สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 328 กลับสู่ประเทศจีน
บทที่ 328 กลับสู่ประเทศจีน
“มิสเตอร์โบเยอร์ ฉันขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่ลังเลเล็กน้อย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธออยากจะเป็นลูกศิษย์ของมิสเตอร์โบเยอร์ แต่การเป็นลูกศิษย์ของมิสเตอร์โบเยอร์หมายความว่าเธอต้องอยู่ที่ฝรั่งเศสต่อไปเพื่อรับการถ่ายทอดฝีมือการทำอาหารจากเขา ลู่ฉิวเยว่คงไม่สามารถกลับไปเมืองจีนในเร็ว ๆ นี้ได้ ซึ่งเธอก็ไม่ทราบเลยว่าฉินซือจะเห็นด้วยหรือไม่
“ตามสบาย คุณค่อย ๆ คิดดูก็ได้” ชายชรายิ้ม หวังว่าเธอจะตอบตกลง แต่เขาก็ไม่ได้บังคับลู่ฉิวเยว่ เพราะการที่ใครสักคนจะเป็นลูกศิษย์ของเขานั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มขอบคุณ
เมื่อเธอหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง หญิงสาวก็พบว่าพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว อีกไม่นานก็จะเป็นเวลามืดค่ำ ลู่ฉิวเยว่รีบลุกขึ้นยืนแล้วบอกลา “วันนี้ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้คุยกับคุณ มิสเตอร์โบเยอร์ ไว้มีโอกาสเรามาคุยกันใหม่นะคะ ขอบคุณที่ต้อนรับฉันในวันนี้ค่ะ”
มิสเตอร์โบเยอร์หัวเราะและพูดว่าเขาเองก็มีความสุขเช่นกัน ชายชราหันกลับไปตบไหล่มิสเตอร์เต๋อ “สาวน้อยคนนี้ไม่เคยมาฝรั่งเศส ย่อมไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง นายช่วยไปส่งเธอหน่อยก็แล้วกันนะ”
มิสเตอร์เต๋อรับคำโดยไม่ลังเล “ฉันต้องไปส่งเธออยู่แล้ว”
หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ประตูพร้อมกับลู่ฉิวเยว่
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยพาฉันมาในวันนี้” ลู่ฉิวเยว่พูดประโยคนี้ออกมาตอนที่กลับมาถึงหน้าโรงแรมแล้ว เธอยิ้มขอบคุณมิสเตอร์เต๋อด้วยความจริงใจ
มิสเตอร์เต๋อโบกมือบอกว่าไม่เป็นไร “ความโด่งดังของคุณลู่ทำให้โรงแรมของเรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ผมดีใจที่สามารถช่วยเหลือคุณลู่ได้ครับ”
เขาช่วยเปิดประตูให้เธอ
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะและกล่าวลาเขา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงแรมพร้อมด้วยกระเป๋าสะพาย
หลังจากกลับเข้าสู่ห้องพักเรียบร้อย ลู่ฉิวเยว่ก็พบฉินซือกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านใน เมื่อเขาได้ยินเสียงเปิดประตู ชายหนุ่มก็วางหนังสือลงและเดินเข้ามาหาเธอ “คุณกินอะไรมาแล้วหรือยังครับ?”
ลู่ฉิวเยว่สั่นศีรษะตอบกลับไปว่า “ยังเลยค่ะ ฉันว่าจะกลับมากินกับคุณนี่แหละ”
“งั้นก็ดีเลยครับ ผมสั่งอาหารมาไว้แล้ว” ฉินซือยิ้มกว้างก่อนจะหอมแก้มเธอและชี้ไปที่โต๊ะอาหารในห้องพัก
อาหารที่อยู่บนโต๊ะล้วนแต่เป็นของโปรดของลู่ฉิวเยว่ เธอพอใจมาก รีบเข้าไปล้างมือในห้องน้ำและออกมาทานอาหารกับสามี
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ลู่ฉิวเยว่ก็วางช้อนส้อมในมือลงและมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง “วันนี้มิสเตอร์เต๋อพาฉันไปพบกับเชฟคนหนึ่งมาค่ะ เชฟคนนั้นอยากจะให้ฉันเป็นลูกศิษย์ของเขา คุณมีความคิดเห็นว่ายังไงบ้าง?”
นั่นหมายความว่าเธอต้องอยู่ฝรั่งเศสอีกนานเลยไม่ใช่เหรอ?
