สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 309 รับมือกับตายายมหาภัย
บทที่ 309 รับมือกับตายายมหาภัย
หญิงชรายิ่งเดือดดาลมากขึ้นเมื่อเห็นหน้าเขา เธอยกมือเท้าสะเอว ตะโกนว่า “แกนะแก หวงอี้เหิง ลูกสาวฉันตายแค่ไม่กี่ปี แกก็มีเมียใหม่ซะแล้ว แกมันไม่ใช่คน…”
เสียงตะโกนของหญิงชราดังไปไกล แขกทุกคนในร้านอาหารไม่มีอารมณ์รับประทานอาหารอีกแล้ว พวกเขาต่างก็ยื่นศีรษะออกมาจ้องมองด้านนอก
คุณพ่อหวงโกรธต่อคำกล่าวหาของอดีตแม่ยายจนควันแทบออกหู
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอีกฝ่ายมีความแก่ชรามากแล้ว เขาก็อยากจะสั่งสอนอีกฝ่ายจริง ๆ
ทำไมหญิงชราถึงได้ปากเสียแบบนี้นะ?
“เจ้าข้าเอ๊ย รีบมาดูเร็วเข้า ครอบครัวเจ้าสาวไม่มียางอาย พอลูกสาวของฉันตายไป พวกเขาก็ไม่สนใจเลี้ยงดูพวกเราสองคนแก่อีกแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตกินดีอยู่ดีกันเพียงลำพัง ปล่อยให้พวกเราคนแก่ต้องอดมื้อกินมื้ออยู่ที่บ้านนอก…” ชายชราโยนไม้เท้าทิ้งไปและทรุดนั่งลงบนพื้น
กลุ่มคนที่อยู่ในร้านอาหารมีสีหน้าเปลี่ยนไปด้วยข้อกล่าวหานี้ พวกเขาต่างก็เริ่มต้นซุบซิบและยกมือชี้ไปที่คุณพ่อหวงกับคุณแม่หวง
หุ้นส่วนธุรกิจบางคนถึงกับตัดสินใจไม่ร่วมธุรกิจกับคนใจร้ายอย่างคุณพ่อหวงอีกแล้ว เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าจะโดนคุณพ่อหวงหักหลังเมื่อไหร่
ลู่ฉิวเยว่หันหน้ามองไปและในที่สุดก็ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมาจากมุมถนน
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันที รีบเดินเข้าไปต้อนรับคนกลุ่มนั้น
“คุณลุงคุณป้ามาถึงแล้วเหรอคะ”
สองวันก่อน เพื่อวางแผนป้องกันตายายมหาภัยมาป่วนงานแต่ง เธอจึงได้ปรึกษาหารือกับคุณพ่อหวงและคุณแม่หวง ส่งคนไปที่หมู่บ้านของสองตายาย ทำการส่งบัตรเชิญให้แก่บรรดาผู้มีอำนาจในหมู่บ้าน เพื่อให้พวกเขามาจัดการสองตายายคู่นี้หากเกิดปัญหาขึ้น
“รถที่มาส่งพวกเราเสียกลางทางน่ะ ก็เลยมาถึงช้าไปหน่อย” หญิงวัยกลางคนโบกมือทักทาย แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ที่นี่ เธอก็รีบก้าวเดินเข้ามาทันที
คนอีกกลุ่มหนึ่งเดินติดตามมาทางด้านหลัง
“คุณยายมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย?” หญิงวัยกลางคนผู้นั้นเดินแหวกกลุ่มคนมุงเข้ามาถามหญิงชรา
เมื่อชายชราเห็นกลุ่มคนที่ปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของเขาก็ต้องแปรเปลี่ยนไป “พวกเธอมาทำอะไรที่นี่?”
เพราะคนกลุ่มนี้เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้าน
หญิงชราเกิดสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที
แน่นอนว่าหลังจากนั้นหญิงวัยกลางคนก็ตอบด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “ถ้าพวกเราไม่มา เราก็คงไม่รู้หรอกว่าพวกคุณไร้ยางอายถึงขนาดนี้ แม่ของฉีฉีตายไปได้หลายปีแล้ว เธอมีลูกสาวแค่คนเดียวเท่านั้น แต่พวกคุณจะมาทำลายงานแต่งของเธอเนี่ยนะ?”
