สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 340 ลู่ฉิวเยว่อยากได้บ้าน
บทที่ 340 ลู่ฉิวเยว่อยากได้บ้าน
ท่าทางของเขาทำให้ลุงลู่ตกใจกลัว แล้วรีบมองเข้าไปข้างในบ้าน ทันใดนั้นก็รู้สึกหนาวที่ต้นคอขึ้นมา
“ไม่ใช่ว่าพ่อเฒ่าลู่กลับมาแล้วจริง ๆ นะ”
ผู้ใหญ่บ้านพึมพำ ทำให้ลุงลู่ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น
“ไม่… เป็นไปไม่ได้” เขาตัวสั่นสะท้าน กางเกงแทบจะเปียก
“ผมคิดว่าคุณควรไปขอโทษฉิวเยว่ดีกว่า เพราะผมได้ยินมาว่าครอบครัวของคุณสร้างปัญหาทุกคืน” ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจ แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
“ขอโทษเหรอ? นังผู้หญิงเลวนั่นเนี่ยนะ?” ป้าลู่เพิ่งเปิดประตูจากด้านนอกเข้ามา เมื่อได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้า
ลู่ฉิวเยว่สมควรได้รับการขอโทษจากเธอหรือ?
ลุงลู่ก็ไม่พอใจเช่นกัน “ผมไม่ไป” ไม่ว่าอย่างไร ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถลดตัวลงไปขอโทษเด็กได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาไม่อยากเสียหน้า!
ผู้ใหญ่บ้านหยิบยาสูบแห้งขึ้นมาหนึ่งมวน แล้วพูดเบา ๆ “พวกคุณไม่ขอโทษ ถ้าพ่อเฒ่าลู่มาที่บ้านของพวกคุณทุกวันเพื่อก่อปัญหา พวกคุณจะทนได้ไหมล่ะ? เรื่องผีหลอกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ผมเคยได้ยินมาว่าครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านถัดไป ถูกผีหลอกจนหัวใจวายตาย”
เมื่อพูดถึงความตาย ลุงลู่และป้าลู่ต่างก็ตกใจ พวกเขากลืนน้ำลายด้วยความกังวล แล้วมองหน้ากัน จิตใจเริ่มโอนอ่อนลงเล็กน้อย
คนเลวสองคนนี้ยังตกเป็นเหยื่ออยู่จริง ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็เยาะเย้ยในใจ และยังคงโกหก “ก็แค่ขอโทษเองไม่ใช่เหรอ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ นอกจากพวกคุณกับผมแล้ว จะมีคนอื่นรู้เรื่องนี้อีกไหม?”
ลุงลู่คิดแล้วก็รู้สึกว่าจริง จึงกัดฟันพูดว่า “ก็ได้ ผมจะยอมขอโทษยัยเด็กตัวดีนั่น”
เพื่อไม่ให้วิญญาณของพ่อมาหลอกหลอนในคืนนี้อีก ทั้งสองจึงพาแม่เฒ่าเดินไปที่หมู่บ้านเยว่เหลียงด้วยกัน
ที่หมู่บ้านเยว่เหลียง ลู่ฉิวเยว่เพิ่งกลับจากบ้านน้า ก่อนที่จะนั่งจนเก้าอี้อุ่น เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก
“ลู่ฉิวเยว่! อยู่บ้านหรือเปล่า?”
ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก เธอจึงต้องลุกขึ้น แล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อเปิดประตู
“เกิดอะไรขึ้น?” เธอยืนกอดอก รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อเห็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวนี้
พวกเขามาที่บ้านของเธอเพื่อก่อปัญหาทุกวัน ไม่เบื่อหน่ายบ้างเหรอ
ป้าลู่เกือบจะโกรธเมื่อเห็นท่าทีของเธอ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงจุดประสงค์ของการมาในวันนี้ได้ เธอจึงกัดฟัน ข่มอารมณ์โกรธอย่างหนัก “ฉิวเยว่ พวกเราเคยทำไม่ดีกับเธอมาก่อน วันนี้พวกเราเลยมาเพื่อขอโทษ”
มีบางอย่างผิดปกติ
ลู่ฉิวเยว่หรี่ตาลง เธอไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้ต้องการขอโทษจริง ๆ และคิดว่าพวกเขากำลังจะใช้กลอุบายครั้งใหญ่
“ใช่แล้ว ฉิวเยว่ ย่าเคยทำไม่ดีกับหลานมาก่อน ย่าผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้เราด้วย เราจะไม่รบกวนหลานอีกแล้ว” ช่วงนี้แม่เฒ่าไม่กล้านอนตอนกลางคืน และนอนไม่หลับในตอนกลางวันด้วย ตอนนี้ใบหน้าของเธอจึงซีดเซียว มองไม่เห็นความเย่อหยิ่งแบบที่เคยมีมาก่อน
ลู่ฉิวเยว่หรี่ตามองดูพวกเขาหลายครั้ง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่เห็นอะไรเลย
ดูเหมือนคนพวกนี้จะมาเพื่อ… ขอโทษจริงเหรอ?
เธอแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็หายากที่พวกเขาจะคุยด้วยง่ายขนาดนี้ เธอจึงรีบฉวยโอกาสนี้โต้กลับ “พวกคุณทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ดีกับพวกเรา แค่ขอโทษง่าย ๆ แค่นี้เหรอคะ?”
“แล้วเธอต้องการอะไรอีก?” แม่เฒ่าไม่พอใจ และรู้สึกว่าตอนนี้เธอเสียใจมาก
นังเด็กบ้าคนนี้เคยอ่อนแอมาก จึงโดนเธอด่าทอทุบตีสารพัด ถ้าผีเวรนั่นไม่มาทำให้เธอกลัว เธอคงไม่มาขอโทษหรอก
“ฉันไม่ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่แบ่งทรัพย์สินของครอบครัวเท่า ๆ กัน แล้วคืนบ้านให้เรา นี่คือสิ่งที่พ่อของฉันสมควรได้รับ” ลู่ฉิวเยว่กอดอก
แม่เฒ่ากัดฟัน “ไม่ได้!”
“ใช่แล้ว ลู่ฉิวเยว่ เธออย่าหน้าด้านเลย พ่อของเธอไม่ได้บอกว่าเขาอยากกลับมาอยู่ เธอเองก็เป็นแค่เด็ก!” ทันใดนั้นลุงลู่ก็มีสีหน้าเย็นชา เมื่อได้ยินว่าเขาต้องการแบ่งทรัพย์สินของครอบครัว
ขอโทษได้ แต่ต้องไม่หารือเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน!
“ใครบอกว่าฉันไม่อยาก!” ทั้งครอบครัวลู่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก เมื่อได้ยินลูกสาวถูกดุ ก็รีบเข้ามาร่วมวงสนทนาทันที
“นั่นมันเป็นไปไม่ได้! ลู่ฉางหลิน เจ้าคนไร้ยางอาย ไม่ต้องมายุ่งกับทรัพย์สินของครอบครัวฉัน!” ลุงลู่รีบลุกขึ้นด้วยความโกร
ลู่ฉิวเยว่เย้ยหยัน “ได้ค่ะ ถ้าไม่ยอมให้ ฉันก็จะไม่ยกโทษให้พวกคุณ” ตอนนี้เธอเห็นได้ชัดเจนแล้ว ว่าจุดอ่อนของคนเหล่านี้อยู่ในกำมือของเธอแล้ว เธอจึงต้องจัดการกับพวกเขา และเพิ่มปัญหาให้กับพวกเขามากกว่านี้
แม้ว่าเธอจะไม่สนใจทรัพย์สินเล็กน้อยแบบนี้ แต่คนเหล่านี้สนใจ พวกเขาจะโกรธมาก ถ้าเธอรับมันไป
“เธอ! ให้เวลาฉันคิดก่อนสิ!” ลุงลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังรู้สึกว่าทรัพย์สินของครอบครัวเขามีความสำคัญ เขาจึงหันหลังเดินจากไป
แม่เฒ่าจ้องมองเธออย่างดุร้าย แล้วเดินตามรอยเท้าลูกชายของเธอไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของคนกลุ่มนี้ลับสายตาไปแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็เลิกคิ้ว “วันนี้คนพวกนี้กินยาผิดกันหรือเปล่า?”
