สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 316 สารภาพรักอีกครั้ง
บทที่ 316 สารภาพรักอีกครั้ง
ในโรงแรม ฉินซือมองดูเวลา ตอนนี้เลย 22:00 น. แล้ว ชายหนุ่มจ้องมองไปที่ลู่ฉิวเยว่ซึ่งยังคงนั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะหนังสือ เขาขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปสะกิดไหล่เธอเบา ๆ
“ดึกแล้ว อย่านอนดึกเลย ไปนอนเถอะครับ”
ลู่ฉิวเยว่ได้สติขึ้นมาทันที เธอรีบมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าเลย 22:00 น. แล้วจริง ๆ หญิงสาวก็รีบเขียนอะไรบางอย่างให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะปิดสมุดและรับปากกับเขาว่า “ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะเขียนต่อวันพรุ่งนี้”
เธอกำลังบันทึกเมนูอาหารที่ตัวเองเคยเห็นในการแข่งขันทำอาหารนานาชาติในชาติที่แล้ว ลู่ฉิวเยว่ต้องการจะทบทวน เพื่อวิเคราะห์ว่าควรจะใช้เมนูใดเข้าร่วมการแข่งขันสำหรับการต่อสู้กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ
…
ก่อนการแข่งขัน ตัวแทนจากทุกประเทศจะต้องมารวมตัวกันเซ็นสัญญาเพื่อเป็นการรับประกันว่าจะไม่มีใครโกงการแข่งขัน มิเช่นนั้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ์โดยทันที
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ลู่ฉิวเยว่นั่งอยู่เงียบ ๆ รับฟังคนบนเวทีพูดคุยกันไป ในไม่ช้า เอกสารฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาที่มือเธอโดยฝรั่งตาน้ำข้าวที่นั่งอยู่ด้านข้าง
ลู่ฉิวเยว่ยิ้ม รับเอกสารด้วยสองมือและรีบลงชื่ออย่างรวดเร็ว
“การประชุมวันนี้จบลงแล้ว หวังว่าทุกคนจะมาตรงเวลาในวันแข่งนะครับ” ผู้ดูแลการแข่งขันโค้งตัวลงเล็กน้อยและเดินจากไปด้วยความว่องไว
ลู่ฉิวเยว่เก็บข้าวของแล้วเดินกลับออกมาเช่นกัน เมื่อเธอกลับไปถึงโรงแรม ก็เห็นฉินซือออกมายืนรออยู่หน้าโรงแรมตั้งแต่ไกล ลู่ฉิวเยว่ดีใจมากรีบวิ่งเข้าไปหาเขา แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักให้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ผู้หญิงผมทองตาสีฟ้าคนหนึ่งก้าวเดินออกมาจากโรงแรม ดูเหมือนเธอจะจ้องมองฉินซือมานานแล้ว ในเวลานี้ เธอถึงกับเดินเข้าไปหาฉินซือจริง ๆ
ผู้หญิงผมทองคนนั้นพูดอะไรบางอย่าง ลู่ฉิวเยว่อยู่ไกลเกินไปจึงไม่ได้ยินว่าพูดอะไร แต่ดูจากท่าทางที่เขินอายแล้ว คงต้องเป็นการสารภาพรักอย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนฉินซือจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เขาแค่มองด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ถึงอย่างนั้นก็ตาม สาวผมทองกลับไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เธอถึงกับยื่นมือออกมาพยายามจะลากตัวเขาออกไป
ความเรียบเฉยบนใบหน้าของฉินซือสลายหายไป เขาแสดงออกถึงความไม่พอใจ ดวงตากลายเป็นเย็นชา พูดอะไรบางอย่างออกมา
แม้ว่าลู่ฉิวเยว่จะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร แต่เธอก็รู้ดีว่าสามีของตัวเองเป็นคนที่มีวาจาร้ายกาจขนาดไหน และเมื่อเห็นหญิงสาวผมทองมีใบหน้าซีดขาวขึ้นมาทันที ลู่ฉิวเยว่ก็รู้แล้วว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
หลังจากนั้น หญิงสาวผมทองก็เดินหนีไปด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
