สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 332 ผลสอบออกมาแล้ว
บทที่ 332 ผลสอบออกมาแล้ว
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันเสร็จงานเมื่อไหร่ วันพรุ่งนี้ฉันจะไปดูเอง ว่าแต่ผลสอบของเธอออกมาเป็นไงบ้าง?”
“ก็พอใช้ได้” เฉิงเฉิงตอบกลับมาอย่างมีความสุข แต่แล้วเมื่อนึกถึงข่าวที่ได้ยินมาจากเพื่อน ๆ ในวันนี้จึงถอนหายใจออกมา “ฉันได้ข่าวมาว่ามีคนในโรงเรียนเราทำคะแนนได้สูงมาก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเป็นใคร บางทีอาจจะเป็นเธอก็ได้”
ลู่ฉิวเยว่ยิ่งหัวเราะหนักมากกว่าเดิม “ทำไมเธอถึงเชื่อมั่นในตัวฉันขนาดนั้น”
“ก็ต้องเชื่อมั่นสิ” เฉิงเฉิงตอบออกมาด้วยความมั่นใจ เธอจะไม่แปลกใจเลยถ้าลู่ฉิวเยว่จะเป็นคนที่ทำคะแนนได้สูงที่สุดจริง ๆ
พวกเธอพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันพอหอมปากหอมคอ เพียงพริบตาเดียว ฉินซือก็นำจานอาหารออกมาจากห้องครัว ได้เวลาทานอาหารค่ำแล้ว ลู่ฉิวเยว่รีบขอตัวลาจากเฉิงเฉิง ก่อนจะวางสายอย่างรวดเร็ว
“เธอโทรมาทำไม?” ฉินซือถามพร้อมกับตักปลาชุบแป้งทอดใส่จานข้าวให้เธอ
ลู่ฉิวเยว่ตอบกลับไปว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เฉิงเฉิงแค่โทรมาบอกว่าผลสอบออกแล้ว เดี๋ยววันพรุ่งนี้ฉันค่อยไปดูคะแนน”
ลู่ฉิวเยว่ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้เสร็จงานแล้วค่อยไปดูผลสอบ แต่เมื่อเธอได้ยินเฉิงเฉิงบอกว่ามีคนทำคะแนนได้สูงมาก หญิงสาวก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย
คุณครูในโรงเรียนล้วนเป็นคุณครูที่ดี บรรดาเด็กนักเรียนก็มีแรงจูงใจ สถานการณ์โดยรวมสมบูรณ์แบบ ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเป็นคนที่ทำคะแนนสูงสุดคนนั้นหรือไม่
“ให้ผมไปส่งไหม?” ฉินซือถามด้วยแววตาเป็นกังวล
ลู่ฉิวเยว่ส่ายศีรษะตอบกลับไป “ไม่เป็นไรค่ะ วันพรุ่งนี้คุณมีนัดไปตรวจโรงงานแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าเสียงานเพราะเรื่องเล็กน้อยของฉันเลยค่ะ”
หุ้นส่วนธุรกิจของเขาไม่ใช่คนธรรมดา เธอจะทำให้เขาผิดนัดได้อย่างไร ฉินซือไม่ได้พูดถึงเรื่องจะตามเธอไปดูผลสอบอีก แต่เขาแค่บอกเธอไม่ให้เคร่งเครียดกับมันมากเกินไป ดังนั้น หญิงสาวจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เช้าวันต่อมา ลู่ฉิวเยว่เดินทางออกจากบ้านไปที่โรงเรียน
ตอนนี้เป็นช่วงวันหยุด โรงเรียนจึงเงียบ มีเด็กนักเรียนมาดูผลสอบไม่มาก แต่ละคนล้วนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี บางคนก็กำลังยืนคุยกันอย่างออกรส
“นี่ ไม่รู้นะว่าคนที่ทำได้คะแนนสูงสุดเป็นใคร ฉันอยู่โรงเรียนนี้มาตั้งนาน แต่ยังไม่เคยเห็นเหล่าหลิวตื่นเต้นขนาดนั้นมาก่อน…”
เมื่อเดินผ่านเด็กนักเรียนสองคน ลู่ฉิวเยว่ก็ได้ยินพวกเขาพูดคุยกันเช่นนั้น เธอจึงยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้น คนที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุดจะเป็นใครกันนะ?
