สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 331 มีเรื่องกับลูกสาวนายกเทศมนตรี
บทที่ 331 มีเรื่องกับลูกสาวนายกเทศมนตรี
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มรับซองด้วยความดีใจ “ด้วยความยินดีค่ะ”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ เธอจึงเปิดซองออกและหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมายัดใส่มือของเลขานุการเฉิน “ขอบคุณพี่เฉินมากนะคะที่ช่วยดูข้อมูลเรื่องการแพ้อาหารของแขกในงานให้เมื่อวันก่อน”
ก่อนหน้านี้ เลขานุการเฉินบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ เขารับเงินไปอย่างว่าง่าย ก่อนจะแอบถอนหายใจ เขาเคยสงสัยอยู่เช่นกันว่าเพราะเหตุใดลู่ฉิวเยว่ถึงได้ก้าวมาอยู่จุดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เมื่อเห็นนิสัยที่แท้จริงของเธอแล้ว เลขานุการเฉินก็รู้แล้วว่าเพราะเหตุใดทุกคนถึงชอบทำงานร่วมกับเธอ
“เดี๋ยวให้พนักงานคนอื่น ๆ เก็บกวาดก็แล้วกันครับ คุณลู่กลับไปพักผ่อนเถอะ” เลขานุการเฉินหันไปชำเลืองมองห้องครัวที่ยังไม่ได้รับการทำความสะอาด ก่อนจะหันมาพูดกับลู่ฉิวเยว่ด้วยน้ำเสียงจริงใจ
วันนี้ ลู่ฉิวเยว่รู้สึกเหนื่อยล้าจริง ๆ เธอพยักหน้า คว้ากระเป๋าสะพายและเดินกลับออกไปพร้อมเชฟที่เธอพามาด้วย
เมื่อเดินผ่านทางเดินวกวนออกมา ประตูทางออกก็อยู่ตรงหน้า ลู่ฉิวเยว่เดินตรงไปที่นั่นทันที
“เธอคือลู่ฉิวเยว่ใช่ไหม?” ปรากฏว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะมารอคอยลู่ฉิวเยว่ได้พักใหญ่แล้ว
ลู่ฉิวเยว่มองเห็นท่าทางอวดดีของหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ ก็ให้รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ?”
แต่ก่อนที่หญิงสาวแปลกหน้าจะตอบคำใด เลขานุการเฉินก็เป็นคนตอบแทนว่า “เธอคือลูกสาวของท่านนายกเทศมนตรีครับ”
ลู่ฉิวเยว่เคยได้ยินมาเช่นกันว่าท่านนายกเทศมนตรี มีลูกสาวชื่อจิงหรงและเธอก็เพิ่งจะกลับมาอยู่ประเทศจีนได้ไม่นาน
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ “ไม่ทราบว่าต้องการอะไรจากฉันคะ?”
จิงหรงเชิดหน้าขึ้น “ฉันอยากคุยกับเธอตามลำพัง”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้ลู่ฉิวเยว่รู้สึกแปลกใจมากไปกว่าเดิม เธอไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงต้องอยากจะพูดคุยกับเธอขนาดนั้น?
แต่อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายเป็นถึงลูกสาวของท่านนายกเทศมนตรี ลู่ฉิวเยว่จำเป็นต้องไว้หน้า เธอไม่สนใจความเหนื่อยล้า หันไปบอกกลุ่มเชฟที่เดินตามมาว่า “รถมาจอดรออยู่หน้าประตูแล้ว ทุกคนกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ขอบคุณที่ทำงานหนักนะคะ”
หลังจากนั้น ลู่ฉิวเยว่ก็หันมาพยักหน้ากับจิงหรง “พวกเราจะไปคุยกันที่ไหนดีคะ?”
จิงหรงไม่สนใจตอบคำถาม เดินนำออกไปข้างนอก
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นสูง เดินตามไปด้วยความประหลาดใจ
ท่านนายกเทศมนตรีดูเหมือนจะเป็นคนดี แต่ทำไมถึงมีลูกสาวหยาบคายขนาดนี้
แม้ว่าเธอจะไม่พอใจ แต่ลู่ฉิวเยว่ก็ยังเดินตามออกไป เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่
สถานที่ซึ่งจิงหรงใช้สำหรับการพูดคุยคือร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกล ลู่ฉิวเยว่หยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มและหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาเคร่งขรึม “ไม่ทราบว่าคุณจิงมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ?”
“เธอเป็นเมียของฉินซือใช่ไหม?” จิงหรงถามกลับมาโดยไม่ตอบคำถาม เธอเลือกใช้คำพูดที่รวบรัดและหยาบคาย ไม่มีความเกรงใจแม้แต่นิดเดียว
“ใช่ค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ
ในขณะนี้ เธอมั่นใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ก็คงจะเป็นหนึ่งในคนที่เคยแอบรักฉินซือนั่นเอง
“ตอนที่ฉินซือกับฉันเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้อยู่ใกล้เขามาก่อน ฉันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ” จิงหรงพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม จ้องมองลู่ฉิวเยว่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับต้องการจะสำรวจทุกซอกทุกมุม
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยังรักษามารยาท พูดกลับไปว่า “ที่แท้คุณก็เคยเป็นเพื่อนกับฉินซือนี่เอง แต่ฉันไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงคุณมาก่อนเลย เดี๋ยวกลับไปแล้วฉันจะลองถามเขาดูนะคะ”
นี่คือการโต้กลับไปอย่างผู้ดีว่าจิงหรงไม่ได้มีค่าอะไรเลยในสายตาสามีของเธอ เขาไม่เคยพูดถึงจิงหรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเช่นนี้ จิงหรงก็ชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างรวดเร็ว
“สงสัยเธอคงจะเข้าใจผิด” จิงหรงยิ้มเล็กน้อย ยกมือปัดปอยผมที่ตกลงมาปกหน้าผาก “ในตอนนั้น ทุกคนในมหาวิทยาลัยก็รู้ดีว่าฉันชอบเขา และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ บางทีคนที่ได้ยืนอยู่ข้างกายเขาในตอนนี้อาจจะเป็นฉันก็ได้”
คำพูดที่ไร้ยางอายเหล่านี้ทำให้ลู่ฉิวเยว่เกือบจะหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิด แววตาของเธอเย็นชาขึ้นมาอย่างกะทันหัน “คุณจิงอยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของเรา แล้วทำให้ตัวเองกลายเป็นเมียน้อยเหรอคะ?”
ลู่ฉิวเยว่พูดออกมาเสียงดัง ในร้านกาแฟที่เงียบสงบ ทุกคนล้วนได้ยินอย่างชัดเจน พวกเขาพากันหันหน้ามามองที่จิงหรงและเริ่มต้นซุบซิบนินทาด้วยความเหยียดหยาม
ในยุคสมัยนี้ ศีลธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้ใดที่คิดเป็นเมียน้อยคนอื่น ผู้นั้นก็จะถูกเหยียดหยามไปชั่วชีวิต
จิงหรงมีสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเธอเห็นว่าทุกคนมองตัวเองด้วยสายตาเช่นนั้น เธอกัดฟันกรอด ยกมือชี้หน้าลู่ฉิวเยว่ พูดออกมาว่า “ลู่ฉิวเยว่ เธอพูดออกมาแบบนั้นได้ยังไง? ฉันเป็นคนที่รู้จักฉินซือก่อน เธอต่างหากที่เป็นเมียน้อย! ฉันขอแนะนำให้เธอไปหย่ากับเขาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไม่เกรงใจแล้ว!”
ไม่ว่าจิงหรงจะพูดจาดุดันสักเท่าไหร่ แต่ลู่ฉิวเยว่ก็ยังเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลง เธอใช้ช้อนคนกาแฟในแก้วช้า ๆ “คุณจิงเข้าใจเรื่องกฎหมายบ้างไหมคะ ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉินซือ แต่คุณก็ยังยืนยันว่าฉันเป็นเมียน้อยเนี่ยนะ ใบจดทะเบียนสมรสไม่มีค่าในสายตาของคุณเลยหรือไง?”