ลู่ฉิวเยว่ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดินไปหาเขา
ดูเหมือนว่าฉินซือจะหงุดหงิดอยู่พอสมควรกับการถูกสารภาพรัก ดังนั้น เขาจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในโรงแรมโดยไม่ได้ยืนรอภรรยากลับมาอีก
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ รอคอยอยู่ชั้นล่างไม่กี่นาที ก็เดินสะพายกระเป๋าขึ้นไปยังชั้นบน
เธอนำกุญแจมาไขเพื่อเปิดห้อง ลู่ฉิวเยว่เห็นว่าฉินซือกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง ในมือคีบบุหรี่ ไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ชายหนุ่มก็หันกลับมา รู้สึกตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบซ่อนบุหรี่ไปทางด้านหลัง
“ไม่อยากให้ฉันรู้หรือไงค่ะ ว่าคุณแอบสูบบุหรี่?” ลู่ฉิวเยว่มีแววตาหยอกเย้า
ฉินซือรู้สึกกระดากอายขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะขยี้ก้นบุหรี่และเขี่ยลงบนโต๊ะกาแฟ แล้วพูดด้วยความจริงใจว่า “เดือนนี้ผมจะสูบแค่มวนนี้เท่านั้นแหละ ในอนาคตผมจะไม่สูบอีกแล้ว”
“ฉันจะให้อภัยคุณก็ได้” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มและยื่นมือไปหาเขา
เธอดึงแขนเสื้อของเขาขึ้นมาดม ได้กลิ่นบุหรี่ลอยออกมาจากตัวของสามีซึ่งกำลังจะเข้ามาสวมกอดเธอ หญิงสาวจึงพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า “บุหรี่ไม่ใช่ของดี ถ้าคุณสูบมันก็ไม่ต้องมากอดฉันอีกค่ะ”
ถึงแม้ว่าจะโดนดุ แต่ฉินซือกลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะอาการแง่งอนของลู่ฉิวเยว่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
“ครั้งหน้าคุณห้ามสูบอีกนะคะ” ลู่ฉิวเยว่รู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย ก่อนจะตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความโกรธ
ฉินซือหัวเราะออกมาด้วยความแจ่มใส แต่ในทันใดนั้น เขาก็นึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นหน้าโรงแรมเมื่อสักครู่นี้ รอยยิ้มของเขาหายไปบนใบหน้า ความเคร่งเครียดกลับคืนมาอีกครั้ง
“เมื่อกี้มีผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่งมาสารภาพรักกับผม ช่วงเวลามันบังเอิญมากเกินไป หรือว่าจะเป็นคู่แข่งของคุณส่งเธอมาทำลายสมาธิคุณหรือเปล่า?” เขาถามด้วยความเป็นกังวล
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อมีคนมาสารภาพรักกับสามีเธอ ลู่ฉิวเยว่ก็ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนอย่างเขาเลย
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงกลยุทธ์ของผู้เข้าแข่งขันในการแข่งทำอาหารระดับเอเชีย ก็ใช่ว่าลูกไม้นี้จะเป็นไปไม่ได้
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มเหยียดหยามขึ้นมาทันที “พวกเขาคงคิดว่าแผนการนี้จะใช้ได้ผล”
แต่ว่า…พวกเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่? เธอแค่เลือกโรงแรมอย่างเดาสุ่มเท่านั้นเอง
ลู่ฉิวเยว่คิดอะไรบางอย่างอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็ยังรู้สึกไม่ชอบมาพากลอยู่ดี เธอหันกลับไปและก้มหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาจากใต้เตียง “สงสัยจะมีคนรู้ที่อยู่ของเราแล้ว เราเปลี่ยนโรงแรมกันดีกว่า คุณไปบอกเซวียนเซวียนเถอะ”