ลู่ฉิวเยว่เร่งฝีเท้าเดินตรงไปที่อาคารเรียน เธอกำลังจะเคาะประตูห้องพักของอาจารย์ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านในว่า
“คนที่ชื่อลู่ฉิวเยว่ทำคะแนนสอบได้เท่าไหร่?”
ลู่ฉิวเยว่เพิ่งจะได้ยินเสียงนี้มาเมื่อวาน เธอจึงไม่มีทางจำผิดเด็ดขาด เป็นเสียงของจิงหรง ลูกสาวของท่านนายกเทศมนตรี
ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้จะมาถามถึงผลสอบของเธอทำไม?
แต่ลู่ฉิวเยว่ก็ไม่ได้ลังเลเลยสักนิด เธอเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับพูดว่า “สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูมาขอทราบผลสอบค่ะ”
สีหน้าของเธอยังคงเป็นปกติ เหมือนไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ เธอถึงกับทำเหมือนจิงหรงเป็นเพียงอากาศ
คนที่คอยดูแลเรื่องผลคะแนนสอบประจำชั้นก็คืออาจารย์หลี่ ซึ่งเคยกล่าวหาว่าลู่ฉิวเยว่โกงข้อสอบก่อนหน้านี้ ตอนนี้เมื่อเธอเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือลู่ฉิวเยว่ อาจารย์หลี่จึงมีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที เธอรีบพลิกดูหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว
จิงหรงเสียหน้าในร้านกาแฟเมื่อวานนี้ เธอจึงเกลียดชังลู่ฉิวเยว่อยู่ในใจ ตอนนี้ลู่ฉิวเยว่ก็ยังทำเป็นเมินเฉยต่อเธออีก จิงหรงยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากไปกว่าเดิม เธอถึงกับหัวเราะเยาะออกไปว่า “ได้ข่าวว่าคุณลู่เป็นผู้หญิงชนบท ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน สงสัยคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยอย่างฉินซือคงแต่งงานกับเธอด้วยความสงสารสินะ”
“ก็คงใช่มั้งคะ แต่ถึงฉันจะมาจากชนบทยังไง ฉันก็ไม่เคยคิดแย่งผัวใครสักหน่อย คุณมีอะไรไม่พอใจหรือเปล่า?” ลู่ฉิวเยว่สวนกลับไปอย่างเผ็ดร้อน
ถ้อยคำเหล่านั้นกระแทกใจเข้าอย่างจัง จิงหรงยกมือชี้หน้าลู่ฉิวเยว่ คำรามด้วยความโกรธแค้นจากการถูกฉีกหน้าอีกครั้ง “เธอพูดอะไรของเธอ? ฉินซือไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย! เขาก็แค่ใช้เธอเป็นคนอุ่นเตียงเท่านั้นแหละ เธอคิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไง! อีกไม่นานเดี๋ยวเขาก็หย่ากับเธอแล้ว!”
ลู่ฉิวเยว่กลอกตา ก่อนจะตอบกลับไปด้วยความเผ็ดร้อนมากขึ้น “ให้ฉันอุ่นเตียงแล้วจะทำไมคะ? พวกเราแต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เหมือนคุณสักหน่อย อยากจะมาอุ่นเตียงให้ผัวฉันแทบตาย แต่ผัวฉันก็ไม่เคยชายตามอง เฮ้อ นี่เป็นความผิดของพวกเราจริง ๆ ฉินซือมีเสน่ห์มากเกินไป สุดท้ายก็มีคนอยากจะเป็นเมียน้อยของเขาจนได้!”