ฉินซือรู้สึกไม่ชอบใจเลย
ตอนแรก เขาวางแผนว่าจะมาอยู่ฝรั่งเศสแค่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวันมากแล้ว เขาจะทำยังไงกับธุรกิจของตัวเองในประเทศจีน?
แต่เมื่อเห็นสายตาประหม่าและคาดหวังของภรรยา ฉินซือก็ต้องถอนหายใจและตอบรับกลับไปอย่างเห็นด้วย “ตราบใดที่คุณต้องการ ผมจะสนับสนุนคุณครับ”
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกมีความสุขมาก จนหอมแก้มเขาอย่างแรง
ในทันใดนั้น ฉินซือรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที เขารู้สึกหอมหวานเหมือนตกลงไปอยู่ในโถน้ำผึ้ง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เรื่องราวธุรกิจทั้งหมดถูกลืมไปเพราะเธอ
วันต่อมา ลู่ฉิวเยว่นำของขวัญไปส่งมอบให้แก่มิสเตอร์โบเยอร์ เพื่อยืนยันว่าเธอต้องการเป็นลูกศิษย์ของเขา หลังจากนั้น เธอก็เริ่มต้นเรียนรู้การทำอาหารในต่างประเทศ
ชายชราพอใจมากกับความฉลาดเฉลียวของลูกศิษย์คนนี้ เขาได้ทดสอบความรู้เกี่ยวกับการทำอาหารของเธอในทุก ๆ วัน และปรารถนาที่จะสอนเธอไปตลอดชีวิต
ยิ่งลู่ฉิวเยว่ได้เรียนรู้มากเท่าไหร่ ฝีมือของเธอก็ยิ่งพัฒนาขึ้นเท่านั้น หญิงสาวถึงกับลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ายังมีฉินซือกับหวังเซวียนเซวียนรอคอยอยู่ที่ห้องพัก
เมื่อเธอกลับไปถึงโรงแรมในตอนค่ำ หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในห้องพักและเห็นว่ายังมีแสงไฟเปิดอยู่ เธอก็หยุดชะงักเล็กน้อย
“คุณบอกว่าซื้อตั๋วกลับไว้วันนี้ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมถึงยังอยู่ที่นี่อีก? เดี๋ยวก็ไปไม่ทันขึ้นเรือเอาหรอก” ลู่ฉิวเยว่เดินเข้าไปกอดเอวของฉินซือ
ฉินซือกอดเธอและยกมือลูบเส้นผมสีดำยาวสลวยของภรรยา “ผมจะอยู่กับคุณที่นี่ เมื่อคุณเรียนทำอาหารเสร็จแล้ว เราค่อยกลับไปพร้อมกันครับ”
“ทำไมล่ะ แล้วธุรกิจของคุณในประเทศจีนจะทำยังไง?” ลู่ฉิวเยว่เงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของเขา แววตาวิตกกังวล
เธอรู้สึกผิดมาก นี่เธอกำลังเป็นตัวถ่วงในการทำธุรกิจของเขาหรือเปล่า?
ฉินซือหัวเราะ “เดี๋ยวเลขาหวังจะช่วยดูแลแทนผมเอง เขาอยู่กับผมมาหลายปีแล้ว ถือว่ามีความสามารถอยู่ไม่น้อย”
อีกอย่าง ธุรกิจของเขาไม่สำคัญเท่ากับเธอ ยิ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายก่อนหน้านี้ ฉินซือก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วเขาจะไม่อยู่เคียงข้างเธอได้ยังไง?