ฉินซือก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าอีกฝ่ายต้องการใช้ลูกไม้นี้ ครั้งต่อไปอาจเป็นวิธีที่สกปรกมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้น ชายหนุ่มจึงเดินออกไปแจ้งเรื่องราวให้น้องเขยที่อยู่ห้องติดกันทราบ
เพียงไม่นาน ทั้งสามคนก็เดินลากกระเป๋าสัมภาระออกจากโรงแรม แล้วเช่ารถยนต์ที่จอดอยู่ด้านนอก หลังจากถามคนขับ พวกเขาก็มาถึงโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
โรงแรมแห่งใหม่แตกต่างจากโรงแรมก่อนหน้านี้ เพราะมันเป็นโรงแรมที่ใหญ่โตและมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ไม่มีทางที่จะปล่อยข้อมูลของลูกค้าให้หลุดรอดออกไปถึงมือคนอื่นเหมือนโรงแรมที่แล้วแน่นอน
ลู่ฉิวเยว่จองห้องและรับกุญแจมาอย่างรวดเร็ว เธอยังคงจองห้องให้หวังเซวียนเซวียนพักอยู่ติดกันเหมือนเดิม
อย่างไรที่นี่ก็เป็นต่างบ้านต่างเมือง อยู่ใกล้กันไว้ดีที่สุดแล้ว
“คุณทำอะไรน่ะ?” ฉินซือถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าลู่ฉิวเยว่กำลังเปิดกระเป๋าสัมภาระและหยิบห่อเครื่องปรุงออกมาทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้อง
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจและนำของออกจากกระเป๋าเดินทางต่อไป “แบ่งของไปเก็บไว้ในห้องของเซวียนเซวียน เพื่อเป็นการรับประกันน่ะ เกิดมีคนคิดไม่ดีขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังมีของสำรองเอาไว้ใช้ค่ะ”
นี่คือวัตถุดิบเครื่องปรุงที่รวบรวมมาจากประเทศจีน ถ้ามีคนขโมยหรือทำลายพวกมันไป ลู่ฉิวเยว่ก็คงไม่รู้จะไปหาเครื่องปรุงเหล่านี้จากที่ไหนในฝรั่งเศสอีกแล้ว
“ก็ดีเหมือนกันนะ” ฉินซือมองภรรยาด้วยความชื่นชม ก่อนจะช่วยเธอยกกระเป๋าไปหาหวังเซวียนเซวียน
…
ไม่กี่วันต่อมา ลู่ฉิวเยว่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการวิเคราะห์อาหารอยู่ในโรงแรม เช่นเดียวกับศึกษาเมนูอาหารต่างชาติจากหลากหลายประเทศ
“ในการแข่งขันครั้งนี้ มีสุดยอดเชฟชื่อดังมาจากทั่วโลก คุณมีความมั่นใจมากแค่ไหน?” ฉินซือจ้องมองไปที่ลู่ฉิวเยว่ด้วยความเป็นกังวล
ลู่ฉิวเยว่มองออกไปนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เธอมาอยู่ฝรั่งเศสได้สองอาทิตย์แล้ว และวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันแข่งขัน
เมื่อเห็นว่าภรรยาดูใจลอย ฉินซือจึงนึกว่าเธอไม่มั่นใจ ก็เลยเข้าไปตบไหล่เธออย่างปลอบโยน “ไม่เป็นไรครับ แค่ทำให้ดีที่สุดก็พอ มาได้ไกลขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว อย่ากดดันตัวเองไปเลย”
ลู่ฉิวเยว่ไม่เคยเห็นเขาเคร่งเครียดและวิตกกังวลขนาดนี้มาก่อน เธอจึงหัวเราะเสียงดังและตบหน้าอกตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ “ฉันต้องมั่นใจอยู่แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะคว้าตำแหน่งอันดับ 1 มาให้คุณดูเอง!”
ในชาติที่แล้ว ลู่ฉิวเยว่เคยเข้าร่วมการแข่งขันการทำอาหารระดับชาติมามากมายหลายครั้ง และเกือบทุกครั้ง เธอก็จะได้เข้ารอบลึก ๆ เสมอ
และในการแข่งขันหลายครั้งที่ผ่านมาในชาตินี้ ลู่ฉิวเยว่ก็ได้เข้าใจแล้วว่ารสนิยมในการทานอาหารของผู้คนในยุคสมัยนี้ยังมีมาตรฐานแตกต่างจากผู้คนในยุคสมัยต่อไป ดังนั้น ขอเพียงเธอเตรียมตัวให้พร้อม การคว้าตำแหน่งผู้ชนะก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกแล้ว