“นั่นสิ ฉันไม่เคยเห็นเมียน้อยที่ไหนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน!”
“ไร้ยางอายที่สุด!”
บรรดาผู้หญิงที่อยู่ในร้านกาแฟทนพฤติกรรมของจิงหรงไม่ไหวอีกต่อไป พวกเธอถึงกับลุกขึ้นยืนช่วยพูดแทนลู่ฉิวเยว่
ในฐานะลูกสาวของนายกเทศมนตรี จิงหรงได้รับการเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่เคยถูกใครดุด่าเช่นนี้มาก่อน จิงหรงจึงรู้สึกโกรธแค้นและอับอายในเวลาเดียวกัน เธอตบโต๊ะและยกมือชี้หน้าลู่ฉิวเยว่ “ลู่ฉิวเยว่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
ลู่ฉิวเยว่จ้องมองกลับไปด้วยสายตาเย็นชา สิ่งที่เธอพูดยิ่งทำให้อีกฝ่ายโกรธแค้นมากขึ้น “ก็ได้ค่ะ ฉันจะรอดูก็แล้วกันว่าคุณจิงจะแย่งสามีของฉันไปได้ยังไง”
จิงหรงตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น จ้องมองด้วยแววตาดุร้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปในที่สุด
เมื่อเธอเดินออกไปแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็พูดกับลู่ฉิวเยว่ด้วยความสงสารว่า “คงเหนื่อยใจหน่อยนะ ต้องมาเจอกับผู้หญิงหน้าด้านแบบนี้”
“ขอบคุณที่ช่วยพูดแทนฉันนะคะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าสะพาย จ่ายเงินค่ากาแฟและเดินออกจากร้าน
เมื่อเธอกลับถึงบ้าน หญิงสาวก็ได้กลิ่นอาหารลอยอยู่ในอากาศตั้งแต่เปิดประตู อารมณ์ขุ่นมัวของลู่ฉิวเยว่เบาบางลงไปทันที เธอจ้องมองไปที่ฉินซือซึ่งกำลังคาดผ้ากันเปื้อนทำอาหารอยู่ในห้องครัว หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น
“กลับมาแล้วเหรอ เหลืออีกแค่จานเดียวเท่านั้น คุณไปล้างมือเตรียมตัวกินข้าวกันเถอะ” ฉินซือได้ยินเสียงดังขึ้นทางด้านหลัง ก็รู้ดีว่าภรรยากลับมาแล้ว จึงหันมาส่งยิ้มให้
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มตอบกลับไป
ฉินซือนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน “เมื่อกี้เฉิงเฉิงเพิ่งโทรมาหาคุณน่ะ บอกว่าถ้าคุณมีเวลาให้โทรกลับไปด้วย”
เฉิงเฉิง? พวกเธอไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ไม่ทราบเลยว่าเฉิงเฉิงต้องการอะไรจากเธอ
ลู่ฉิวเยว่กะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าเขายังทำอาหารจานสุดท้ายไม่เสร็จ เธอก็เดินไปที่โทรศัพท์ในห้องนั่งเล่น
“ลู่ฉิวเยว่?”
ลู่ฉิวเยว่เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ เฉิงเฉิงก็จำเสียงของเธอได้ทันที
“ว่ามา เธอโทรมามีอะไรหรือเปล่า?” ลู่ฉิวเยว่นั่งลงบนโซฟาและหันมองไปที่ห้องครัว
“ผลสอบออกแล้ว เธอรู้หรือยัง?” เฉิงเฉิงถามด้วยเสียงตื่นเต้น
ลู่ฉิวเยว่เบิกตาโต “อ้อ พอดีช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ ก็เลยไม่ทันได้สนใจน่ะ”
เฉิงเฉิงรู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย “ลู่ฉิวเยว่ ทำไมเธอไม่สนใจผลการเรียนของตัวเองบ้าง? เธอสามารถไปดูผลสอบที่โรงเรียนได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วนะ”