สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 400 หูซีต้องการปล่อยฉินเซียวออกไป
บทที่ 400 หูซีต้องการปล่อยฉินเซียวออกไป
“ซีซี ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” แม่ฉินเห็นหูซีจากระยะไกล ใบหน้าพลันเปล่งประกายด้วยความยินดี
หูซีเหลือบมองกระเป๋าในมือของพวกเขา “คุณลุงกับคุณป้ากำลังจะออกไปข้างนอกเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ อากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว เราจึงจะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปให้เสี่ยวเซียว” แม่ฉินถอนหายใจ ความกังวลและความหมองเศร้าในดวงตายังคงไม่จางหาย “เกรงว่าเราคงไม่มีเวลาต้อนรับเธอในวันนี้ เช่นนั้นกลับไปก่อนเถอะ แล้วเราค่อยคุยกันวันหลัง”
หูซีครุ่นคิดเพียงครู่และกล่าวว่า “คุณป้าคะ ทำไมไม่ให้ฉันตามไปด้วยล่ะ ฉันยังไม่เคยเจอพี่ฉินเลย”
วันนี้เธอมาเพื่อยื่นเรื่องร้องเรียน โดยต้องการสร้างอุปสรรคให้พ่อแม่ฉินเพื่อต่อต้านนังจิ้งจอกลู่ฉิวเยว่ ตอนนี้เธอยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย แล้วจะให้เต็มใจจากไปทั้งแบบนี้ได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นเธอได้ยินมาว่าฉินเซียวเข้าไปปลอมแปลงครีมของลู่ฉิวเยว่ บ่งบอกได้ว่าเธอมีความเกลียดชังต่อลู่ฉิวเยว่อย่างมาก ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร เธออยากเจอผู้หญิงคนนี้มากจริง ๆ และอาจมีเรื่องประหลาดใจที่ไม่คาดคิด
“ได้สิจ๊ะ” แม่ฉินเงียบไปครู่หนึ่งและตอบตกลง โดยกำลังครุ่นคิดว่าจะโน้มน้าวหูซีให้ช่วยปล่อยตัวฉินเซียวได้อย่างไร
รถเคลื่อนมาหยุดด้านนอกเรือนจำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คนทั้งสามจะเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน
ในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา หูซีก็ได้พบกับฉินเซียว
ผู้หญิงคนนี้มีความคล้ายคลึงกับฉินซืออยู่สามส่วน ในเวลานี้เธอมีร่างกายซูบผอมจนทำให้เห็นหน้าท้องนูนออกมาชัดเจน ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความอ่อนแอของร่างกาย
ทว่าหว่างคิ้วและดวงตายังคงดื้อรั้น
“พ่อกับแม่มาแล้ว” ดวงตาฉินเซียวเป็นประกายเมื่อเห็นคนทั้งสองพร้อมกับน้ำตาใสไหลอาบแก้ม ทำให้เธอดูน่าสมเพชมากยิ่งขึ้น
นี่คือลูกสาวที่โอบอุ้มไว้ในมือตั้งแต่แบเบาะ แล้วแม่ฉินจะทนเห็นเธอในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร แม่ฉินรู้สึกทุกข์ใจมาก ขณะวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวอย่างระมัดระวังด้วยดวงตาแดงก่ำ “ทำไมลูกถึงซูบผอมกว่าเดิมอีกแล้ว เป็นเพราะลูกไม่ค่อยกินหรือเปล่า ลูกไม่เพียงต้องกินเพื่อตัวเอง แต่เพื่อเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย แล้วปล่อยตัวเองเป็นแบบนี้ได้ยังไง”
“แม่ หนูกินไม่ลง หนูไม่อยากอยู่ในคุกอีกต่อไปแล้ว รีบช่วยหนูออกไปเร็ว ๆ ทีเถอะค่ะ” ฉินเซียวน้ำตาไหล เธอจับมือของแม่ฉินพลางอ้อนวอน
อาหารในเรือนจำจืดชืด ไม่อร่อย และเธอต้องนอนร่วมห้องร่วมกับคนกลุ่มหนึ่ง เธอถูกครอบครัวเอาใจมาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้เลย
แม่ฉินนิ่งเงียบพลางกอดหญิงสาวไว้แน่น
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูด ฉินเซียวเริ่มวิตกกังวล “ฉินซือไม่ต้องการให้หนูออกไปใช่ไหม หนูเป็นพี่สาวของเขานะ เขาโหดร้ายถึงขนาดนี้ได้ยังไง! เขาลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนหนูดีกับเขาแค่ไหน?”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เธอพูดเยาะเย้ย “ต้องเป็นนังลู่ฉิวเยว่ที่ไม่ยอมให้ฉันออกไป! จะต้องเป็นหล่อนแน่ ๆ! หล่อนจะต้องบอกฉินซือไม่ให้ช่วยเหลือฉัน!”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนแรกคือการที่ลู่ฉิวเยว่พูดโกหกโดยอ้างว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ หากลู่ฉิวเยว่เสนอขอค่าชดเชยบางส่วน เธอย่อมสามารถหลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตามนังจิ้งจอกนั่นยืนกรานที่จะปฏิเสธให้ความร่วมมือ!
