สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 392 ผู้ชนะในชีวิตจริง ลู่ฉิวเยว่
บทที่ 392 ผู้ชนะในชีวิตจริง ลู่ฉิวเยว่
“ไปกันเถอะ เจี่ยงชี เธอไม่ได้บอกว่ามีอย่างอื่นต้องทำหรอกเหรอ?” ลู่ฉิวเยว่เห็นสีหน้าสับสนของทั้งสอง แล้วรู้สึกว่ามันตลกดี จึงรีบหาทางให้พวกเธอออกจากสถานการณ์นี้
“ใช่ ๆ ฉันจะไปซื้อยาที่ร้านขายยา” เจี่ยงชีพยักหน้า แล้วดึงเจียงเยว่อี๋เดินตามลู่ฉิวเยว่ออกไปข้างนอก
ลู่ฉิวเยว่กังวล “เธอรู้สึกไม่สบายตรงไหนเหรอ?”
“เฮ้อ ฉันไม่ได้เป็นอะไร ยานี้เอาไว้ให้พ่อแม่ของฉัน ตอนยังเป็นหนุ่มเป็นสาว พ่อแม่ฉันขาดสารอาหาร เลยอ่อนแอมาตั้งแต่ตอนนั้น” เจี่ยงชีโบกมือ
ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้วแล้วหยุดเดิน “ปกติถ้าลุงกับป้าของสุขภาพไม่ดี ก็ต้องมาซื้อยาเอง หมอจะได้เขียนสั่งยาที่ถูกต้องให้ เพื่อให้อาการดีขึ้น ถ้าเธอมาซื้อให้แบบนี้จะได้ผลเหรอ”
“โอ้ ฉิวเยว่ ไม่ต้องกังวลหรอก พ่อแม่ของฉันเคยไปร้านขายยาร้านนั้นมาก่อน แต่เมื่อวานยาหมด ฉันก็เลยมาซื้อยาไปเติมให้” เจี่ยงชีพูดอย่างสบาย ๆ จับมือลู่ฉิวเยว่แล้วเดินไปต่อ
แบบนี้นี่เอง ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แต่ลู่ฉิวเยว่ เธอยอดเยี่ยมมาก เธอปิดความลับที่ว่ามีร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้ไว้มิดจริง ๆ” เจี่ยงชีถอนหายใจ สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
เธอยังคงคิดว่าจะขอเงินค่าขนมจากพ่อแม่ทุกวันได้อย่างไร แต่ไม่คาดคิดว่าลู่ฉิวเยว่จะเป็นเถ้าแก่ใหญ่ไปแล้ว โลกช่างต่างกันจริง ๆ
“ใช่แล้ว ลู่ฉิวเยว่ เธอเก่งมาก ฉันอยากจะเลียแข้งเลียขาเธอจริง ๆ แง แง แง” เจียงเยว่อี๋กอดแขนลู่ฉิวเยว่ เกาะติดราวกับแมลงขาเหนียว ไม่ยอมปล่อย
ลู่ฉิวเยว่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเออออไป
“เร็วเข้าเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวร้านขายยาปิด และเราจะต้องออกมากันอีกครั้งในช่วงบ่ายนะ” ลู่ฉิวเยว่เร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า ขัดขวางการพูดเยินยอของคนทั้งสองได้สำเร็จ
“ที่นี่แหละ ถึงแล้ว!” ในที่สุดเจี่ยงชีก็ยืนอยู่หน้าร้าน
เจียงเยว่อี๋หันกลับมาเห็นลู่ฉิวเยว่เม้มปากแน่น เธอตกตะลึงและถามด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอ?”
