สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 339 บ้านลุงลู่มีผีสิง
บทที่ 339 บ้านลุงลู่มีผีสิง
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าสับสน “อะไรนะ?”
“ถึงเวลาก็รู้เอง ตอนนี้ไปเรียกลูกชายกลับมาจากทุ่งนา ผมมีเรื่องจะคุยกับเขา” ดวงตาของผู้ใหญ่บ้านเป็นประกาย
“ตาแก่คนนี้นี่!” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจกับคำพูดที่ไม่ใส่ใจของเขา เธอมองเขาแล้วหันหลังเดินไปที่นาข้าว
ในตอนกลางคืน ลุงลู่และครอบครัวเข้าไปนอนพักผ่อนในห้อง หลังอาหารเย็น ในบ้านอันเงียบสงบ มีเพียงเสียงตั๊กแตนและกบลอยมาจากทุ่งนา
ป้าลู่นอนอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมา นอนไม่หลับ
แม่เฒ่าขี้เหนียว เธอจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดพัดลมที่บ้าน แม้ว่าจะเป็นฤดูร้อนก็ตาม และยังสั่งให้ปิดไฟในบ้านทันทีหลังมื้ออาหาร ทำให้ทั้งบ้านมืดสนิท
“เราไม่ได้เงินจากลู่ฉิวเยว่เลยสักหยวน จะให้ไม่สนใจได้เหรอ?” ป้าลู่หงุดหงิด เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา
เด็กผู้หญิงตัวเหม็นลู่ฉิวเยว่คนนั้น ได้เปิดร้านอาหารหลายแห่งในเมืองหลวง เธอสามารถนับเงินที่เข้ามาได้ทุกวัน แล้วทำไมเธอถึงควรให้ที่ดินแก่พวกเขาแค่ผืนเดียว พร้อมกับเงินไม่กี่ร้อยหยวน เธอควรให้พวกเขาห้าหกพันมากกว่า
ลุงลู่หรี่ตาลง มีความประชดประชันเจือในสายตาขุ่นเคืองของเขา “ฉันจะยอมให้พวกเขาได้เปรียบแบบนี้ได้อย่างไร พวกเขายังต้องอยู่ที่หมู่บ้านเยว่เหลียงอีกสักพัก ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้เรา พวกเขาก็จะไม่มีทางสงบสุข”
เขามั่นใจในความสามารถของภรรยา ที่สามารถวางแผนร้ายได้อยู่เสมอ
“งั้นก็ไม่เลวเลย” ป้าลู่หัวเราะ เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วันเธอจะได้รับเงินจากลู่ฉิวเยว่ เธอก็ยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหูแล้ว ความฝันของเธอนั้นช่างหอมหวาน
ดูเหมือนเธอจะได้ยินเสียงแผ่วเบาของอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นป้าลู่ก็นึกถึงเรื่องที่ลู่ฉิวเยว่พูด ขณะไหว้บรรพบุรุษวันนี้ เธอจึงขนหัวลุกขึ้นมาทันที จากนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะตัวสั่นเทา แต่มันมืดสนิทไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น
ไม่เป็นอะไร ไม่มีอะไร ไม่ต้องวุ่นวาย
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะที่เธอกำลังจะหลับตาอีกครั้ง แสงสีขาวจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นข้างนอกทันที
ไม่รู้ว่าหน้าต่างถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าซีดเผือดที่มีเลือดไหลออกจากตา ค่อย ๆ ยื่นเข้ามาจากด้านนอก พร้อมส่งยิ้มมุมปากสุดสยอง จากนั้นสีหน้าก็กลายเป็นดุร้ายและขุ่นเคือง
“กรี๊ด! ผีหลอก!”
