สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 338 ขู่ป้าสะใภ้ใหญ่
บทที่ 338 ขู่ป้าสะใภ้ใหญ่
“คุณลุง มาที่นี่ได้ยังไงคะ?” ลู่ฉิวเยว่เพิ่งกินข้าวเสร็จ และกำลังจะออกไปเดินเล่นนอกบ้าน เพื่อย่อยอาหาร เธอแปลกใจเล็กน้อย ที่เห็นผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านลู่เจียมาหา
เมื่อผู้ใหญ่บ้านเห็นเธอ ตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น ราวกับว่าเขาเห็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง “ฉิวเยว่ ลุงได้ทำข้อตกลงกับครอบครัวนั้นแล้ว พรุ่งนี้เธอไปไหว้บรรพบุรุษได้เลยนะ”
ลู่ฉิวเยว่ไม่คิดว่าเขาจะทำงานมีประสิทธิภาพขนาดนี้ ดูเหมือนว่า ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ จะมีวิธีที่ดีในการจัดการกับคนไร้ยางอายแบบนั้น
เธอยิ้มหวาน “ได้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น… เรื่องช่วยหมู่บ้านล่ะ?” ผู้ใหญ่บ้านย้ำเตือนเป็นพิเศษ
“พูดไปแล้ว หนูย่อมช่วยแน่นอน หนูสัญญาค่ะ” ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ แล้วรับปากให้เขามั่นใจ
หลังจากได้รับคำยืนยันแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกโล่งใจ และกล่าวขอบคุณหลายครั้ง
เขามีความสุขมากจนยิ้มกว้างแทบถึงหู ราวกับว่าได้เห็นการพัฒนาอย่างรวดเร็วของหมู่บ้านลู่เจีย เด็กทุกคนสามารถไปโรงเรียนได้ ผู้ชายแต่งงานกับภรรยาได้ และผู้หญิงสามารถแต่งงานเข้าครอบครัวที่ดีได้
“ผู้ใหญ่บ้าน อยากเข้าไปดื่มชาสักถ้วยไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่เชิญอย่างอบอุ่น
ผู้ใหญ่บ้านมองท้องฟ้า แล้วเห็นว่าเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว จึงปฏิเสธน้ำใจของเธอ แล้วเดินกลับไปหมู่บ้านลู่เจีย
ลู่ฉิวเยว่กลับเข้าบ้าน แล้วไปบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ เมื่อทั้งสองได้ยินเรื่องนี้ ก็เตรียมสิ่งของสำหรับไหว้บรรพบุรุษในวันพรุ่งนี้ทันที
ครอบครัวนั้นไร้ยางอายมาก ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนใจอีกเมื่อไหร่ จึงควรรีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ ดีกว่า จะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกันอีก
เดิมทีตั้งใจจะย่างหมูหันเพื่อนำไปไหว้บรรพบุรุษ แต่มีเวลาจำกัดมาก จึงต้องล้มเลิกแผนไป คุณแม่ลู่ตื่นแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น แล้วฆ่าไก่ตัวหนึ่ง
ต้องบอกว่าไก่ที่เลี้ยงในหมู่บ้านนั้นดีมาก ตัวอ้วนพี มีหนังสีทองสวยงาม น่ากิน
เมื่อน้าสะใภ้เห็น ก็นึกถึงไก่ตุ๋นมันฝรั่งที่ลู่ฉิวเยว่ทำเมื่อคืนนี้ จึงหิวมากจนต้องกลืนน้ำลาย
ครอบครัวช่วยกันถือข้าวของออกเดินทาง ตรงไปยังห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลลู่
วางไก่ไว้บนโต๊ะ พร้อมลูกอม คุกกี้ ผลไม้และผัก
ลู่ฉิวเยว่และฉินซืออยู่ที่มุมพับกระดาษเงินด้วยกัน พ่อแม่ตระกูลลู่ก็จุดธูปด้วยกัน คุณแม่ลู่พึมพำบางอย่างที่ได้ยินไม่ชัด ซึ่งทำให้ลู่ฉิวเยว่อยากรู้อยากเห็น จึงยื่นหูไปฟัง
น้ากับน้าสะใภ้ก็ออกไปจุดประทัดข้างนอก เสียงดัง “ปังปังปัง” แล้วธูปที่จุดถวายเครื่องเซ่นไหว้ ก็ไหม้ไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
มีคนในหมู่บ้านสังเกตเห็นนานแล้ว จึงมีกลุ่มคนอยู่ข้างนอกเพื่อมาร่วมสนุกด้วย หลายคนเข้ามาช่วยงานด้วย
มีเสียงหัวเราะอยู่พักหนึ่ง
ลู่ฉิวเยว่และฉินซือเผากระดาษเงิน และกำลังจะลุกขึ้น ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างนอก
“… แม่เฒ่าก็ไม่สนใจ ไม่มีความกตัญญู แต่ยังมีหน้ากล้ามาไหว้บรรพบุรุษ ไม่กลัวว่าวิญญาณบรรพบุรุษจะออกมาด่าเลย!”
