สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 394 คำขู่ของหูซี
บทที่ 394 คำขู่ของหูซี
พนักงานขายไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน จึงมองลู่ฉิวเยว่โดยไม่รู้ตัว
ต้องการซื้อสินค้าตัวอย่างชิ้นนี้จริงหรือเปล่า?
เมื่อหูซีเห็นพนักงานมองลู่ฉิวเยว่ ก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนดูถูก เธอจึงจ้องมองและขึ้นราคาต่อไป “ฉันจะจ่ายให้สิบเท่าของราคาปกติ คิดเงินเลย!”
ฉินซือขมวดคิ้วและกำลังจะขึ้นราคาต่อไป แต่ลู่ฉิวเยว่จับมือเขา แล้วส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ
มีคนมายืนมองมาทางนี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทั้งเธอและเขาต่างก็เป็นคนที่น่านับถือ และเคยลงหนังสือพิมพ์มาก่อน การเล่นฉากผู้หญิงสองคนต่อสู้กันเพื่อแย่งผู้ชายที่นี่จึงไม่ดีนัก
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะยกชุดนี้ให้ผู้หญิงคนนี้ แล้วช่วยส่งชุดขนาดเท่านี้ไปให้ฉันทีหลังนะคะ” เธอยิ้มให้พนักงานขาย แล้วหยิบนามบัตรออกมา
พูดจบ เธอก็ยิ้มเย้ยหยันขณะจ้องมองหูซีด้วยสายตาเย็นชา “ฉันไม่รู้เลยว่าคุณหนูคนโตของตระกูลหู จะอยากได้ของของคนอื่นขนาดนี้ สำหรับชุดนี้ไม่เป็นอะไร แต่ผู้ชายคนนี้เป็นของฉัน คุณหูคงไม่ได้อยากเป็นภรรยาน้อยจริง ๆ ใช่ไหมคะ?”
หูซีคาดไม่ถึงว่าแค่สินค้าตัวอย่างชิ้นเดียว จะทำให้ลู่ฉิวเยว่โต้เถียงกับเธอเหมือนเมื่อครู่นี้ได้ เธอจึงรู้สึกอับอาย ตอนนี้เมื่อเธอได้ยินลู่ฉิวเยว่บอกว่าเธออยากเป็นเมียน้อยในที่สาธารณะ ก็ถึงกับหน้าซีดเผือด
“ว่าไงนะ คนจะเป็นเมียน้อยต้องหน้าด้านไร้ยางอายมาก หากย้อนกลับไปไม่กี่สิบปี ก็คงโดนจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำแน่นอน”
“สาวน้อยดูใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ ขนาดมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยนะ คนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็ยังไม่กล้าทำแบบนี้เลย”
เมื่อคนรอบตัวได้ยินว่าหูซีอยากแย่งสามีของคนอื่น พวกเธอก็รู้สึกแย่กับอีกฝ่ายทันที และมองว่าเธอเป็นขยะ
หูซีไม่เคยอับอายขนาดนี้มาก่อน แต่อยู่ต่อหน้าฉินซือ เธอจึงต้องกัดฟันจ้องหน้าลู่ฉิวเยว่อย่างขมขื่น แล้วหันหลังเดินออกจากประตูไป
นังแพศยา รอก่อนเถอะ เมื่อฉินซือแต่งงานกับเธอ เธอจะได้เห็นนังแพศยาคนนี้ร้องไห้!
เมื่อเห็นหูซีเดินจากไปแล้ว ลู่ฉิวเยว่จึงบอกให้พนักงานขายคิดเงิน แล้วจูงฉินซือออกไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทาง ฉินซือมองด้านหลังของเธอด้วยความกังวล และปล่อยให้เธอจูงเขาไป ไม่กล้าหายใจ เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรผิดและสร้างปัญหาให้กับเธอ
“ทำไมคุณถึงทำหน้าแบบนี้ล่ะคะ?” เมื่อไปถึงรถ ในที่สุดลู่ฉิวเยว่ก็เห็นสีหน้าระแวงของฉินซือ
ฉินซือสังเกตสีหน้าของเธออย่างละเอียด แล้วจับมือเธอไว้ “คุณโกรธรึเปล่าครับ?”
“คุณคิดว่าไงล่ะคะ?” ลู่ฉิวเยว่ดึงเข็มขัดนิรภัยมาใส่
คนอยากเป็นมือที่สามมาหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อแสดงพลัง หากฉินซือไม่แสดงตำแหน่งของเขาให้ชัดเจน เธอก็คงจะตบหน้าทั้งสองคนไปแล้ว
“ฉิวเยว่ อย่าโกรธไปเลยนะครับ ผมไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย ถ้าเธอไม่มาที่บ้านวันนั้น ผมก็คงจำเธอไม่ได้” ฉินซือเกือบยกสามนิ้วสาบานต่อหน้าเธอ ท่าทางดูอ่อนน้อมถ่อมตนมาก
ความโกรธของลู่ฉิวเยว่ส่วนใหญ่หายไป “ช่างเถอะค่ะ ใครบอกให้สามีของฉันหล่อขนาดนี้ล่ะคะ เลยมีพวกนกกระจิบนกกระจอกหลายตัวแวะเวียนมาไม่ขาด”
ในที่สุดฉินซือก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าไม่มีพายุมืดดำบนใบหน้าของเธออีกต่อไป แต่เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิม
ช่วงนี้ลู่ฉิวเยว่ยุ่งอยู่แล้ว ในที่สุดก็ได้พาเธอมาเที่ยว ไม่คาดคิดว่าหูซี ผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นจะทำให้เธอโกรธอีก
เมื่อนึกถึงหูซี หน้าฉินซือก็บึ้งตึงขึ้น และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันความโกรธ
หูซีออกจากห้างสรรพสินค้า แต่ยิ่งเธอนึกถึงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเธอเห็นตู้โทรศัพท์ เธอก็เดินตรงเข้าไป แล้วกดหมายเลขโทรศัพท์ที่เธอจำได้ขึ้นใจ
“สวัสดีค่ะ ป้าฉิน”
“ที่แท้ก็ซีซีนี่เอง ไม่ได้เจอกันหลายวันเลย ทำไมไม่มานั่งเล่นที่บ้านบ้างล่ะจ๊ะ?”
ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เธอสนับสนุนให้ฉินซือหย่า เธอก็ถูกดุ เนื่องจากไม่ได้เจอกันหลายวัน คุณแม่ฉินจึงคิดว่าหูซีโกรธแล้ว ทำให้รู้สึกกังวลมาก เมื่อได้รับสายหูซี จึงทั้งประหลาดใจระคนดีใจ
หูซีเล่นห่วงโซ่กระเป๋าในมือ “คุณป้าคะ ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากเจอคุณป้านะคะ แต่หนูมาเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว และบังเอิญได้เจอฉินซือตอนมาห้างสรรพสินค้าวันนี้ค่ะ”
“เอ๊ะ งั้นก็แสดงว่าพวกลูกถูกลิขิตมาแล้วจริง ๆ” คุณแม่ฉินรีบพูดเอาใจ
หูซีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยความไม่พอใจมาก “แต่น่าเสียดายที่ฉินซือไม่ได้สนใจหนูเลยค่ะ แถมยังช่วยให้ลู่ฉิวเยว่ด่าหนูด้วย สุดท้ายเขาก็ไร้ความปรานีเกินกว่าจะเป็นเพื่อนเก่าของหนูได้ค่ะ”
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ช่างเถอะค่ะ นี่ไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในโลกอยู่แล้ว หนูเองก็อยากจะเปิดใจให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย เราไม่ควรเจอกันอีกในอนาคตนะคะ เพื่อไม่ให้ฉิวเยว่เข้าใจผิดค่ะ”
ช่างเถอะงั้นหรือ? จะช่างเถอะได้อย่างไร แล้วลูกสาวของเธอล่ะ!