คุณแม่ลู่นึกถึงข่าวลือล่าสุด แล้วยิ้มเยาะ “พวกเขาไม่ได้อยากมาขอโทษอย่างจริงใจ แต่พวกเขาเจอเรื่องแปลก ๆ เลยรู้สึกผิด”
“เอ๊ะ?” ใบหน้าของลู่ฉิวเยว่เต็มไปด้วยความสับสน
เธอคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ ว่าอะไรทำให้คนไร้ยางอายพวกนั้น มายอมรับผิดถึงหน้าบ้านเธอ
คุณแม่ลู่หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดอย่างร่าเริง “เมื่อไม่นานมานี้ แม่ได้ยินจากป้าในหมู่บ้านลู่เจียว่า บ้านของพวกเขามีผีสิง ผีนั้นมาหลอกหลอนแม่เฒ่าและคนอื่น ๆ ทุกคืน และผีก็ดูเหมือนปู่ของลูกมาก”
“แบบนี้นี่เอง” ลู่ฉิวเยว่ตระหนักได้ทันที
แต่เธอไม่เชื่อเรื่องผีหรืออะไรทำนองนั้น อย่างน้อยเธอก็ไม่เคยได้เจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ในทั้งสองช่วงชีวิตของเธอ
แล้วเกิดอะไรขึ้น?
ลู่ฉิวเยว่หรี่ตาครุ่นคิด
คนเดียวที่นึกถึงได้ก็คือผู้ใหญ่บ้าน
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกตลก ดูเหมือนว่าแต่ละคนก็มีด้านที่เก่งไม่เหมือนกัน ลุงคนนั้นมีวิธีจัดการกับคนประเภทนี้จริง ๆ
“มา มา มา กลับมากินข้าวกันเถอะค่ะ หนูหิวแล้ว” ลู่ฉิวเยว่โบกมือ แล้วเดินเข้าไปข้างใน โดยไม่สนใจจะพูดถึงคนโง่เหล่านั้นอีก
คุณแม่ลู่คิดถึงทักษะการทำอาหารของลูกสาว จึงเริ่มหิวขึ้นมาทันที แล้วเดินตามเข้าไปช่วยเธอ
อีกด้านหนึ่ง ลุงลู่วิ่งกลับบ้านด้วยความโกรธ เมื่อมองไปที่ห้องโถงที่คุ้นเคย เขาก็หงุดหงิดมาก แต่เมื่อนึกถึงเรื่องแปลก ๆ ที่เขาจะต้องเผชิญในคืนนี้ ความโกรธของเขาก็ลดลงทันที
“จะทำอย่างไรได้บ้าง?” เขาถามอย่างเศร้าใจ
แม่เฒ่าไม่ได้นอนหลับสบายมานานแล้ว ตอนนี้เธอก็รู้สึกอ่อนเพลีย แต่เธอไม่เต็มใจจะมอบทรัพย์สินของครอบครัว ให้กับคนนอกอย่างลู่ฉิวเยว่
“นังเด็กบ้านั่นไม่ใช่แค่ไม่ยอมให้เงินเราเท่านั้น แต่ยังขอเงินจากเราอีกด้วย! ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ฉันคงบีบคอเธอให้ตายตั้งแต่เธอเกิดมาแล้ว จะได้ไม่น่ารำคาญเหมือนตอนนี้” ดวงตาของเธอฉายแววเย็นชา สีหน้าดุร้ายมาก
ป้าลู่ก็โกรธเช่นกัน “ใช่ค่ะ นังผู้หญิงเลวนั่นเป็นหายนะ ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตอยู่!”
แล้วชายชราที่ตายไปหลายปีแล้วคนนั้น ก็ยังคงกลับมาช่วยนังนั่นรังแกพวกเขาอีก!
“แต่มันคงไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป พ่อครับ คืนนี้…” ลุงลู่กลืนน้ำลาย “ไม่ได้การ ฉันไปนอนข้างนอกสักคืนดีกว่า”
“ทุกวันนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าบ้านเรามีผีสิง และพยายามหลบหน้าพวกเรา จะมีคนยอมให้เข้าบ้านได้ยังไง” ป้าลู่เม้มปาก
เนื่องจากบ้านของเธอมีผี ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงทำเหมือนเธอเป็นโรคติดต่อร้ายแรง