สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 307 หวังเซวียนเซวียนจดทะเบียนสมรส
บทที่ 307 หวังเซวียนเซวียนจดทะเบียนสมรส
หวงฉีฉีอาจจะเป็นคนใจอ่อนอยู่สักหน่อย แต่หลังจากที่ได้รู้จักมักคุ้นกันมานาน เธอก็ได้ทราบว่าคนรักของน้องชายคงไม่โง่พอที่จะทำลายการแต่งงานครั้งนี้ลงเพราะเห็นแก่ตายายของตัวเองเด็ดขาด
ดวงตาของหวังเซวียนเซวียนกลับมาเป็นประกายอย่างมีความหวังอีกครั้ง เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ผมก็เชื่อใจเธอเหมือนกันครับ”
คุณแม่หวังได้แต่นั่งมองลูกชายอยู่บนโซฟา ไม่พูดอะไร เพียงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
อีกหลายวันหลังจากนั้น หวังเซวียนเซวียนก็ไม่ได้ไปพบเจอกับหวงฉีฉีอีกเลย เขาอยู่ที่บ้านและจัดการสิ่งต่าง ๆ ของตัวเอง
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกเป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกพี่ลูกน้องมาก ดังนั้น เธอจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่เป็นเพื่อนหวังเซวียนเซวียน
ต่อมา เธอก็ได้ค้นพบว่าถึงแม้เขาจะไม่ได้ออกจากบ้าน แต่หวังเซวียนเซวียนก็โทรศัพท์ไปหาหวงฉีฉีอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องตายายของหวงฉีฉี ดังนั้น การพูดคุยจึงเป็นไปด้วยดี
แต่ทางตระกูลหวงก็ไม่เคยแจ้งกลับมาเลยว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ คุณแม่หวังเฝ้ารอคอยด้วยความเป็นกังวล จนในที่สุดก็รู้สึกทนไม่ไหว เธอไม่อยากเสียเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์อย่างนี้ จึงต้องดึงตัวลูกชายเข้ามาพูดคุยด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“เซวียนเซวียน แม่ขอพูดอะไรที่ไม่น่าฟังหน่อยนะ ความจริง แม่สนับสนุนการแต่งงานครั้งนี้สุดหัวใจ แต่ถ้าตระกูลหวงจัดการคุณตาคุณยายของฉีฉีไม่ได้ แม่ก็อยากให้ลูกถอนตัวออกมาให้เร็วที่สุด”
หลายปีที่ผ่านมานี้ เธอต้องเห็นแม่ของลู่ฉิวเยว่ถูกญาติ ๆ ทางบ้านสามีโขกสับตลอดเวลา นั่นทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงไม่อยากเห็นลูกชายของตัวเองต้องเดินตามรอยเท้านั้น
“ผม…ทราบแล้วครับ” หวังเซวียนเซวียนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มไม่ออกอีกต่อไปแล้ว
ในทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น
“เดี๋ยวฉันไปรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าบอกคุณแม่หวัง ก่อนจะลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์
“สวัสดีค่ะ ฉันลู่ฉิวเยว่”
“ฉิวเยว่ นี่ป้าเอง” เสียงของคุณแม่หวงดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของสายโทรศัพท์ ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังเป็นฉากหลัง เหมือนกับว่าคุณพ่อหวงกำลังคอยบอกบทพูดอย่างไรอย่างนั้น
อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยสินะ ลู่ฉิวเยว่พูดต่อไปว่า “คุณป้าโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ป้าอยากคุยกับหนูนั่นแหละ” คุณแม่หวงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด “ป้าอยากจะปรึกษาเรื่องการแต่งงานของเด็กทั้งสองคนนั้น”
ถ้าจะคุยเรื่องนี้ ทำไมไม่คุยกับพ่อแม่ของหวังเซวียนเซวียนล่ะ?
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกไม่เข้าใจ จึงถามออกไปว่า “อ้อ พ่อแม่ของเซวียนเซวียนอยู่ที่นี่พอดีเลย ให้ฉันไปเรียกมาคุยไหมคะ?”
หลังจากได้รับการยินยอม เธอก็ยื่นส่งหูโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า “บ้านของฉีฉีโทรมาอยากจะคุยเรื่องงานแต่งค่ะ”
ความเศร้าเสียใจหายวับไปจากใบหน้าของคุณแม่หวังทันที เธอรีบเดินเข้ามาคว้าหูโทรศัพท์ “สวัสดีจ้ะ…”
เสียงของโทรศัพท์เบามาก ทำให้คนอื่น ๆ ไม่ได้ยินเลยว่าอีกฝั่งหนึ่งพูดอะไรบ้าง เมื่อเห็นว่าหวังเซวียนเซวียนพยายามเอาหัวแนบโทรศัพท์เพื่อฟังว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน ลู่ฉิวเยว่ก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
เธอไม่คิดเลยว่าลูกพี่ลูกน้องของตัวเองจะมีความประหม่าเรื่องการแต่งงานถึงขนาดนี้
ลู่ฉิวเยว่อดถอนหายใจไม่ได้ ถ้าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นจริง ๆ มันก็คงเป็นการแต่งงานที่มีความสุขมากทีเดียว
“เป็นยังไงบ้าง? ทางนั้นพูดอะไรไหมครับ?” เมื่อคุณแม่หวังวางสายโทรศัพท์ลงเรียบร้อยแล้ว หวังเซวียนเซวียนก็รีบถามด้วยความร้อนรน
คุณแม่หวังเคยเห็นแต่ความกระตือรือร้นแบบนี้ก็แค่ตอนที่ลูกชายอ่านหนังสือเกี่ยวกับเครื่องจักรกลเท่านั้น เธอจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ทำไมถึงได้ร้อนรนแบบนี้นะ?”
เมื่อเห็นคุณแม่หวังยิ้ม หวังเซวียนเซวียนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ใบหน้าที่ขาวซีดกลับมามีสีเลือดสูบฉีดอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเขาและหวงฉีฉียังคงมีโอกาสได้แต่งงานกันอยู่
“ทางบ้านนั้นบอกให้ลูกไม่ต้องเป็นห่วงอะไร แค่แต่งงานกันไปก็พอ เดี๋ยวพวกเขาจัดการปัญหานี้เอง”
“เยี่ยมไปเลยครับ” หวังเซวียนเซวียนพยักหน้า ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มในแววตาได้เลย
เมื่อหันกลับไปเห็นขวดไวน์แดงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาก็ชี้มือไปที่ขวดไวน์เหล่านั้นและพูดยิ้ม ๆ ว่า “พี่ครับ วันแต่งงานผมอยากให้มีไวน์แดงแบบนี้เหมือนกัน วันนี้พวกเราออกไปซื้อกันเถอะ”
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ชายหนุ่มยังมีหน้าตาอมทุกข์อยู่เลย แต่ตอนนี้ เขาก็สามารถกลับมาเตรียมจัดงานแต่งได้อย่างตื่นเต้นอีกครั้ง
ลู่ฉิวเยว่ตกตะลึงไม่น้อยกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน แต่เธอก็สามารถยิ้มออกมาได้อีกครั้งเช่นกัน “เอาสิ นี่มันเป็นงานแต่งของนายนะ นายอยากดื่มอะไรก็ตามสบายเลย”
แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่คิดเลยว่าทางตระกูลหวงจะจัดการเรื่องราวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เพราะพวกเขาโทรมาที่บ้านในตอนเช้าและตอนบ่ายก็พาตัวหวงฉีฉีมาหาถึงที่
ลู่ฉิวเยว่อยู่ในสภาพที่กำลังจัดเสื้อผ้า สะพายกระเป๋า เตรียมตัวจะกลับบ้านของตัวเอง จังหวะที่เธอเปิดประตูออกไป ก็พบคุณแม่หวงกำลังจะเคาะประตูอยู่พอดี
ลู่ฉิวเยว่มองครอบครัวผู้มาเยือนด้วยความสงสัย ก่อนจะเปิดประตูออกให้กว้างมากขึ้น “ฉันกำลังจะกลับบ้านพอดีเลยค่ะ เชิญเข้าข้างในก่อนสิคะ”
คุณแม่หวังที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงจึงรีบเดินออกมาดู ก่อนจะต้อนรับแขกด้วยความดีใจ “สวัสดีจ้ะ รีบเข้ามานั่งข้างในกันก่อนสิ”
หลังจากพูดแล้ว เธอก็ตบไหล่ลูกชายอีกครั้ง “ไปเอาน้ำชามารับแขก เร็วเข้า”