ทันใดนั้นป้าลู่ก็สติแตก เธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
เสียงแหลมดังขึ้น ทำให้สุนัขทุกตัวในหมู่บ้านตื่นและเริ่มเห่า ทำให้บรรยากาศคืนนี้ยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
“เกิดอะไรขึ้น?” ลุงลู่ก็ตกใจเช่นกัน เขารีบกระโดดขึ้นจากเตียง แล้วมองภรรยาที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง
มือและเท้าของป้าลู่เย็นเฉียบ แต่ในที่สุดเธอก็สงบสติอารมณ์ได้ แล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟข้าง ๆ
“ฉัน… ฉันเพิ่งเห็นผี!” ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำมูกและน้ำตา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอหวาดกลัวมากจริง ๆ
เมื่อลุงลู่ได้ยินดังนั้น เขาก็พ่นลมหายใจด้วยความโกรธ แล้วมองเธอด้วยสายตาเหมือนมองคนงี่เง่า “โลกนี้ไม่มีผี มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ”
พูดจบก็พลิกตัว แล้วดึงผ้าห่มขึ้น หลับตานอนต่อ
ป้าลู่กัดฟัน รู้สึกหนาวเย็นที่ต้นคออยู่เสมอ เธอกำผ้าห่มของสามีไว้แน่น “ลู่ฉางเซิน มีผีจริง ๆ นะ ฉันเพิ่งเห็นมัน!”
ในสมองของเธอเต็มไปด้วยภาพหน้าตาบูดบึ้งที่เธอเพิ่งเห็น เธอแทบจะเป็นลม
เป็นไปได้ไหมว่าพ่อสามีกลับมาจริง ๆ?
“เอาล่ะ อย่ากวนฉันนะ รีบนอนซะ!” ลุงลู่ถูกเธอปลุก ขณะที่กำลังจะหลับ เขาโกรธมากจนอยากจะตบเธอ จึงซุกหน้าไว้ใต้ผ้าห่ม
ป้าลู่กลัวจนตัวสั่น แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เธอได้แต่เช็ดน้ำตาด้วยมืออันสั่นเทา แล้วพึมพำว่า “ฉันขอโทษ” และ “อย่ามาหาฉันเลย” ดูราวกับว่าเสียสติไปแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น คนสองคนที่อยู่ข้างนอกก็มองหน้ากัน ยิ้มอย่างประสบความสำเร็จ แล้ววิ่งจากไปเงียบ ๆ
คืนนั้นเสียงดังมาก วันรุ่งขึ้น ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าบ้านของลุงลู่มีผีสิง และพวกเขาต่างก็สะใจมาก ทุกคนบอกว่าป้าลู่สมควรโดนแล้ว วิญญาณพ่อเฒ่าคงกลับมาคิดบัญชีแล้ว
บางคนรู้ว่าลู่ฉิวเยว่ไม่เต็มใจจะช่วยหมู่บ้านให้มั่งคั่ง เพราะป้าลู่ไปสร้างปัญหาที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อวานนี้ ทุกคนจึงเกลียดเธอ และถึงกับจงใจไปหาเธอ เพื่อเล่าเรื่องลึกลับบางอย่าง เพื่อทำให้เธอหวาดกลัวกว่าเดิม
มันทำให้ป้าลู่เกือบทรุดตัวลงเพราะขาอ่อนแรง
“ไปให้พ้น มีผีสิงบ้านแกน่ะสิ!” เมื่อแม่เฒ่ากลับมาจากข้างนอก ก็เห็นหญิงชราหลายคนนั่งอยู่ในห้องโถงของบ้าน เมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้เป็นคนบอกเรื่องบ้านว่ามีผีสิง เธอก็กระโดดขึ้นด้วยความโกรธ แล้วหยิบไม้กวาดที่อยู่ตรงมุมมาไล่ทุกคนออกไป
คนพวกนี้คงไม่มีอะไรทำ ถึงได้มายุ่งวุ่นวายที่บ้านของเธอ!