“ป้าใหญ่ อย่าพูดแบบนี้…”
“อะไรกัน? ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?” ป้าใหญ่โกรธ เมื่อเห็นว่าคนที่ชอบนินทาคนอื่นกับเธอ วันนี้ไม่เห็นด้วยกับเธอ จึงตวาดเสียงดัง
“คุณป้าไร้ยางอายจริง ๆ เลยนะคะ ถึงพูดแบบนี้ออกมาได้” ลู่ฉิวเยว่เดินออกจากประตูด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “ตอนนี้แม่เฒ่าควรจะอยู่ในความดูแลของป้า ไม่ใช่เพราะพวกป้าไม่ได้ดูแลอย่างดี จนแม่เฒ่าป่วยหรอกเหรอคะ แล้วทำไมถึงโยนภาระมาให้พวกเราตอนนี้ล่ะคะ”
“แล้วก็” ลู่ฉิวเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาว ซึ่งดูน่ากลัวเล็กน้อย “ถ้าคุณปู่รู้ว่าพวกป้าทำกับเราแบบนี้ หลังจากที่ปู่เสียชีวิตไป ปู่ต้องออกมาหักคอป้าแน่นอนค่ะ…”
คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านต่างหวาดกลัวเรื่องผีสางเทวดา มีบางคนที่หวาดกลัวมาก รีบถอยห่างจากป้าลู่ทันที
ป้าลู่สะดุ้งตกใจ และรู้สึกว่าขนที่หลังคอลุกชันขึ้นมา หลังจากนึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เธอก็โกรธมาก “ลู่ฉิวเยว่ เธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ฉันจะทำอะไรไม่ดีกับพวกเธอได้ยังไง!”
“ช่วยลูกสาวตัวเองแย่งคู่หมั้นของฉัน และมาที่บ้านของฉันหลายครั้งเพื่อขอเงิน ครั้งสุดท้ายก็พยายามจะจับฉันไปให้เถาหลินเซินด้วย…” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มเยาะ พูดทีละคำ และในที่สุดก็หัวเราะเยาะ “อะไรนะคะ? ป้าลู่อยากจะคุกเข่าขอโทษคุณปู่เหรอคะ?”
ทุกคนในหมู่บ้านรู้ว่าครอบครัวของป้าลู่นั้นไร้ยางอาย แต่ไม่คาดคิดว่าจะใจร้ายได้ขนาดนี้ ถึงกับต้องการมอบลู่ฉิวเยว่ให้กับสามีลูกสาวของเธอ ทุกคนจึงมองเธอแปลก ๆ แล้วถอยหนีไปสองสามก้าว หวังว่าจะอยู่ให้ห่างจากเธอ
ป้าลู่ยิ่งโกรธมากขึ้น เมื่อเห็นพวกเขาทำเช่นนี้ เธอจ้องไปที่ลู่ฉิวเยว่อย่างดุร้าย และปฏิเสธที่จะยอมรับ “ลู่ฉิวเยว่ อ้าปากทีไร เธอก็เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระ ฉันไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้น!”
แม้ว่าบรรพบุรุษจะตายไปแล้ว แต่จะสามารถมาคิดบัญชีกับเธอได้จริงหรือ? ถ้ามีวิญญาณบรรพบุรุษจริง แล้วทำไมตอนนี้เธอยังไม่มีเงินเลย ทั้งที่ขอให้พวกเขาอวยพรให้เธอรวยทุกปี?
