สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 326 ราชินีไร้มงกุฎ
บทที่ 326 ราชินีไร้มงกุฎ
“ได้เลยครับ” หวังเซวียนเซวียนรีบลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
10 นาทีต่อมา พวกเขาก็เดินลงบันไดไปพร้อมกัน และเมื่อเดินพ้นจากประตูโรงแรมไปแล้ว กลุ่มนักข่าวก็เข้ามาห้อมล้อมลู่ฉิวเยว่เพราะอยากจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน
ลู่ฉิวเยว่กลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนเพราะเปิดโปงความชั่วร้ายของแช้ด หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับต่างก็พยายามขอสัมภาษณ์เธอ ความโด่งดังของหญิงสาวไม่มีที่สิ้นสุด สวนทางกับแช้ดที่ถูกผู้คนสาปแช่งทั่วแผ่นดิน
โชคดีที่ฉินซือจ้างบอดี้การ์ดไว้เรียบร้อยแล้ว นักข่าวเหล่านั้นจึงถูกขับไล่ออกไป ไม่งั้นแล้วพวกเขาคงหนีไม่พ้นจริง ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่พวกเขาเดินไปที่รถยนต์ ผู้ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“สวัสดีครับคุณลู่ ผมเป็นผู้จัดการโรงแรมอลิซ โฮเต็ล ไม่ทราบว่าคุณลู่สนใจจะร่วมธุรกิจกับเราไหมครับ…” เขารีบแนะนำโรงแรมของตนเองอย่างรวดเร็วและพูดย้ำคำเดิมว่าเขายินดีมอบข้อเสนออย่างงามให้แก่เธอ
หากเป็นในอดีต ลู่ฉิวเยว่ก็คงจะดีใจที่ได้รับคำเชิญให้ร่วมธุรกิจกับโรงแรมยักษ์ใหญ่เช่นนี้ เธอคงรีบกลับไปเตรียมอาหารเลี้ยงฉลองความสำเร็จกับพ่อแม่ แต่ตอนนี้ เธอไม่ใช่ลู่ฉิวเยว่คนเดิมอีกแล้ว
นับตั้งแต่ที่จบการแข่งขัน มูลค่าในตัวของลู่ฉิวเยว่ก็พุ่งสูงมากขึ้น เพียงไม่กี่วัน ก็มีร้านอาหารและโรงแรมใหญ่ ๆ ส่งคนมาติดต่อเธอไม่หยุด ในตอนนี้ ลู่ฉิวเยว่จึงกลายเป็นฝ่ายที่มีสิทธิ์เลือกอย่างอิสระเสรี
“ขอบคุณที่ติดต่อมานะคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันยังไม่มีแผนทำธุรกิจในฝรั่งเศส” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มและปฏิเสธอย่างสุภาพ
“อ้อ ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณลู่ลองเก็บไปคิดดูหน่อยดีไหมครับ? โรงแรมของเราค่อนข้างใหญ่โต ถ้าคุณไม่มีปัญหาอะไร คุณก็ช่วยเราฝึกพนักงานได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องอื่นอีกแล้วครับ” ความผิดหวังปรากฏขึ้นในแววตาของชายคนนั้นอย่างชัดเจน แต่เขาก็ยังคงไม่ทิ้งความหวังไปทั้งหมด
ลู่ฉิวเยว่พูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “คงไม่ได้หรอกค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับเมืองจีนแล้ว”
ผู้จัดการโรงแรมคอตกทันที ก่อนจะฝืนยิ้มพูดว่า “งั้นก็ขอโทษที่รบกวนนะครับ ถึงอย่างไร ผมก็ยังหวังว่าคุณจะร่วมธุรกิจกับโรงแรมของเรา”
เขาวางแผนที่จะมาเกลี้ยกล่อมเธออีกวันพรุ่งนี้ เพราะเธอเป็นผู้เข้าแข่งขันการทำอาหารชิงแชมป์โลกรอบชิงชนะเลิศ ถ้าเธอยอมร่วมธุรกิจกับโรงแรมของพวกเขา โรงแรมของพวกเขาก็จะยิ่งมีความโด่งดังและมีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาลไม่ใช่หรือ?