ฉินเซียวเผยสีหน้าดุร้าย ขณะที่ดวงตาฉายชัดถึงความแค้นเคือง
แม่ฉินถอนหายใจ “ฉินซือ เขา… เขาไม่อยากคบค้าสมาคมกับพวกเราอีกต่อไปแล้ว”
“อะไรนะ? เขาต้องการตัดสัมพันธ์กับเราเพราะนังจิ้งจอกนั่น!” ดวงตาของฉินเซียวเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
ได้ยินเช่นนี้ หูซีด้านข้างพลันขมวดคิ้ว
ตามที่แม่ฉินกล่าว ตอนนี้ฉินซือโกรธมากและต้องการตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวทั้งหมด แม้ว่าหูซีจะช่วยเหลือพ่อกับแม่ฉิน ฉินซือก็จะไม่มาพบเธออีก
ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเข้าทางพ่อแม่ฉินได้อีกแล้ว
หลังจากดูการแสดงออกที่ไม่พอใจของฉินเซียว แสงเย็นเยือกวาดผ่านดวงตาของหูซีพร้อมแผนการที่ผุดขึ้นในใจ
“ลู่ฉิวเยว่เป็นพวกแค้นฝังใจ หล่อนคงไม่มีทางปล่อยพี่ฉินออกไป” หูซีก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเป็นกังวล ราวกับว่าเธอกำลังพูดแทนพวกเขา
จากนั้นฉินเซียวก็สังเกตเห็นเธอในที่สุด เมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย เธอขมวดคิ้วและหันไปถามแม่ฉินว่า “เธอเป็นใครคะ?”
“เธอชื่อหูซี เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉินซือ” แม่ฉินอธิบาย
หูซียิ้มเล็กน้อยและเดินเข้าไปทักทายฉินเซียว “สวัสดีค่ะพี่ฉิน”
ฉินเซียวเหล่มองรอยยิ้มบางบนใบหน้าหญิงสาว เมื่อรวมกับสิ่งที่เธอพูดเกี่ยวกับลู่ฉิวเยว่เมื่อครู่ ฉินเซียวจึงคาดเดาได้ว่านี่คงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นหญิงอีกคนที่ชอบน้องชายของเธอ ดังนั้นเธอจึงนิ่งเงียบ
“ฉันคิดว่าท้องของพี่สาวใหญ่ขึ้นมากในเดือนนี้ มันคงไม่ดีหากจะปล่อยให้ขาดสารอาหารต่อไป ฉันจึงคิดว่าจะขอร้องให้ครอบครัวช่วยปล่อยพี่ฉินเซียวดีไหม” หูซีพูดขึ้นและหยุดครู่หนึ่งพลางแสดงสีหน้ากังวล “แต่ไม่รู้ว่าฉิวเยว่จะโกรธหรือเปล่า?”
ดวงตาของฉินเซียวเป็นประกายเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวต้องการช่วยเธอออกไป
จากนั้นเธอได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงลู่ฉิวเยว่ เธอจึงโพล่งออกไปว่า “ฉันไม่สนหรอกว่านังนั่นจะโกรธไหม! ให้มันโกรธไปจนตายเลยก็ดี!”
หากไม่ใช่เพราะนังจิ้งจอกลู่ฉินเยว่ เธอก็คงไม่ต้องติดคุกแบบนี้ เธอตั้งมั่นที่จะสั่งสอนบทเรียนกับผู้หญิงเลวคนนั้นเมื่อออกไปได้!
แม่ฉินประหลาดใจและคว้ามือของหูซีพร้อมพูดว่า “จริงหรือจ๊ะ? ขอบคุณเธอมากเลย เธอเป็นผู้มีพระคุณต่อครอบครัวของเราจริง ๆ!”
ลูกสาวของเธอไม่ต้องทนอยู่ในสถานที่นรกแห่งนี้อีกต่อไป!
พ่อฉินเองก็มองไปทางหูซีด้วยความขอบคุณ
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ บ่ายวันนี้ฉันจะไปบอกกับคุณลุงให้” หูซีพูดด้วยรอยยิ้มบาง
ตอนนี้พ่อของเธอกำลังโกรธมาก หากเขารู้ว่าเธอต้องการปล่อยพี่สาวของฉินซือด้วย เขาอาจโกรธเธอมากกว่าเดิม
แม้ตำแหน่งของลุงจะไม่สูงเท่ากับพ่อ แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยฉินเซียวออกมาได้
แม่ฉินหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งและไม่รู้จะพูดสิ่งใดชั่วขณะ เธอเพียงจับมือหูซีและกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อเป็นแบบนี้ ใบหน้าของฉินเซียวพลันสดใสขึ้นมาก เธอคว้ามือของหูซีพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบ “ซีซี เธอเป็นคนใจดีมากจริง ๆ คงจะดีไม่น้อยหากได้เธอมาเป็นน้องสะใภ้”
“พี่ฉินคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ?” หูซีมีความสุขมากที่ได้ยินคำพูดนี้จากอีกฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นจริงใจมากยิ่งขึ้น
“แน่นอนสิ!” ฉินเซียวตกปากรับคำ
พ่อฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรับฟังบทสนทนาของหญิงสาว แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่พูดสิ่งใดออกมา
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพาลูกสาวออกจากคุกให้ได้ก่อน
“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ” ดวงตาของฉินซือเปลี่ยนเป็นเย็นชาหลังได้รับโทรศัพท์จากนักสืบ
ลู่ฉิวเยว่เหลือบมองจากด้านข้างพลางถามด้วยความกังวล “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
ฉินซือตอบกลับด้วยสีหน้ามืดมน “นักสืบโทรมาเมื่อครู่และบอกว่า หูซีขอให้ลุงของเธอแอบปล่อยตัวฉินเซียว”
เขาสูดหายใจเข้าลึกพร้อมรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่พ่อแม่ทำ
ลู่ฉิวเยว่มองดูใบหน้าที่เย็นชาของเขา ก่อนเดินเข้าไปสวมกอด “อย่าโกรธไปเลยค่ะ มันเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว อย่างไรฉินเซียวก็ต้องได้รับการปล่อยตัวไม่ช้าก็เร็ว”
เธอมีน้ำใจมาก แต่นั่นทำให้ฉินซือรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น เขากระชับกอดหญิงสาวในอ้อมแขน “ขอโทษนะ ผมสัญญาไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอออกมา แต่ผมผิดสัญญา ผมขอโทษ…”
เขาขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดหัวใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอคงจะไม่มีความข้องเกี่ยวกับฉินเซียว จะไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสี และไม่ต้องประสบกับปัญหามากมายขนาดนี้
“ฉินซือ นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย พวกเขาต้องการปล่อยตัวฉินเซียวออกมา แล้วเราจะหยุดพวกเขาได้อย่างไร?” ลู่ฉิวเยว่วางมือบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มพลางกล่าวคำอู้อี้อยู่ในอ้อมแขน
ฉินซือยกมือขึ้นสัมผัสแก้มของเธอพร้อมกับสาบาน “ผมจะไม่คบค้าสมาคมกับพวกเขาอีกในอนาคต!”