ในเวลานี้ ราวกับว่าบางสิ่งต้องการหักล้างคำพูดของเธอ ไม่รู้ว่าลมหนาวพัดมาจากไหน มันหนาวเย็นยะเยือกมาก ป้าลู่เหลือบมองโถงบรรพบุรุษที่ทรุดโทรม แล้วรู้สึกหนาวเหน็บ ก่อนจะกลืนน้ำลายแล้ววิ่งหนีไป
ลู่ฉิวเยว่มองแผ่นหลังของเธอ แล้วพ่นลมหายใจ
เธอไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา แต่ดูเหมือนป้าลู่จะยังเชื่ออยู่บ้าง ใช้วิธีนี้คนปกติคงไม่กลัว แต่คนที่คิดชั่วร้ายอยู่ในใจจะต้องรู้สึกผิด เห็นทีคืนนี้เธอคงนอนไม่หลับแน่
“ฉิวเยว่ เผากระดาษเงินเสร็จแล้วเหรอ?” เสียงของคุณแม่ลู่ดังมาจากห้องโถงบรรพบุรุษ
ลู่ฉิวเยว่รีบตอบ แล้วเดินเข้าไปข้างใน
หลังจากการไหว้บรรพบุรุษสิ้นสุดลง ลู่ฉิวเยว่ก็เดินตามพ่อแม่ไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
“ฉิวเยว่! เดี๋ยวก่อน!”
มีเสียงชายชราดังมาจากด้านหลัง ลู่ฉิวเยว่หันกลับไป แล้วเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน
เธอยิ้มอย่างสุภาพ “คุณลุง มีอะไรหรือเปล่าคะ? เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ใหญ่บ้านยิ้มและลูบเครา “ฉิวเยว่ เธอมาที่นี่วันนี้แล้ว ไปดูที่ดินสิ ว่าชอบผืนไหน”
เมื่อลู่ฉิวเยว่กำลังจะตอบตกลง เธอก็นึกถึงเรื่องที่ป้าลู่มาสร้างปัญหาเมื่อครู่นี้ ความคิดของเธอจึงเปลี่ยนไป แล้วถอนหายใจพร้อมส่ายหัว “ช่างเถอะค่ะ ครอบครัวนั้นวุ่นวายมาก เมื่อกี้ตอนที่หนูไหว้บรรพบุรุษ พวกเขาก็ยังมาสร้างปัญหาอีก แล้วถ้าต้องมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ จะวุ่นวายขนาดไหน? บ้านน้าของหนูก็ค่อนข้างดีแล้วล่ะค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาแล้ว แต่จู่ ๆ ลู่ฉิวเยว่ก็เปลี่ยนใจ จึงรีบหยุดเธออย่างรวดเร็ว “ฉิวเยว่ อย่าเลย ลุงจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้แน่นอน!”
ลู่ฉิวเยว่ฝืนยิ้มให้ “ไว้คุยกันทีหลังแล้วกันค่ะ”
จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอกกับพ่อแม่
เมื่อเห็นว่าครอบครัวของลู่ฉิวเยว่จากไปแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกโกรธมาก จนอยากจะตบครอบครัวของลุงลู่ที่ไร้ยางอาย
เป็นแค่คนไม่กี่คนที่ทำตัวไม่ดี แถมยังกล้าสร้างปัญหาในเวลานี้! เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งต้องโกรธพวกเขามาก!
“ตาแก่ เราควรทำอย่างไรกันดี?” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้ากังวล
ครอบครัวของลุงลู่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากลู่ฉิวเยว่มาก ควรทำอย่างไรดี?
ผู้ใหญ่บ้านหยิบยาสูบแห้งขึ้นมาหนึ่งมวน แล้วมองไปทางห้องโถงบรรพบุรุษที่อยู่ไกล ๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ลู่ฉิวเยว่พูดกับป้าลู่เมื่อครู่นี้ เขาก็หรี่ตาลงและคิดแผนขึ้นมาได้
“หากคนไม่สามารถจัดการพวกเขาได้ ก็ต้องให้อย่างอื่นมาจัดการแทนแล้วล่ะ!”