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า ก่อนจะหันกลับมาเปิดประตูรถและเข้าไปในห้องโดยสาร
“คุณจะไม่ลองคิดดูจริง ๆ เหรอ?” ฉินซือเอื้อมมือมาลูบผมลู่ฉิวเยว่ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา มีร้านอาหารและโรงแรมขนาดใหญ่ติดต่อเธอไม่ขาดสาย และบางเจ้าก็เป็นโรงแรมที่น่าสนใจเหลือเกิน ถ้าเธอตอบตกลง ฉินซือก็รู้ดีว่าธุรกิจต้องไปได้สวยอย่างแน่นอน
ลู่ฉิวเยว่มองหน้าเขาแล้วยิ้ม “ถ้าฉันมาทำธุรกิจที่นี่ แล้วร้านอาหารที่เมืองจีนล่ะ? แล้วการแต่งงานของเราล่ะ? แล้วพ่อแม่ฉันจะทำยังไง?”
ในยุคสมัยนี้ การเดินทางไม่ใช่เรื่องง่ายและเธอก็ไม่มีความสามารถที่จะเดินทางไปกลับ 2 ประเทศได้บ่อย ๆ เธอจำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่ที่เมืองจีนหรือจะมาอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยเหตุผลของครอบครัวและธุรกิจ เธอยังคงรู้สึกว่าการอยู่ที่ประเทศจีนมีความเหมาะสมสำหรับตนเองมากที่สุด
ส่วนต่างประเทศนั้น…
ลู่ฉิวเยว่ยกมือจับคางตนเองอย่างใช้ความคิด
ตอนนี้เพิ่งเป็นปี 1980 ในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ การเดินทางจะพัฒนามากขึ้น เมื่อถึงตอนนั้น เธอค่อยลองคิดดูอีกทีก็ได้
ฉินซือกอดเธอแน่น รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
รถยนต์แล่นมาหยุดลงหน้าร้านอาหารชื่อดัง ลู่ฉิวเยว่เปิดประตูก้าวลงจากรถและเดินเข้าไปในร้านอาหารพร้อมด้วยฉินซือกับหวังเซวียนเซวียน
“ฉันว่าสเต็กพริกไทยดำของร้านนี้อร่อยมากเลยนะตอนที่เรามากินเมื่อครั้งก่อน…”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มกว้าง
ในขณะที่สามีและน้องชายรับหน้าที่ไปสั่งอาหาร ลู่ฉิวเยว่ก็หันไปมองคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ แล้วเธอก็ต้องตกตะลึง อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “มิสเตอร์เต๋อ?”
เห็นได้ชัดว่ามิสเตอร์เต๋อไม่คิดว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่ เขาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน “คุณลู่ ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“ได้ข่าวว่าคุณมาเข้าร่วมการแข่งขันทำอาหารชิงแชมป์โลก” เขาพูดด้วยความเศร้า “น่าเสียดายชะมัด ถ้าแช้ดอะไรนั่นไม่ได้เล่นสกปรก ป่านนี้คุณคงชนะไปแล้ว!”
ถ้าเธอชนะการแข่งขัน โรงแรมของเขาก็จะโด่งดังมากขึ้น
ตอนนี้ เขารู้ดีว่าลู่ฉิวเยว่โด่งดังในฝรั่งเศสขนาดไหน มิสเตอร์เต๋อจึงยิ่งรู้สึกว่าการตัดสินใจร่วมธุรกิจกับหญิงสาวคนนี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา
ในขณะที่เจ้าของกิจการคนอื่น ๆ ต้องมาขอร้องอ้อนวอนให้ลู่ฉิวเยว่ยอมร่วมธุรกิจด้วย แต่เขาได้เป็นหุ้นส่วนของเธอเรียบร้อยแล้ว และเขาก็ภูมิใจในตัวของผู้หญิงคนนี้มากเหลือเกิน
ลู่ฉิวเยว่โบกไม้โบกมือ “เรื่องมันผ่านไปแล้ว จะทำไงได้ล่ะคะ?”
คงเป็นเรื่องโกหกถ้าเธอจะบอกว่าตัวเองไม่สนใจ แต่ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ลู่ฉิวเยว่ก็มีชื่อเสียงที่โด่งดังมากแล้ว และร้านอาหารของเธอก็จะยิ่งโด่งดังมากไปกว่าเดิมแน่นอน
มิสเตอร์เต๋อตบไหล่เธอและยิ้มอย่างปลอบใจ “ถึงคุณจะไม่ได้ชนะการแข่งขัน แต่ผมว่าฝีมือการทำอาหารของคุณก็เทียบเท่ากับคนที่ชนะได้แล้วล่ะ!”