เมื่อหวงฉีฉีปรากฏตัว หวังเซวียนเซวียนก็ได้แต่จ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา และในแววตาของเขาก็มีแต่ความรักลึกซึ้งให้เห็นอย่างชัดเจน
“ครับ ได้เลยครับ” หวังเซวียนเซวียนกลับมาได้สติ ตอบรับคุณแม่หวังแล้วส่งยิ้มให้หวงฉีฉี แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องครัว
“เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ พวกเราเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีปัญหานี้เกิดขึ้นได้” คุณพ่อหวงเอ่ยปากขอโทษเป็นคนแรกด้วยความจริงใจ
คุณแม่หวังถอนหายใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่กลัวว่าตายายจะมาทำให้เด็กทั้งสองคนนี้ไม่ได้แต่งงานกันเท่านั้น”
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกท่านมายุ่งเกี่ยวกับงานแต่งของฉีฉีเด็ดขาด ที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่ออยากจะพูดคุยกันให้ชัดเจนนี่แหละ!” คุณพ่อหวงนำเอกสารจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า “ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ฉันก็อยากให้เด็ก ๆ ไปจดทะเบียนกันวันนี้เลย นี่คือเอกสารทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของฉีฉี”
คุณแม่หวังตกใจกับเรื่องนี้ไม่น้อย เธอหันหน้าไปมองสามีที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าลู่ฉิวเยว่อย่างขอความช่วยเหลือ
ลู่ฉิวเยว่จิบน้ำชาและไม่พูดอะไร
มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอสามารถให้คำแนะนำคุณลุงคุณป้าเป็นการส่วนตัว แต่การให้คำแนะนำในตอนนี้คงไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
คุณแม่หวงเห็นความอึดอัดใจของครอบครัวหวังเซวียนเซวียน จึงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ต้องห่วงนะคะ ก็อย่างที่ฉันบอกไปเมื่อตอนเช้านั่นแหละ เรื่องของตากับยายเดี๋ยวพวกเราจัดการให้เอง รับรองว่าทางฝั่งพวกคุณไม่ต้องปวดหัวเรื่องนี้อีกแล้ว”
เมื่อได้รับคำยืนยันเช่นนี้ คุณลุงคุณป้าก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที “ไม่เป็นไรครับ ถึงจะมีปัญหาก็ไม่เป็นไรหรอก”
หวังเซวียนเซวียนเดินกลับออกมาจากห้องครัวได้ยินประโยคนั้นเข้าพอดี ดวงตาของเขาก็เป็นประกายแวววาวอย่างมีความสุข ในหัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหอมหวาน ก่อนจะหันไปมองที่หวงฉีฉีที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่รู้ตัว
เธอเองก็กำลังนั่งก้มหน้าด้วยความเขินอายเช่นกัน และยิ่งทางผู้ใหญ่ปรึกษาหารือเรื่องการแต่งงานมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งนั่งก้มหน้าต่ำมากเท่านั้น
“ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสามโมง สำนักงานกิจการพลเรือนยังไม่ปิดทำการ พวกเราไปจดทะเบียนกันเลยดีไหมคะ?” คุณแม่หวงหันไปถามสองหนุ่มสาวพร้อมกับยิ้มกว้าง
“ดีเลยครับ” หวังเซวียนเซวียนเห็นด้วยทันที ไม่ว่าใครก็มองออกว่าเขากำลังตื่นเต้นอย่างมาก
หวงฉีฉีหน้าแดงและผงกศีรษะ
“งั้นพวกเรารีบขับรถไปกันเถอะ ไปกันตอนนี้เลย” คุณพ่อหวงหัวเราะออกมาเสียงดัง เขามีความสุขจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อีกแล้ว