สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 330 เสร็จสิ้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 330 เสร็จสิ้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียว วันพรุ่งนี้ก็ถึงกำหนดสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งครอบครัวจึงมาตั้งโต๊ะอาหารค่ำเพื่อเลี้ยงอวยพรให้แก่ลู่ฉิวเยว่
“ฉิวเยว่ วันพรุ่งนี้ลูกจะไปสอบกี่โมงเหรอ? ให้พวกแม่ไปส่งดีไหม” คุณแม่ลู่มองลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“นั่นสิ แม่ของเธอกับป้าซื้อดอกไม้มงคลมารออวยพรเธอแล้วนะ” ป้าสะใภ้ก็เห็นด้วยเช่นกัน
พ่อของเธอก็บอกว่าอยากจะไปส่งลู่ฉิวเยว่เข้าสอบด้วยอีกคน
ลู่ฉิวเยว่ยกมือเกาศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ “ก็แค่การสอบเองค่ะ ไม่เห็นต้องไปกันมากมายขนาดนี้เลย ให้ฉินซือไปเป็นเพื่อนคนเดียวก็พอแล้ว”
“ใช่แล้วครับ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ผมจะดูแลเธอเอง พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วง” ฉินซือจับมือของลู่ฉิวเยว่แน่น
“แต่แม่ได้ยินมาว่าพ่อแม่คนอื่น ๆ เขาไปส่งลูกกันนี่นา…” คุณแม่ลู่ขมวดคิ้วด้วยความลังเลใจ เธอมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าลูก ๆ คนอื่นเป็นเด็กปกติ ส่วนลูกของตัวเองนั้นเป็นเด็กประหลาด
ลู่ฉิวเยว่เอื้อมมือไปสัมผัสมือให้กำลังใจมารดา “แม่คะ หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ ไม่ต้องไปส่งหนูหรอก ยิ่งไปส่งกันเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้หนูกดดันมากเท่านั้น”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกลำบากใจ เธอไม่อยากนึกภาพจริง ๆ ว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าครอบครัวของเธอยกโขยงกันไปรออยู่หน้าโรงเรียนกันหมดทั้งบ้าน นั่นคงทำให้เธอถูกเพื่อนล้อตายเลย
“ก็ได้ งั้นลูกสอบเสร็จเมื่อไหร่ ก็กลับมาหาพวกเราแล้วกัน” คุณแม่ลู่ไม่ได้คัดค้านอีกแล้ว เพราะถึงอย่างไร คนที่จะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดก็คือคนที่จะเข้าสอบวันพรุ่งนี้นั่นเอง
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ยกมือตบหน้าอก รับปากว่าเธอจะตั้งใจสอบเป็นอย่างดี
ทุกคนหัวเราะออกมาด้วยความร่าเริง พวกเขาต่างก็รอคอยที่จะได้ฟังข่าวดีจากเธอ
เช้าวันต่อมา ลู่ฉิวเยว่ก็ไปถึงสถานที่สอบตรงเวลาด้วยรถยนต์ของฉินซือ
เธอกำลังจะลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าสะพาย ฉินซือก็คว้าแขนเธอไว้อย่างกะทันหัน
“มีอะไรคะ?” ลู่ฉิวเยว่หันกลับมาถามด้วยความมึนงง
ฉินซือจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “ก็แค่การสอบง่าย ๆ ไม่ต้องกดดันนะ ถ้ายึดตามผลการเรียนที่ผ่านมาของคุณ ผมมั่นใจว่าคุณต้องสอบผ่านอยู่แล้วครับ”
ลู่ฉิวเยว่หลุดหัวเราะออกมาและอดหยอกเย้าเขาไม่ได้ “ฉันไม่ใช่คนกดดันหรอกค่ะ แต่คุณนั่นแหละดูกดดันมากเกินไปแล้ว ทำไมกัน หรือว่าวันนี้คุณก็มีสอบด้วย?”