ไม่มีใครไม่ชอบคำชื่นชม ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเขาชื่นชอบฝีมือการทำอาหารของเธอจริง ๆ ใบหน้าที่งดงามของลู่ฉิวเยว่จึงยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง “ขอบคุณมิสเตอร์เต๋อมากนะคะที่ชื่นชมฉันถึงขนาดนี้”
ในตอนนี้ ฉินซือกับหวังเซวียนเซวียนก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารพอดี
เมื่อเห็นว่ามีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกคน ฉินซือก็แสดงสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมา
ลู่ฉิวเยว่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเขากำลังเข้าใจผิด คิดว่าจะมีใครเข้ามาวุ่นวายกับเธออีกแล้ว เธอจึงรีบแนะนำตัวว่า “ฉินซือนี่คือมิสเตอร์เต๋อที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟัง ฉันทำธุรกิจกับเขาในเมืองจีน”
“สวัสดีครับ ผมเป็นสามีของลู่ฉิวเยว่ ผมชื่อว่าฉินซือ” เมื่อได้ยินภรรยาพูดเช่นนั้น ฉินซือก็รีบยื่นมือออกไปจับมือกับมิสเตอร์เต๋อด้วยความสุภาพทันที
“พวกคุณยังไม่ได้ทานอะไรกันใช่ไหม? พวกเรามาทานด้วยกันเลยดีหรือเปล่า?” มิสเตอร์เต๋อถามพร้อมกับยิ้มกว้าง
ในต่างประเทศอย่างฝรั่งเศส มิสเตอร์เต๋อย่อมมีความคุ้นเคยมากกว่าพวกเธอหลายเท่า ดังนั้น ลู่ฉิวเยว่จึงไม่ได้ปฏิเสธ แล้วพวกเขาทั้ง 4 คนก็มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน
เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ลู่ฉิวเยว่นิ่งคิดอะไรบางอย่างก่อนจะพูดด้วยความลังเลว่า “ไม่ทราบว่ามิสเตอร์เต๋อพอจะรู้จักเชฟทำอาหารบ้างไหมคะ ฉันอยากจะฝึกฝีมือการทำอาหารต่อไป”
เหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ ในโลกนี้ยังคงมีคนที่เก่งกว่าเธออีกมากมาย
ลู่ฉิวเยว่รู้ความจริงข้อนี้ดี เมื่อการแข่งขันทำอาหารชิงแชมป์โลกจบลง เธอก็จำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเอง และบังเอิญว่ามิสเตอร์เต๋อเป็นคนฝรั่งเศส บางที เขาอาจจะรู้จักเชฟที่มีฝีมือก็เป็นได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มิสเตอร์เต๋อก็วางช้อนส้อมลงและพูดว่า “ผมรู้จักอยู่คนหนึ่งครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมจะแนะนำเขาให้คุณได้รู้จัก”
ลู่ฉิวเยว่สร้างรายได้มหาศาลให้กับโรงแรมของเขา ทำให้เขาสามารถตั้งหลักได้ในเมืองจีน มิสเตอร์เต๋อจึงต้องตอบแทนเธอเช่นกัน
“จริงเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมเลยค่ะ!” ลู่ฉิวเยว่มีดวงตาเป็นประกายแวววาว ขอบคุณมิสเตอร์เต๋อ
มิสเตอร์เต๋อหัวเราะ “ด้วยความยินดีครับ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ผมจะกลับไปถามเขาให้ก็แล้วกันนะว่าเขามีเวลาว่างเมื่อไหร่ ถ้าเขาไม่ติดขัดอะไร ผมจะช่วยนัดพบเขาให้กับคุณ”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า
เธอนึกว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เวลายาวนาน ดังนั้น ลู่ฉิวเยว่จึงรออยู่ที่โรงแรมอย่างสงบเงียบ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเช้าวันต่อมา เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากมิสเตอร์เต๋อ
“สุดยอดเชฟของผมบอกว่ายินดีพบคุณ แต่เขาไม่ชอบออกไปข้างนอก เขาอยากให้คุณไปที่บ้านของเขา ไม่ทราบว่าสะดวกหรือเปล่าครับ?” เสียงของมิสเตอร์เต๋อดังผ่านหูโทรศัพท์