ในขณะนี้ จิงหรงพยายามขบคิดหาถ้อยคำที่จะตอบโต้ลู่ฉิวเยว่ แต่เธอก็พูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว
เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น ลู่ฉิวเยว่ก็ไม่สนใจจะพูดอะไรอีก เธอแค่ยื่นมือออกไปข้างหน้า ขอผลคะแนนสอบจากอาจารย์หลี่
แต่แผ่นคะแนนสอบยังมาไม่ถึงมือเธอ จิงหรงก็ฉกไปถือและเปิดแผ่นคะแนนออกดูอย่างรวดเร็ว
“ฉันจะบอกให้นะ คนโง่อย่างเธอไม่ควรเข้าสอบหรอก…” จิงหรงยิ้มมุมปาก แต่แล้วสีหน้าแววตาก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอได้เห็นสิ่งที่อยู่บนกระดาษ
ดวงตาเบิกโตด้วยความเหลือเชื่อ จิงหรงกรีดร้องออกมาว่า “เป็นไปได้ยังไง!”
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นสูง แย่งผลสอบมาถือในมือ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพอใจเมื่อเห็นว่าตนเองทำได้ 738 คะแนน “ก็ไม่เลวแฮะ”
อาจารย์หลี่ที่อยู่ด้านข้างดวงตาแทบถลน ไม่ทราบเลยว่าตัวเองสมควรดีใจหรือเสียใจมากกว่ากัน
หากลู่ฉิวเยว่เป็นนักเรียนธรรมดา เธอก็คงร่วมแสดงความยินดีด้วยแล้ว และเธออาจจะนำเรื่องนี้ไปคุยโม้ได้อีกหลายสิบปี แต่เมื่อนึกถึงความบาดหมางระหว่างตัวเองกับลู่ฉิวเยว่ อาจารย์หลี่ก็ไม่คิดดีใจอีก เธอปรารถนาให้ผลสอบผิดพลาด…
ลู่ฉิวเยว่ไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะดีใจหรือไม่ดีใจ แต่ตอนนี้เธอกำลังมีความสุข
จิงหรงยิ่งจ้องมองเธอด้วยความอาฆาตแค้นมากขึ้น ตอนแรก จิงหรงตั้งใจมาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยลู่ฉิวเยว่และสร้างปัญหา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะกลายเป็นคนที่ต้องโมโหเสียเอง และเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรออกไปต่อหน้าลู่ฉิวเยว่ จิงหรงก็ยิ่งอับอายและโกรธแค้นมากกว่าเดิม
ลู่ฉิวเยว่จะต้องตั้งใจกลั่นแกล้งเธออย่างแน่นอน ลู่ฉิวเยว่ทำคะแนนสอบได้ดีถึงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่โต้เถียงเลย ที่แท้ ลู่ฉิวเยว่ก็รอคอยที่จะได้หัวเราะเยาะเธอทีหลังนี่เอง!
จิงหรงกัดฟันกรอด ก่อนจะพูดออกมาว่า “ลู่ฉิวเยว่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
ลู่ฉิวเยว่กะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ทำไมคุณฝากฉันบ่อยจังเลย?”
จิงหรงโกรธจนพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว “นี่เธอ เธอ…”
เมื่อจ้องมองไปที่ความเกรี้ยวกราดของจิงหรง ลู่ฉิวเยว่ก็ได้แต่หันหน้ามองไปทางอื่นด้วยความเหนื่อยใจ รู้สึกไม่มีประโยชน์ที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคนแบบนี้
ลู่ฉิวเยว่เดินถือแผ่นคะแนนสอบออกมาจากห้องโดยไม่สนใจสีหน้าสับสนของอาจารย์หลี่
ในตอนเที่ยงเมื่อเธอกลับบ้าน ฉินซือก็กลับมาทานอาหารเที่ยงพอดี แต่เขามาถึงบ้านก่อนเธอ
“กลับมาแล้วเหรอ ผลสอบเป็นยังไงบ้าง?” เมื่อฉินซือเห็นว่าภรรยากลับมาแล้ว เขาก็ไม่สนใจน้ำซุปในหม้อต้มอีกต่อไป ชายหนุ่มโยนช้อนทิ้งไปและวิ่งมาหาเธอ
ลู่ฉิวเยว่มองหน้าเขาด้วยสายตาเคร่งเครียด
เธอถอนหายใจออกมา ท่าทางหมดหวัง