เมื่อเห็นว่าลู่ฉิวเยว่ยังคงมีความรู้สึกผิดอยู่บนใบหน้า ฉินซือก็หยิกแก้มเธอเบา ๆ และปลอบโยนว่า “ความจริง ผมไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะคุณทั้งหมดเสียทีเดียวหรอกนะ เครื่องใช้ไฟฟ้าในฝรั่งเศสน่าสนใจมาก ผมวางแผนว่าจะพาหวังเซวียนเซวียนออกไปสำรวจดูตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วกลับมาวิเคราะห์กันสักหน่อย บางทีอาจจะพบเจอโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มเติมก็ได้ แล้วผมจะได้ดูด้วยว่าหวังเซวียนเซวียนมีความรู้อยู่ในระดับไหนแล้ว”
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมา ลู่ฉิวเยว่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าไม่ได้มีความรู้สึกผิดอีกแล้ว
แต่หญิงสาวกำชับตัวเองอยู่ในใจ
เธอต้องรีบเรียนทำอาหารให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ฝรั่งเศสนานเกินไป
ด้วยเหตุนี้เอง ลู่ฉิวเยว่จึงทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการเรียนทำอาหาร ในขณะที่ฉินซือกับหวังเซวียนเซวียนออกไปสำรวจดูตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในตัวเมือง บางครั้ง พวกเขาก็จะได้รับเชิญจากเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ไปเยี่ยมชมโรงงานด้วยเช่นกัน
หลังจาก 3 เดือนแห่งการเรียนทำอาหาร ในที่สุด ลู่ฉิวเยว่ก็ได้รับการยืนยันจากมิสเตอร์โบเยอร์ว่าเธอเรียนจบหลักสูตรของเขาแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ทั้งสามคนจึงโดยสารเรือกลับประเทศจีน
เมื่อเห็นท่าเรืออยู่อีกไม่ไกล ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่ได้พบเจอพ่อแม่มานานเกือบ 4 เดือน ตอนนี้หญิงสาวจึงคิดถึงพวกท่านเป็นอย่างยิ่ง
ฉินซือลูบศีรษะของเธอ ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน หยอกเย้าเธอเหมือนเป็นเด็ก “เดี๋ยวก็ได้เจอพ่อแม่แล้ว ไม่ต้องร้องไห้นะ ไม่งั้นแม่คุณจะคิดว่าผมรังแกคุณเอาได้”
ลู่ฉิวเยว่น้ำตาคลอ ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกแล้ว
เรือโดยสารค่อย ๆ แล่นเข้าเทียบท่า ในที่สุด ลู่ฉิวเยว่ก็พบเห็นพ่อแม่ของเธอยืนรออยู่ห่างออกไปไม่ไกล เธอรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“กลับมาแล้วเหรอ” คุณแม่ลู่ดวงตาแดงก่ำเมื่อมองเห็นลูกสาว ซึ่งไม่ได้พบเจอกันนานหลายเดือน
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอเป็นห่วงลูกสาวเสมอว่าจะกินไม่อิ่ม ใส่เสื้อผ้าไม่อบอุ่น กลัวลูกสาวจะถูกคนต่างชาติรังแก ดังนั้น เมื่อได้ข่าวว่าลูกสาวจะกลับเมืองจีนมาในวันนี้ คุณแม่ลู่จึงมารออยู่ที่ท่าเรือตั้งแต่เช้า
ตอนนี้ เมื่อลูกสาวกลับมาแล้ว คนเป็นแม่จึงรู้สึกโล่งใจ
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะ อยู่บนเรือนานขนาดนั้นคงไม่ได้กินอาหารดี ๆ กันเลยสินะ พวกเรากลับบ้านไปพักผ่อน แล้วค่อยออกไปหาอะไรกินกัน” คุณพ่อลู่ถือไม้เท้าจ้องมองลูกสาว ดวงตาของเขาแดงก่ำอย่างหาได้ยาก ก่อนที่เขาจะเดินนำทุกคนออกไปสู่ด้านนอก
เลขาหวังได้เตรียมรถมารอรับอยู่ที่หน้าท่าเรือแล้ว เมื่อคนขับรถพบทุกคน ก็รีบวิ่งมาเปิดประตูให้ด้วยความตื่นเต้น
ลู่ฉิวเยว่กับฉินซือไม่ได้กลับบ้านของตัวเองโดยทันที แต่พวกเขาตรงไปที่บ้านพ่อแม่ของเธอก่อน
หลังจากที่ลู่ฉิวเยว่อาบน้ำและนั่งพักอยู่บนโซฟา เธอก็เห็นคุณป้าพับแขนเสื้อขึ้น กำลังจะเดินเข้าไปในห้องครัว แม่ของเธอก็เข้าไปในห้องครัวเช่นกัน เห็นได้ชัดว่ากำลังจะเข้าไปทำอาหาร ลู่ฉิวเยว่จึงรีบลุกขึ้นยืนอย่างเร็วไว “คุณป้าขา เดี๋ยวหนูทำเอง”
“ไม่ต้องหรอก หนูกลับไปนั่งพักเถอะ” คุณป้าโบกมือตอบกลับมา