หลังจากที่ทุกคนถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้ว แม่เฒ่าก็โกรธมาก เมื่อเห็นลูกสะใภ้เช็ดน้ำตา จนอยากจะใช้ไม้เท้าฟาดเธอ “ร้องไห้อะไรขนาดนั้น ในโลกนี้ไม่มีผี!”
“แต่หนูเห็นจริง ๆ นี่นา!” ป้าลู่แน่ใจ ตอนนี้เธอก็ยังคงรู้สึกกลัวอยู่
“นั่นมันคนที่แกล้งปลอมเป็นผี!” ลุงลู่หรี่ตาลง นับเป็นความฉลาดที่หาได้ยาก
ป้าลู่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ เธอไม่เคยเจอมาก่อน แต่เมื่อวานนี้ เมื่อลู่ฉิวเยว่บอกแบบนั้น เธอก็เจอตอนกลางคืน เธอไม่เชื่อว่านังผู้หญิงเลวคนนั้นจะไม่ใช่สาเหตุของเรื่องนี้!
เมื่อจำได้ว่าวันนั้นตนร้องไห้น่าอับอายเพียงใด เธอก็โกรธขึ้นมา
“นังผู้หญิงคนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปแน่!”
แต่ก่อนที่เธอจะจัดการกับลู่ฉิวเยว่ได้ คนในบ้านก็ถูกหลอกหลอนอีกครั้งในตอนกลางคืน คราวนี้เหตุเกิดที่ห้องของแม่เฒ่า
“พ่อของแก… พ่อของแกกลับมาแล้ว…” แม่เฒ่าตกใจกลัวจนตัวสั่น ในวันรุ่งขึ้นก็ยังคงไม่ค่อยมีสติ เธอเอาแต่จับมือลูกชายไว้ไม่ยอมปล่อย พลางพึมพำเรื่องหลอน
หลังจากถูกหลอกหลอนสองครั้งติดต่อกัน คราวนี้ลุงลู่ก็กลัวมาก และรู้สึกขนหัวลุก
สองสามคืนต่อมา บ้านของลุงลู่ก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าบ้านของพวกเขามีผีสิง จนถึงกับเดินอ้อมบ้านของพวกเขา เพราะไม่อยากเดินผ่าน
เช้าวันรุ่งขึ้น มีคนเห็นครอบครัวของลุงลู่แอบไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษ ปาดน้ำตา แล้วพูดว่า “ฉันขอโทษ” และ “พ่อ ผมผิดไปแล้วครับ”
ข่าวดังกล่าวไปถึงหูผู้ใหญ่บ้านอย่างรวดเร็ว
เขาหัวเราะ แล้วยกนิ้วให้ลูกชายอย่างชื่นชม “เรื่องนี้แกทำได้ดีมาก”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ แล้วเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ผมไม่ชอบพวกเขามานานแล้ว”
“เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป เรื่องนี้จะเป็นหน้าที่ของแก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องไปช่วยงานในทุ่งนาแล้ว คอยติดตามพวกเขาตลอดเวลา อย่าปล่อยให้พวกเขามีโอกาสสร้างปัญหาอีก” ผู้ใหญ่พูดอย่างจริงจัง
เพราะไม่สามารถทำให้ลู่ฉิวเยว่ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งโกรธได้อีกต่อไป
ในช่วงบ่าย ผู้ใหญ่บ้านค่อย ๆ เดินไปที่บ้านของลุงลู่ แล้วลูบเครา
“ผู้ใหญ่บ้าน ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ?” ลุงลู่เพิ่งกลับมาจากการจุดธูปไหว้พระกับแม่เฒ่า เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้าน เขาก็รู้สึกผิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหลบสายตา
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า สีหน้าของเขาจริงจัง เจือด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย “ได้ยินมาว่าที่บ้านของคุณมี…”
เขาทำทีเหมือนมีบางอย่างจะพูด แล้วมองเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบถอยหลังกลับ ราวกับว่ากลัวจะเห็นอะไรแปลก ๆ