เจี่ยงชีเห็นดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองแผ่นโลหะที่อยู่เหนือศีรษะ
ร้านขายยาจีนเต๋อ
เธอตบหน้าอกถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ไม่ใช่ร้านขายยาฉิวเยว่ ไม่งั้นเธอคงจะบ้าไปแล้วจริง ๆ
“คุณหมอคะ มาซื้อยาค่ะ” เธอเดินเข้าไปยื่นใบสั่งยาให้หมอหนุ่ม
คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มไม่ได้ยื่นมือมารับ แต่มองไปข้างหลังด้วยท่าทางนอบน้อม “เถ้าแก่”
รูม่านตาของเจี่ยงชีหดตัว เธอหันไปชี้ลู่ฉิวเยว่ แล้วมองคนทั้งสองสลับกันไปมา เสียงก็เริ่มสั่น “นี่ นี่ นี่… นี่ก็เป็นของเธอด้วยเหรอ?”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกขบขันกับการแสดงออกที่เกินจริง จึงแสร้งพูดตะกุกตะกักตามเธอ “เธอ เธอ เธอ… เธอพูดถูก นี่ นี่ นี่… นี่ก็เป็นของฉันเหมือนกัน”
“โอ้โห! ลู่ฉิวเยว่ เธอเป็นเทพเจ้ารึเปล่า?” เจี่ยงชีไม่คิดจะซื้อยาแล้วในตอนนี้ อยากจะมองลู่ฉิวเยว่ซ้ำ ๆ
เป็นทั้งเจ้าของร้านอาหารและร้านขายยา สมองของลู่ฉิวเยว่ทำด้วยอะไร! สุดยอดเกินไปแล้ว!
เจียงเยว่อี๋ก็อิจฉาเช่นกัน เธอกอดลู่ฉิวเยว่แล้วกรีดร้องจนแทบจะเป็นบ้า “ลู่ฉิวเยว่! ทำไมเธอถึงเก่งได้ขนาดนี้! เธอทำให้ฉันโง่เหมือนหมู ฉันเกลียดเธอ!”
สองคนนี้ส่งเสียงร้องจนกระเทือนแก้วหูของลู่ฉิวเยว่ เธอยกมือนวดขมับตัวเองด้วยความปวดหัว “เอาล่ะ พวกเธอก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน ตอนจัดอันดับการสอบก็ติดสิบอันดับแรกเหมือนกัน อย่าประเมินตัวเองต่ำไปเลย”
“อย่างที่คิดไว้เลย เธอพูดยกยอได้ดีมาก” เจียงเยว่อี๋กุมอกตัวเอง ราวกับว่ากำลังจะขาดใจตาย
ขณะนี้ ลู่ฉิวเยว่เป็นดั่งเจ้าสวรรค์ชั้นเก้าในสายตาของพวกเธอ
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกขบขัน รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ยังไม่พูดเรื่องยาอีกเหรอ ถ้ารีบหน่อย ฉันจะให้ส่วนลดเธอยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
“คนบ้า งกจัง ฉันอยากได้ส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์!” เจี่ยงชีปฏิเสธ แล้วหันไปขอให้ถังเยว่ช่วยจัดยาให้
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ ในที่สุดก็บอกให้ถังเยว่ไม่ต้องเก็บเงินเธอ และยังมอบผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ และแคลเซียมเม็ดให้ไปด้วย
พวกเธอทั้งสามกำลังจะกลับ ทันใดนั้น เพจเจอร์ของลู่ฉิวเยว่ก็ดังขึ้น เธอรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะ”
ไม่รู้ว่าพูดอะไรอยู่ แต่เธอมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า “ได้ค่ะ”
“มีอะไรเหรอ?” เจี่ยงชีเดินเข้ามายื่นหน้าถามด้วยความสงสัย ราวกับว่าเธอได้กลิ่นของการนินทา
ลู่ฉิวเยว่ผลักหน้าของเธอออกไป “ฉินซือบอกว่าจะมารับพวกเรา พวกเธออย่าเพิ่งไป เดี๋ยวเขาจะมารับไปส่งที่มหาวิทยาลัยเอง”
เจี่ยงชีตกตะลึง แล้วกรีดร้อง รู้สึกอิจฉามาก “ลู่ฉิวเยว่ เธอไม่ใช่มนุษย์ เธอมีความสามารถขนาดนี้ แม้แต่สามีก็ยังหล่อมาก!”