สำหรับคนที่ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากดดันอีกแล้ว
“เปล่าซะหน่อย” ฉินซือยิ้มกว้างและไม่รบกวนเวลาของเธออีก “ผมจะรอคุณอยู่ตรงนี้นะ”
ลู่ฉิวเยว่โบกมือให้เขา “รู้แล้วค่ะ” เธอหมุนตัวไปเปิดประตูลงจากรถและเดินเข้าห้องสอบไปอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในห้องสอบค่อนข้างตึงเครียด ลู่ฉิวเยว่ถึงกับงุงงงเล็กน้อย เธอลืมไปแล้วว่าบรรยากาศตอนที่ตัวเองสอบเข้ามหาวิทยาลัยในชาติที่แล้ว มีความตึงเครียดถึงขนาดนี้หรือไม่
ตอนนั้นเธอรู้สึกยังไงกันนะ
อาจจะเป็นกังวล? ตื่นเต้น? แต่ที่แน่ ๆ คือไม่ได้ใจเย็นแบบนี้
กระดาษข้อสอบถูกนำมาส่งมอบ ลู่ฉิวเยว่ชำเลืองดูคำถามและเข้าใจอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น เธอหยิบปากกามาเริ่มต้นเขียนคำตอบ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ลู่ฉิวเยว่ก็ทำข้อสอบเสร็จหมดทุกข้อ
การที่เธอทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วตกอยู่ภายใต้ความสนใจของผู้คุมสอบ แต่เมื่อเห็นว่าลู่ฉิวเยว่ไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากเขียนคำตอบอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นั่นเป็นเพราะว่าคำถามในข้อสอบเป็นคำถามมาตรฐาน ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับลู่ฉิวเยว่ที่จะรู้คำตอบ ดังนั้น เมื่อเธอทำข้อสอบเสร็จแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็ตรวจสอบดูอีกสองรอบ รอจนกระทั่งอีก 5 นาทีจะหมดเวลาสอบ เธอถึงได้นำข้อสอบไปส่งมอบให้กับอาจารย์
“ทำไมออกมาเร็วจังครับ?” ฉินซือรีบเดินเข้าไปหาทันทีที่เห็นเธอ หน้าตาของเขาดูเป็นกังวลมาก
ลู่ฉิวเยว่เปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งในห้องโดยสารอย่างไม่สนใจ “ฉันออกมาเร็วก่อนคนอื่นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ฉันไม่อยากเบียดเสียดออกมาน่ะ พวกเรากลับไปหาอะไรกินที่บ้านกันเถอะ”
หลังจากงีบหลับในช่วงบ่าย ฉินซือก็ออกไปซื้อน้ำชาบรรจุขวดมาเตรียมไว้ให้เพราะกลัวว่าเธอจะคอแห้ง
ตอนนี้เป็นช่วงเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงที่อากาศร้อนมากที่สุดของปี แม้แต่สุนัขที่บ้านก็ยังนอนลิ้นห้อยอยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่ยอมออกไปวิ่งเล่นข้างนอกอีกแล้ว
ในเวลาเดียวกันนี้ ที่บ้านพ่อแม่ของลู่ฉิวเยว่ คุณแม่ลู่ได้รับทราบจากเพื่อนบ้านว่าเคยมีคนเป็นลมระหว่างทำข้อสอบด้วย แม่ของเธอจึงเดินกลับไปกลับมาด้วยความเป็นกังวล “อากาศร้อนแบบนี้ พัดลมในห้องสอบจะเย็นสบายหรือเปล่านะ ฉิวเยว่คงไม่ได้เป็นลมเพราะว่าร้อนมากเกินไปใช่ไหม?”
“ไม่หรอก ฉิวเยว่ร่างกายแข็งแรงดีจะตาย” คุณพ่อลู่พูดด้วยความเสียดายและโมโหในเวลาเดียวกัน “ถ้าฉันรู้ว่าอากาศจะร้อนแบบนี้ ฉันเตรียมลูกท้อเชื่อมใส่น้ำแข็งเอาไว้ให้ลูกก็ดีหรอก…”
แต่เสียใจหรือเสียดายตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว พวกท่านทำได้เพียงรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านเท่านั้น
โชคดีที่ลู่ฉิวเยว่ไม่ได้เป็นลมในห้องสอบ
“กลับมาแล้วค่า ขอบคุณที่อุตส่าห์รอกันนะคะ” ลู่ฉิวเยว่เพิ่งจะลงมาจากรถยนต์ของฉินซือ เธอก็เห็นมารดาวิ่งเข้ามาหา คนอื่น ๆ ติดตามอยู่ทางด้านหลัง แต่ไม่มีใครถามถึงเรื่องผลสอบเลย…
“ถ้าทำข้อสอบเสร็จเรียบร้อยก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ลูกเรียนดีถึงขนาดนั้น ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรอีกแล้ว สองสามวันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะลูก” คุณแม่ลู่จับมือลู่ฉิวเยว่ด้วยความห่วงใย