คุณแม่ฉินกังวล พยายามห้ามเธออย่างรวดเร็ว “ซีซี เสี่ยวซือเขาทำตัวห่างเหิน เพราะไม่ได้เจอหนูนานเกินไป ลุงกับป้าชอบหนูมาก อย่าพูดคำรุนแรงแบบนั้นเลยนะจ๊ะ”
สุขภาพของฉินเซียวเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ คุณแม่ฉินรู้สึกไม่สบายใจ และวิตกกังวลทุกครั้งที่เห็นเธอ ใจนึกอยากจะช่วยเหลือทันที เธอจะยอมให้หูซียุติความสัมพันธ์กับพวกเธอได้อย่างไร
ดวงตาของหูซีเป็นประกายเพราะเป็นไปตามแผน “หนูก็คิดว่าคุณป้าพูดถูกค่ะ หนูกับฉินซือมีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารกันน้อยเกินไป อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดหนูแล้ว คุณป้าช่วยหนูเชิญเขาไปงานเลี้ยงที่บ้านได้ไหมคะ”
คุณแม่ฉินมองหน้าสามีที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยความลำบากใจ
พวกเธอรู้ดีว่าลูกชายของตัวเองมีลักษณะนิสัยแบบไหน เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น
พวกเธอยังจำคำพูดไร้หัวใจที่ฉินซือพูดเมื่อครั้งที่แล้วได้ หากยังทำแบบนี้อีก ก็กลัวว่าลูกชายอาจจะตัดขาดกับพวกเธอจริง ๆ
“อะไรกันคะ คุณป้าฉินไม่เต็มใจ ถ้างั้น…” หูซีเห็นอีกฝ่ายเงียบไป จึงพูดด้วยความโมโหมาก
คุณแม่ฉินกัดฟัน “ได้จ้ะ บอกที่อยู่หนูมาให้ป้า ฉินซือจะไปที่นั่นแน่นอน”
ต่อให้ลูกชายจะตัดขาด ก็ยังสามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้ ตอนนี้สุขภาพของฉินเซียวแย่มาก หากไม่รีบช่วยก็อาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นจริง ๆ
จากนั้นหูซีก็ยิ้มอย่างมีความสุข
อีกด้านหนึ่ง ฉินซือไม่รู้ว่าเขาถูกแม่ที่บ้านคิดแผนร้าย เขาไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง และพาลู่ฉิวเยว่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยทุกวัน
ลู่ฉิวเยว่มองฉินซือที่เข้ามาช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้ “ถ้าฉันอยู่ในหอของมหาวิทยาลัย ก็ไม่ต้องให้คุณมารับส่งฉันทุกวัน มันลำบากมากนะคะ”
“คุณใจร้าย ถ้าคุณอยู่หอในมหาวิทยาลัย คุณจะปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวที่บ้านได้ลงคอเหรอครับ?” ฉินซือไม่พอใจ ดื้อรั้นปฏิเสธ
ช่วงนี้ภรรยาดื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าต้องอยู่ที่หอในมหาวิทยาลัย แล้วไม่ได้เจอเขาสองสามวัน เธอจะคิดถึงเขาบ้างไหม?
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจ ไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้เขาโกรธ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอก็ขมวดคิ้ว “ช่วงนี้หูซีไม่ได้มาเจอคุณใช่ไหมคะ?”
ฉินซือมองเธอด้วยรอยยิ้ม “ทำไม หึงเหรอครับ?”
หลังจากเห็นสายตาเย็นชาของลู่ฉิวเยว่ เขาก็จริงจังทันที รีบสัญญาอย่างจริงจัง “ช่วงนี้ไม่ได้เจอเลยครับ ภรรยาของผมไม่ต้องกังวลนะครับ ต่อให้ผมจะเจอเธอ ผมก็จะไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากจะด่าเธอ! ผมจะไม่ยุ่งกับเธอเด็ดขาด!”
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ แวะตลาดข้างหน้า แล้วไปซื้อกับข้าวกันค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วชี้ไปด้านหน้า
ไม่ได้ทำอาหารให้เขากินมานานแล้ว เขาคงกินข้าวไม่ค่อยอร่อย ตอนนี้เขาดูผอมลงนิดหน่อย ลู่ฉิวเยว่รู้สึกไม่สบายใจเลย จึงแอบตัดสินใจว่าต่อไป จะให้ความสนใจเขามากขึ้นหลังจากเลิกงาน