“นั่นสิ พวกคุณใส่ความทำลายภาพลักษณ์ของหวงอี้เหิง ทั้ง ๆ ที่เขาก็ดีกับพวกคุณมาตลอด พวกคุณกล้าพูดออกมาได้ยังไง กว่าที่เขาจะแต่งงานใหม่ ลูกสาวของคุณก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว…”
หลายคนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันทนไม่ไหว ต้องพูดปกป้องคุณพ่อหวงออกมา
คุณพ่อหวงเลี้ยงดูฉีฉีเป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าและอาหารการกิน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณพ่อหวงไม่ได้เป็นอย่างที่ตายายคู่นี้ใส่ความ
“หนูยืนยันได้ค่ะว่าคุณพ่อดูแลหนูเป็นอย่างดีที่สุด และคุณแม่ก็เป็นคนยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับคุณพ่อของหนูก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต” หวงฉีฉีวิ่งยกชายกระโปรงชุดเจ้าสาวออกมาจากในร้านอาหารพร้อมกับพูดเสียงดัง
ทุกคนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดฝัน กลุ่มแขกในงานจึงซุบซิบพูดคุยกันต่อไป
“นังเด็กไม่รักดี หลังจากที่แม่ของแกตายไปแล้ว แกยังจะช่วยคนนอกอยู่อีกเหรอ?” เมื่อหญิงชราเห็นว่าหวงฉีฉีเข้าข้างคนเป็นพ่อ เธอจึงต้องกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ
หวงฉีฉีไม่ได้มีท่าทางว่าจะใจอ่อนเลยสักนิด “ครอบครัวของพวกเราไม่ดูแลคุณยายยังไงค่ะ? พวกเราให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 100 หยวน แถมยังกลับบ้านเอาของขวัญไปให้ทุก ๆ วันหยุดอีกด้วย!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา กลุ่มคนที่มาจากหมู่บ้านทางด้านหลังก็พยักหน้าสนับสนุน “ใช่แล้ว เธอพูดถูกต้องที่สุด หวงอี้เหิงส่งเงินมาให้คุณใช้ทุกเดือน แต่คุณก็ยังกล่าวหาว่าพวกเขาไม่ดูแล”
“ถูกต้อง เมื่อครั้งที่คุณขาหักอยู่ในไร่ แม่ใหม่ของฉีฉีก็เป็นคนพาคุณไปส่งโรงพยาบาล เธออยู่ดูแลคุณจนหายดี แต่คุณก็ไม่ได้สำนึกบุญคุณ พวกเราอยากจะรู้นักว่าคนไม่สำนึกบุญคุณคนอื่นแบบนี้จะมีจุดจบยังไงในอนาคต!”
“ได้ข่าวว่าที่ตากับยายมางานวันนี้ ก็เพราะอยากจะได้บ้านหลังใหม่ใช่ไหม?”
กลุ่มชาวบ้านพูดด้วยสีหน้าแววตาดุดัน น้ำเสียงข่มขู่คุกคาม
ตอนแรก สองตายายยังคงทำท่าหยิ่งผยองต่อหน้าครอบครัวของหวงฉีฉี แต่พวกท่านก็ไม่กล้าแสดงกิริยาเช่นนั้นอีกแล้วต่อหน้าชาวบ้านกลุ่มนี้ เพราะชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นคนที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน หากพวกท่านไปล่วงเกินคนกลุ่มนี้ พวกท่านก็อาจจะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านได้
“แหม ฉันแค่โมโหที่หลานสาวไม่เชิญมางานแต่ง ก็เลยเผลอพูดสิ่งที่ไม่สมควรพูดออกไปเท่านั้น ทำไมพวกคุณต้องมาสนใจขนาดนี้ด้วย?” หญิงชราหัวเราะออกมา พยายามหาทางออกให้แก่ตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นคุณยายแท้ ๆ ของหวงฉีฉี คุณพ่อหวงไม่พูดอะไรอีก นอกจากหันไปบอกกับทุกคนว่า “ไม่มีอะไรแล้วครับ แค่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย พวกเราทานอาหารกันต่อดีกว่า”
“ใช่แล้วค่ะ เชิญทุกคนเข้าด้านในได้เลย” ลู่ฉิวเยว่ต้อนรับกลุ่มคนจากหมู่บ้านอย่างเป็นมิตร เชิญให้พวกเขานั่งที่โต๊ะด้านในร้าน และสั่งให้พ่อครัวรีบทำอาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว
และเพื่อป้องกันสองตายายมหาภัยก่อกวนอีก เธอจึงได้จัดให้พวกท่านนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับกลุ่มคนจากหมู่บ้าน
เมื่อปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศในงานเลี้ยงก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุกคนกินดื่มรับประทานอาหาร พูดคุยและส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
สุดท้าย งานแต่งวันนี้ก็จบลงอย่างสวยงาม กลุ่มคนจากหมู่บ้านนำตัวตายายของหวงฉีฉีกลับไปพร้อมกัน
หลังจากวันแห่งความวุ่นวายผ่านพ้นไป ลู่ฉิวเยว่ก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
“นั่งพักกินน้ำก่อนนะ” คุณแม่หวงมองหาลู่ฉิวเยว่อยู่รอบร้าน ก่อนจะพบหญิงสาวนั่งอยู่ที่มุมร้าน จึงเดินนำแก้วน้ำหวานมายื่นส่งให้
ลู่ฉิวเยว่รับแก้วน้ำมาดื่ม “เดี๋ยวลูกจ้างในร้านจะทำหน้าที่เก็บโต๊ะเก็บจานอาหารเองค่ะ ถ้าทางคุณป้าไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับไปพักผ่อนได้เลยนะคะ”
คุณแม่หวงพยักหน้า ส่งยิ้มขอบคุณให้ลู่ฉิวเยว่ “ขอบคุณมากนะที่มาช่วยงานวันนี้ ไม่งั้นทุกอย่างคงไม่ราบรื่นแบบนี้แน่”
“ด้วยความยินดีเลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่โบกไม้โบกมืออย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ
หลังจากที่จิบน้ำหวานไปได้สองอึก ฉินซือก็เดินเข้ามา
“กลับบ้านกันเลยดีไหมครับ?” เขานวดไหล่ให้กับลู่ฉิวเยว่
น้ำหนักมือของเขาไม่เบาเกินไปและไม่แรงเกินไป ลู่ฉิวเยว่อดถอนหายใจไม่ได้ เพราะรู้สึกสบายจริง ๆ
เธอเงยหน้ามองและเห็นว่าเลขาหวังนำรถมารับอยู่ที่หน้าร้านแล้ว
“กลับเลยก็ได้ค่ะ” ลู่ฉิวเยว่วางแก้วน้ำหวานลงบนโต๊ะและลุกขึ้นยืน
หน้าร้านไม่มีพื้นที่จอดรถ ถ้านำรถมาจอดหน้าร้านเช่นนี้ก็จะขัดขวางการจราจรด้านนอก
เธอรีบเดินเข้าไปลาพ่อแม่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยดีแล้วจึงเดินออกมา
…
ในอีกหลายวันให้หลัง ลู่ฉิวเยว่ไม่มีงานให้ทำ เธอนำสมุดบัญชีมาตรวจอยู่ที่บ้าน เธอและฉินซือจะออกไปเดินเล่นกันเป็นประจำ วันเวลาของเธอผ่านไปอย่างสงบสุข
“ฉิวเยว่ โทรศัพท์ครับ” ฉินซือเพิ่งกลับมาจากการทำงานพอดี โทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น เขาเป็นคนรับสายและหันมายื่นส่งหูโทรศัพท์ให้เธอ
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า “ขอบคุณค่ะ” เธอรับโทรศัพท์มาถือในมือ
“สวัสดีค่ะ”
“ฉิวเยว่ นี่ฉันเองนะ” เสียงที่มีความสุขของเฉิงเฉิงดังออกมาจากหูโทรศัพท์
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นสูง “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ทำไมถึงมีความสุขแบบนี้เนี่ย?”