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะตอบกลับไปว่า “ได้เลยค่ะ”
ฉินซือจอดรถเรียบร้อยก็เดินมาหา “ผมจองโต๊ะในร้านอาหารไว้แล้ว เย็นนี้พวกเราไปเลี้ยงฉลองกันเถอะครับ”
ชายหนุ่มจ้องมองไปที่ลู่ฉิวเยว่ ยิ้มอย่างถามความคิดเห็น
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าอย่างมีความสุข แล้วทุกคนก็เดินไปขึ้นรถยนต์ เพื่อเดินทางไปทานอาหารด้วยกัน
เมื่อการสอบเสร็จสิ้น ลู่ฉิวเยว่ก็ใช้เวลาอีกหลายวันหลังจากนั้นพักผ่อน เธอจำเป็นต้องรวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ เธอไม่อยากจะเป็นกังวลเรื่องผลการเรียนและรอคอยผลการสอบด้วยจิตใจที่สงบดีกว่า
เมื่อเห็นโครงการทำร้านอาหารร้านใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ลู่ฉิวเยว่ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
ร้านอาหารใหม่ของเธอนอกจากจะถูกสร้างอยู่ในทำเลทองมีคนผ่านเป็นจำนวนมากในแต่ละวันแล้ว มันยังมีขนาดใหญ่กว่าร้านเดิมถึง 3 เท่า ลู่ฉิวเยว่ไม่อยากจะนึกเลยว่าร้านอาหารแห่งนี้จะโด่งดังขนาดไหน
“คุณลู่ครับ”
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง ลู่ฉิวเยว่หันกลับไปมองและพบว่าเป็นเลขานุการประจำตัวของท่านนายกเทศมนตรีอีกครั้ง เธอยิ้มแล้วทักทายด้วยความคุ้นเคย “พี่เฉินมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย”
ท่านนายกเทศมนตรีพึงพอใจกับการจัดงานเลี้ยงของเธอครั้งที่แล้วมาก ในภายหลัง เขาเชิญเธอไปช่วยจัดงานเลี้ยงอีกหลายครั้ง และทุกครั้งเลขานุการคนนี้ก็จะเป็นคนมาติดต่อเธอเอง ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงไม่ต่างจากมิตรสหายที่แท้จริง
“แหม อีกไม่นานคุณก็คงเปิดร้านอาหารได้แล้วสินะครับ” เลขานุการเฉินชื่นชมกับภาพตรงหน้า
“ถ้าร้านเปิดเมื่อไหร่ เรียนเชิญพี่เฉินมาอุดหนุนด้วยนะคะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“ได้เลยครับ” เลขานุการเฉินรับปาก สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องงานในที่สุด “วันมะรืนนี้ท่านนายกเทศมนตรี จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนใหญ่ ท่านสั่งให้ผมมาถามคุณว่าพอจะมีเวลาไปช่วยจัดไหมครับ?”
ลู่ฉิวเยว่รับปากโดยไม่ต้องคิดมาก “มีเวลาอยู่แล้วค่ะ ทางคุณช่วยตรวจสอบข้อมูลให้หน่อยก็แล้วกันค่ะว่าแขกที่มาร่วมงานมีใครแพ้อาหารอะไรบ้างหรือเปล่า แล้วก็ส่งรายชื่อทั้งหมดมาให้ร้านอาหารของฉันนะคะ ฉันจะได้เตรียมตัวให้พร้อมไว้”
ท่านนายกเทศมนตรีอุตส่าห์เชิญเธอไปช่วยจัดงานเลี้ยง แล้วประชาชนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะมีสิทธิ์ปฏิเสธได้อย่างไร?
เลขานุการเฉินคาดเดาผลลัพธ์ได้อยู่แล้ว เขารับคำด้วยรอยยิ้ม หลังจากพูดคุยกันอยู่อีกเล็กน้อย ชายหนุ่มก็หมุนตัวขึ้นรถเดินทางไปยังบ้านพักของท่านนายกเทศมนตรี
ในไม่ช้า วันจัดงานเลี้ยงของท่านนายกเทศมนตรีก็มาถึง ลู่ฉิวเยว่นำเชฟฝีมือดีติดตัวไปด้วยหลายคน เธอและลูกน้องไปถึงบ้านพักของท่านนายกเทศมนตรี เพื่อเริ่มจัดเตรียมงานเลี้ยงตั้งแต่เช้าตรู่
เธอเคยจัดมาแล้วหลายครั้ง จึงมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“คุณลู่ครับ งานเลี้ยงจบลงแล้ว นี่คือค่าจ้างของคุณ ขอบคุณสำหรับการทำงานหนัก” ลู่ฉิวเยว่เพิ่งจะนั่งพักได้ไม่กี่นาที เธอก็เห็นเลขานุการเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับซองในมือ