สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 317 การลักพาตัว
บทที่ 317 การลักพาตัว
แต่ว่า…
ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้ว นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ทำอาหารเก่ง
แม้ว่าลู่ฉิวเยว่จะมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองในยุคสมัยนี้ แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็คงพัฒนาตัวเองเช่นกัน เพราะฉะนั้น ลู่ฉิวเยว่จึงนิ่งนอนใจไม่ได้ ถ้าเธอไม่ทุ่มเทให้เต็มที่ เธอก็จะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
“ผมเชื่อว่าคุณทำได้ครับ” ฉินซือยิ้ม ดวงตาเป็นประกายด้วยความเชื่อมั่นในตัวเธอ
ลู่ฉิวเยว่หยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกอยู่เสมอว่าฉินซือมีความเชื่อมั่นในตัวเธออย่างมาก ไม่ว่าเธอพูดอะไรออกไป เขาก็จะบอกว่าถูกต้องเสมอ
“คุณบอกว่าจะไปกินอาหารกับเพื่อน ๆ ไม่ใช่เหรอ?” ลู่ฉิวเยว่กำลังจะเตรียมเสื้อผ้าไปอาบน้ำ ก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าฉินซือเคยบอกอะไรเธอเอาไว้
ต้องบอกเลยว่าความสามารถในการปรับตัวของฉินซือค่อนข้างดีเยี่ยม ในช่วงก่อนหน้านี้ เธอจะอยู่ฝึกทำอาหารที่โรงแรม เมื่อเขาไม่มีอะไรทำ ฉินซือก็จะพาหวังเซวียนเซวียนออกไปเดินสำรวจดูเครื่องใช้ไฟฟ้าในฝรั่งเศส และนั่นทำให้เขาได้สนิทกับบรรดาเจ้าของร้าน จึงได้ช่องทางการติดต่อกับเครือข่ายผู้นำการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศฝรั่งเศสกลับมาอีกด้วย
เมื่อวานนี้ มีคนจะเชิญเขาไปเยี่ยมชมโรงงาน
ทั้ง ๆ ที่ก่อนมาฝรั่งเศส ฉินซือไม่ได้มีความคิดที่จะต่อยอดธุรกิจเช่นนี้เลย
“จริงด้วยสิ งั้นผมต้องรีบไปแล้ว” ฉินซือพยักหน้า เอื้อมมือไปหยิบเสื้อสูทที่แขวนอยู่บนเก้าอี้ข้างตัวนำมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว “คุณอยากกินอะไรไหม? เดี๋ยวผมซื้อกลับมาฝากครับ”
ลู่ฉิวเยว่สั่นศีรษะ เอื้อมมือออกไปหยิบเนคไทและช่วยผูกให้เขา “คุณก็รู้นี่ว่าปกติฉันไม่กินอะไรตอนกลางคืน”
เธอค่อนข้างเข้มงวดกับการดูแลร่างกาย ช่วงกลางคืนเธอจะดื่มนมกับทานผลไม้เท่านั้น ลู่ฉิวเยว่จะไม่แตะต้องอะไรอีกเลย
“ทำแบบนี้เดี๋ยวน้ำหนักก็ลดหรอกครับ” ฉินซือมีแววตาไม่พอใจเล็กน้อย ในช่วงนี้เขารู้สึกว่าภรรยาซูบผอมลงไปมาก เขาชอบให้เธอมีร่างกายที่มีน้ำมีนวลมากกว่านี้
ลู่ฉิวเยว่กลอกตาอย่างช่วยไม่ได้ “เขาเรียกว่าการจัดการร่างกายค่ะ คุณไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ”
ฉินซือหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะคล้อยตามภรรยาอย่างว่าง่าย “ก็ได้ ๆ ผมมันไม่รู้เรื่องเองนั่นแหละ คืนนี้คุณอยากกินเค้กไหม? เมื่อวันก่อน คุณบอกว่าอยากกินเค้กส้มในภัตตาคารไม่ใช่เหรอ?”
บ้าจริง สุดท้ายเธอก็ถูกเขายั่วจนได้
“ก็ได้ค่ะ ขอแค่ชิ้นเล็ก ๆ ก็พอ” หญิงสาวอดกลืนน้ำลายและดุเขาอยู่ในใจไม่ได้
ฉินซือพยักหน้า เปิดประตูเดินออกไปข้างนอก หันกลับมาพูดกับภรรยาด้วยความระมัดระวังว่า “ถ้าผมกลับดึก ไม่ต้องรอนะ นอนก่อนได้เลยครับ”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มกว้าง “ใครบอกว่าจะรอคุณ? ถ้าจะไปก็รีบไปเถอะค่ะ”
หลังจากพูดจบแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้าไปอาบน้ำ
รอยยิ้มในแววตาของฉินซือยังไม่จางหายไป เขายื่นมือไปเปิดประตูและปิดประตูด้วยความระมัดระวังเมื่อเดินออกมา
หวังเซวียนเซวียนซึ่งพักอยู่ห้องข้าง ๆ กัน อย่างน้อยก็ช่วยดูแลลู่ฉิวเยว่ได้ ฉินซือจึงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนัก
พวกคู่แข่งของลู่ฉิวเยว่คงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงหรอกใช่ไหม?
แต่อย่างไรก็ตาม ฉินซือไม่รู้เลยว่ามีคนบางคนมีความกล้าหาญเช่นนั้นจริง ๆ หลังจากที่เขาออกจากโรงแรมไปได้ไม่นาน ก็มีคนมายืนอยู่หน้าประตูห้องพักของลู่ฉิวเยว่
แม้ว่าประตูจะถูกล็อกอย่างแน่นหนา แต่เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นเตรียมการมาเป็นอย่างดี เขาใช้ไขควงและเส้นลวดในการแงะประตูเปิดออก
ในห้องน้ำ ลู่ฉิวเยว่อาบน้ำเสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทาหน้าของตัวเอง
เธอจ้องมองใบหน้าที่เต่งตึงในกระจกด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มอย่างมีความสุข
แต่แล้วเธอก็เห็นอะไรบางอย่างผ่านทางหางตาจากประตูห้องน้ำ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้า
มือของเธอที่เอื้อมไปหยิบขวดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ลู่ฉิวเยว่ตื่นกลัวขึ้นมา
วันนี้ฉินซือสวมรองเท้าหนัง ต่อให้เขาเดินเบาเพียงใด ก็ยังไม่มีเสียงแบบนี้ หวังเซวียนเซวียนก็ไม่เคยเข้าห้องเธอโดยพลการมาก่อน หรือถึงเขาจะทำ หวังเซวียนเซวียนก็จะต้องเคาะประตูก่อนเสมอ
เหตุการณ์เช่นนี้เมื่อเกิดขึ้นในต่างประเทศ ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาจริง ๆ
แต่ในเวลานี้ มีแค่เธอเองเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้ ลู่ฉิวเยว่สูดหายใจลึก ๆ บังคับให้ตัวเองใจเย็นลง
แม้ว่าลู่ฉิวเยว่จะเคยเรียนวิชากังฟูมาก่อน แต่นั่นก็เป็นการเรียนศิลปะเพื่อป้องกันตัวจากคนเมาเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำมาใช้งานจริงกับคนร้ายที่เป็นชายฉกรรจ์ร่างกายแข็งแรง
ลู่ฉิวเยว่กำหมัดและเมื่อเห็นแป๊บน้ำถูกวางทิ้งไว้ที่มุมห้องน้ำ เธอก็รีบเอื้อมมือไปหยิบมาถือไว้โดยทันที
ตอนนี้เธอมีอาวุธอยู่ในมือแล้ว
ลู่ฉิวเยว่หันกลับไปเปิดฝักบัวอาบน้ำ แกล้งทำเป็นไม่เห็นคนที่กำลังแอบเข้ามาในห้องพักของเธอและส่งเสียงพูดออกไปจากห้องน้ำว่า “เซวียนเซวียนเหรอ?”
คนที่อยู่นอกห้องน้ำไม่ตอบคำใด เธอจึงพูดต่อไปพร้อมรอยยิ้ม
“พี่ลืมเสื้อคลุมอาบน้ำไว้ข้างนอก มันอยู่ในลิ้นชัก ช่วยหยิบให้หน่อยได้ไหม?”