เมื่อนึกถึงหนุ่มหล่อที่เธอเห็นเมื่อวานนี้ เจี่ยงชีก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ไก่ที่กำลังกรีดร้องไม่หยุด
“ผู้ชายหล่อแบบนี้ รอบตัวคงจะมีผู้ชายหล่อ ๆ อีกหลายคน ช่วยแนะนำให้ฉันหน่อยสิ” เจี่ยงชีจับแขนลู่ฉิวเยว่ส่ายไปมา
“ฉันก็อยากได้เหมือนกัน!” เจียงเยว่อี๋วิ่งเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
ลู่ฉิวเยว่ถูกทั้งสองพัวพัน จนเธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบตกลงไป “ได้ ๆ ๆ อยากได้หล่อขนาดไหน ฉันจะแนะนำให้รู้จักกับพวกเธอก็ได้”
ใบหน้าของพวกเธอแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น และพูดคุยกันเรื่องหนุ่มในอุดมคติไม่หยุด ลู่ฉิวเยว่เกือบจะทำตัวเหมือนเป็นผู้เฒ่าจันทรา
“ฉิวเยว่”
โชคดีที่เวลาผ่านไปไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย ปรากฏว่าฉินซือมาแล้ว
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วรีบเปิดประตูให้ทั้งสองคนขึ้นรถ
ในที่สุดผีน้อยจอมจู้จี้ทั้งสองก็สงบลง
“เอ๊ะ ใช่แล้ว ฉิวเยว่ อาจารย์พูดเมื่อวานนี้ว่า เพราะเธอได้ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุด มหาวิทยาลัยจึงจะมอบใบรับรองและรางวัลให้เธอ พรุ่งนี้เธอต้องไปลงนามในเอกสารยืนยันด้วยนะ” เจี่ยงชีจำสิ่งที่อาจารย์บอกเธอเมื่อวานนี้ได้ จึงรีบเตือนลู่ฉิวเยว่
ก่อนที่ลู่ฉิวเยว่จะพยักหน้า ฉินซือที่อยู่ข้าง ๆ ก็เป็นคนแรกที่พูดว่า “ผลงานอะไรเหรอครับ?”
เจี่ยงชีรู้ทันทีที่ได้ยินคำถาม ว่าลู่ฉิวเยว่ไม่ได้บอกเขา จึงรีบบอกเขาอย่างตื่นเต้น “ลู่ฉิวเยว่สอบได้ที่หนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน และได้คะแนนเกือบเต็มในหลายวิชาค่ะ แม้แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็ยังตกใจ และบอกว่าต้องการมอบใบรับรองให้เธอ น่าทึ่งมาก คนที่เคยสอบได้ที่หนึ่งในรุ่นก่อน ๆ ยังไม่ได้รับรางวัลแบบนี้เลยค่ะ!”
เจียงเยว่อี๋ก็เสริมอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนร่วมมือกันยกย่องลู่ฉิวเยว่อย่างเต็มที่
ตอนแรกฉินซือยิ้มกว้าง ดูมีความสุขมาก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มของเขาหายไปทันที และเม้มปาก
เมื่อเพื่อนร่วมห้องทั้งสองลงจากรถ ความไม่พอใจของเขาก็ชัดเจนยิ่งขึ้น
ลู่ฉิวเยว่กะพริบตา แล้วหันไปมองเขาด้วยความสงสัยว่า “คุณเป็นอะไรไป ไม่พอใจเหรอคะ?”
ฉินซือหยุดรถ เม้มปากหน้ามุ่ยก่อนจะพูด “ทำไมคุณไม่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ผมฟังล่ะครับ แต่ปล่อยให้ผมรู้จากปากของคนอื่น”
ลู่ฉิวเยว่อ้าปาก แต่ไม่คาดคิดฉินซือจะไม่ให้โอกาสเธออธิบาย “ลู่ฉิวเยว่ คุณแค่ไม่ชอบที่ผมอายุมาก คุณเลยรู้สึกว่ามีช่องว่างระหว่างวัยระหว่างคุณกับผม คุณรู้สึกว่าคุณไม่สามารถคุยกับผมได้ทุกเรื่อง ก็เลยไม่บอกอะไรผมเลย!”
เขาโกรธมาก ปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่เย็นชาและไม่แยแส แต่ตอนนี้เขารู้สึกน้อยใจมากเหมือนเป็นสาวน้อย
ลู่ฉิวเยว่ไม่คาดคิดว่าเขาจะยังคงติดใจคำว่า “อา” อยู่ เธอรู้สึกขบขันแต่ก็ทำอะไรไม่ถูก จึงรีบง้อเขาอย่างอ่อนโยน “พูดเหลวไหล คุณเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง คุณหล่อและมีเสน่ห์มากในวัยของคุณ จนฉันหลงรักคุณแบบนี้ไงคะ ส่วนเรื่องผลสอบ ฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็เลยไม่ได้บอกคุณ ถ้าคุณสนใจ ต่อไปฉันจะบอกคุณเป็นคนแรกเลยนะคะ”