้หรือเปล่า?” ลู่ฉิวเยว่ลูบหลังอีกฝ่ายเพื่อปลอบโยน
เซิ่งอี๋ส่ายหัวและหลั่งน้ำตาออกมายิ่งกว่าเดิม “รายชื่อถูกส่งไปตั้งแต่เมื่อวาน และการแสดงจะเริ่มขึ้นในบ่ายวันนี้ มันไม่สามารถยกเลิกได้อีกแล้ว ขอโทษจริง ๆ”
เธอรู้สึกผิดมากจนอยากจะโค้งคำนับให้ลู่ฉิวเยว่
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ลู่ฉิวเยว่ทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็กสาวร้องไห้เสียใจมากขนาดนี้ เธอรีบตบหลังเพื่อปลอบโยนและยื่นผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่าย “ฉันจะเข้าร่วมการแสดงในบ่ายวันนี้ เดี๋ยวมันก็จบลงแล้ว ไม่ได้ลำบากจนเกินไป นอกจากนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย แต่คราวหน้าควรระวังให้มากกว่านี้”
“ผู้หญิงที่น่ารังเกียจหลี่ซิ่วคนนั้นต่างหากที่ผิด!” เจี่ยงชีพยักหน้าและเข้าไปกอดเซิ่งอี๋
เซิ่งอี๋ส่ายหัวและมองดูลู่ฉิวเยว่ด้วยความกังวล “แต่มีนักศึกษาชั้นนำของแผนกหลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน และยังได้ยินว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยก็จะอยู่ที่นั่นด้วย”
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัว “มันไม่สำคัญหรอก ฉันไม่ได้สนใจชื่อเสียงหรืออะไรทำนองนั้น”
หลังจากใช้ชีวิตครั้งที่สอง เธอไม่สนใจชื่อเสียงนอกกายเหล่านั้น ตราบใดที่มันไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของเธอ เธอไม่คิดให้ความสนใจใด ๆ
“ขอบคุณนะ ลู่ฉิวเยว่” เซิ่งอี๋กล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ
ใครบ้างจะไม่สนใจชื่อเสียงของตนเอง เธอมั่นใจว่าลู่ฉิวเยว่พูดแบบนี้เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เธอรู้สึกผิด ลู่ฉิวเยว่เป็นคนดีมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่เพื่อนร่วมชั้นจะชื่นชอบเธอ
“เอาล่ะ กลับกันเถอะ” ลู่ฉิวเยว่โบกมือแล้วเดินออกไปข้างนอก
เจี่ยงชีและเจียงเยว่อี๋เดินตามออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความกังวลบนใบหน้าพวกเธอยังคงไม่จางหาย
ในช่วงบ่าย ทั้งสองยืนกรานที่จะร่วมเดินทางไปกับลู่ฉิวเยว่สำหรับการแสดง โดยอ้างว่าพวกเธอต้องการให้กำลังใจเธอ
ลู่ฉิวเยว่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปล่อยให้พวกเธอติดตามมา
“เดี๋ยวนะ ฉันลืมโทรศัพท์ไว้ พวกเธอไปก่อนเลย” หลังเดินมาได้ครึ่งทาง ลู่ฉิวเยว่แตะกระเป๋าและหันกลับอย่างรวดเร็ว
เจี่ยงชีพยักหน้ารับ “รีบไปรีบมานะ” ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือมีราคาแพงมาก มันคงน่าเสียดายแย่หากเผลอทำหายไป
ประตูหอพักของโรงเรียนเปิดกว้าง และเจ้าหน้าที่หอพักไม่รู้ว่าคนไหนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ดังนั้นเด็กผู้หญิงทุกคนจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ และเป็นเหตุให้ช่วงนี้มีการโจรกรรมในมหาวิทยาลัยบ่อยครั้ง
ลู่ฉิวเยว่รีบไปที่ห้องพัก เธอยื่นมือเข้าไปใต้หมอน และพบกับโทรศัพท์มือถือตามที่คาดไว้ จากนั้นจึงรีบเดินออกจากห้อง
เมื่อเดินผ่านสวนหย่อมขนาดเล็ก เธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านใน เธอตกตะลึงและรีบซ่อนตัวด้านหลังต้นไม้ใหญ่โดยไม่รู้ตัว
“…สามร้อยหยวน ฉันขอเตือนนายไว้ก่อน อย่าสร้างปัญหาให้ฉันในงานเลี้ยง” หลี่ซิ่วพูดเตือน
“อย่าห่วงเลย มันก็แค่งานเลี้ยงเล็ก ๆ ฉันขอรับประกันว่าเธอจะได้รับรางวัล” เสียงชายหนุ่มตอบกลับอย่างมั่นใจ
หลี่ซิ่วตะคอกเสียงเย็นชา “มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เอาล่ะ นายรีบออกไปก่อนที่จะมีใครมาเห็น”