คนร้ายไม่ตอบสนอง แต่ลู่ฉิวเยว่ได้ยินเสียงฝีเท้าห่างไกลออกไป
ในไม่ช้า ประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ ลู่ฉิวเยว่ยิ้มเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายด้วยความเย็นชา
เธอทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ
“ขอบคุณมากนะ เซวียนเซวียน” ลู่ฉิวเยว่เปิดประตูอย่างยิ้มแย้ม แต่จังหวะที่เปิดประตูเธอก็ปิดไฟ
ตอนแรก ไฟในห้องพักไม่ได้เปิดอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เธอปิดไฟในห้องน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงตกอยู่ในความมืดมิด
คนร้ายรู้ตัวแล้วว่าตกลงสู่กับดักของเธอ มันจึงยื่นมือเข้ามาหมายคว้าตัวคนที่อยู่ในห้องน้ำ แต่โชคร้ายที่ล้มเหลว
ลู่ฉิวเยว่กัดฟันกรอด พุ่งออกไปจากหลังประตู และใช้ท่อแป๊ปฟาดหัวอีกฝ่ายอย่างแรง
เธอฟาดลงไปแรงมาก คนร้ายเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่มันก็หมดสติลงไปซะก่อน
บรรยากาศปกคลุมด้วยความเงียบ
ในตอนนี้ หัวใจที่เต้นรัวเร็วของลู่ฉิวเยว่สงบลงมากแล้ว แต่เธอเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาแทนที่
ลู่ฉิวเยว่ถือท่อแป๊บด้วยความหวาดกลัว วิ่งออกไปจากห้องพัก
“เซวียนเซวียน!” เธอเคาะประตูหลายครั้งอย่างหนักหน่วง หัวใจเต้นรัวเร็วเหมือนจะกระเด็นออกมาอยู่นอกหน้าอก
หวังเซวียนเซวียนที่อยู่ภายในห้อง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างร้อนรนเช่นนี้ เขาก็รีบวิ่งมาเปิดประตูด้วยความตื่นตกใจ
เมื่อประตูห้องเปิดออก ลู่ฉิวเยว่ก็รีบแทรกตัวเข้าไปผ่านช่องว่างของประตูและปิดประตูลงทันที
หลังจากนั้น เธอก็รู้ว่าตัวเองขาอ่อนเพียงใด
“เกิดอะไรขึ้นครับ?” หวังเซวียนเซวียนเห็นพี่สาวทรุดลงไปนั่งอยู่ตรงหน้าตัวเองด้วยความตื่นกลัว จึงเกิดความตกใจไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกโล่งอกเมื่อเห็นน้องชายปลอดภัยดี “มีคนบุกเข้าไปในห้องพี่ ไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปทำอะไร แต่พี่ตีหัวมันจนสลบไปแล้ว”
“มันกล้าดียังไง!” หวังเซวียนเซวียนตื่นตกใจและจ้องมองเธอด้วยความเคร่งเครียด แต่เขาก็โล่งใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าเธอฟาดหัวคนร้ายจนสลบไปแล้ว
หวังเซวียนเซวียนตบไหล่ลู่ฉิวเยว่ “พี่อยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปดูหน่อย”
หวังเซวียนเซวียนรู้สึกผิดเต็มหัวใจ เขามาฝรั่งเศสก็เพื่อคอยปกป้องพี่สาว แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า นอกจากเขาปกป้องลู่ฉิวเยว่ไม่ได้แล้ว ตัวเขายังจะกลายเป็นภาระของพี่สาวเช่นนี้อีก
ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มกำลังรู้สึกผิดและห่วงใยเธอขนาดไหน เธอส่ายศีรษะตอบกลับไปว่า “ไม่ได้ พวกเราต้องคอยดูแลกันสิ”
ถ้าคนร้ายฟื้นขึ้นมา ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้นถ้าหวังเซวียนเซวียนเข้าไปในนั้นตัวคนเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม ลู่ฉิวเยว่เชื่อว่าต่อให้คนร้ายฟื้นขึ้นมา ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นอยู่ดี
เพราะนอกจากเธอจะฟาดหัวมันจนสลบแล้ว ก่อนออกมาเธอยังได้ล็อกประตูห้องน้ำและล็อกประตูห้องพักชั้นนอก ดังนั้น คนร้ายจึงไม่น่าจะหลบหนีไปไหนได้ชั่วคราว