สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 306 ตายายของหวงฉีฉีต้องการบ้านหลังหนึ่งเป็นค่าสินสอด
- Home
- All Mangas
- สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80
- บทที่ 306 ตายายของหวงฉีฉีต้องการบ้านหลังหนึ่งเป็นค่าสินสอด
บทที่ 306 ตายายของหวงฉีฉีต้องการบ้านหลังหนึ่งเป็นค่าสินสอด
“คุณตาคุณยายหมายความว่ายังไงคะ?”
“หลานสาวของพวกเรากำลังจะแต่งงานทั้งที พวกเราก็น่าจะได้อะไรบ้างสิ พวกเราตายายแก่แล้ว อยากจะได้บ้านหลังหนึ่งเอาไว้อยู่ตอนแก่เฒ่า นับมันรวมเข้าไว้ในสินสอดของฉีฉีก็ได้” ชายชราพูดออกมาเสียงดัง
ปรากฏว่าต้องการเงินนี่เอง
ทุกคนรู้ได้ในทันที
“เรื่องนี้คงต้องไปคุยกับทางลุงหวงแล้วล่ะ มาคุยกับทางพวกผมก็คงไม่มีประโยชน์หรอกครับ คุณตาคุณยายกลับไปก่อนเถอะนะ” อีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งแล้ว แต่สุดท้ายก็มีปัญหาเกิดขึ้นจนได้ หวังเซวียนเซวียนรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อหญิงชราได้ยินคำพูดของหวังเซวียนเซวียน สีหน้าที่อ่อนโยนก็กลับกลายเป็นดุร้ายในพริบตา หญิงชรายกมือชี้หน้าชายหนุ่มและด่าทอว่า “พวกเราไม่มีสิทธิ์มาร้องขออะไรเลยหรือไง? ครอบครัวของนายร่ำรวยขนาดนี้ ทำไมถึงให้ไม่ได้?”
“นั่นสิ ทำไมจะต้องไปคุยกับพ่อของฉีฉีด้วย? พวกเราไม่ใช่ญาติของฉีฉีหรือไง? ไม่ว่าพวกเราพูดอะไร พ่อแม่ของฉีฉีก็เห็นด้วยนั่นแหละ หากพวกนายไม่ยอมให้บ้านกับเรา ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แต่งงานกับฉีฉี!” ชายชราเคาะไม้เท้าสองครั้งอย่างข่มขู่
ลู่ฉิวเยว่หรี่ตาลง ไม่ได้พูดอะไร เธอรีบลุกขึ้นแอบไปโทรศัพท์
หลังจากที่ได้รู้จักกันมาเนิ่นนาน ลู่ฉิวเยว่มั่นใจว่าตัวเองรู้จักพ่อแม่ของหวงฉีฉีดีพอสมควร ถ้าพวกเขาอยากได้บ้านอีกหลังเป็นส่วนหนึ่งของสินสอดก็คงพูดออกมานานแล้ว ไม่มีทางมาพูดก่อนถึงวันแต่งงานไม่กี่วันเช่นนี้เด็ดขาด
นี่เป็นวิธีการก่อกวนไม่ให้มีงานแต่งมากกว่า
“ฮัลโหล คุณลุงหวงใช่ไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่ถามทันทีที่มีคนรับสาย
“ฉิวเยว่ นี่ป้าเอง” เสียงของคุณแม่หวงดังตอบกลับมาจากปลายสาย “โทรมามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”
ในช่วงนี้ พวกเธอมักจะโทรหากันเสมอ เพราะต้องปรึกษาหารือเกี่ยวกับการจัดงานแต่งของคู่หนุ่มสาว ดังนั้น คุณแม่หวงจึงเข้าใจว่าลู่ฉิวเยว่กำลังจะโทรมาปรึกษาเรื่องงานแต่งอีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม คำตอบของลู่ฉิวเยว่ก็ทำให้สีหน้าของคุณแม่หวงแปรเปลี่ยนไป
“มีคนมาที่บ้านของพวกเราค่ะ พวกเขาอ้างว่าเป็นตายายของฉีฉี พวกเขายืนยันว่าต้องการบ้านอีกหลังหนึ่งเป็นสินสอดในการแต่งงาน ทางคุณป้ารู้เรื่องนี้บ้างไหมคะ?”
คุณแม่หวงตกตะลึง จากนั้นจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงเกิดความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที “รอเดี๋ยวนะ ป้าขอโทรไปบอกพ่อของฉีฉีก่อน”
หลังจากพูดจบ เธอก็วางสายอย่างรวดเร็วและโทรศัพท์ไปหาสามี
ไม่ใช่เพราะว่าคุณแม่หวงไม่อยากแก้ไขปัญหานี้ แต่เธอมีสถานะเป็นแค่แม่เลี้ยงเท่านั้น เธอไม่เหมาะสมที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยตรง
“ว่าไงที่รัก” เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับจากสามี คุณแม่หวงก็รู้ว่าเขาคงอยู่ในที่ทำงาน
คุณแม่หวงมีบุคลิกที่แยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ในอดีต เธอไม่เคยโทรไปรบกวนเขาในช่วงเวลางานมาก่อน แสดงว่าวันนี้ต้องมีเรื่องด่วนจริง ๆ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะรีบไปทันที!” เมื่อรับฟังเรื่องราวทุกอย่างจบแล้ว คุณพ่อหวงก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
คุณแม่หวงรับคำ แล้วคว้ากระเป๋าเพื่อเดินทางมาที่บ้านของหวังเซวียนเซวียน
เธอและสามีมาพบกันที่หน้าประตูบ้านของหวังเซวียนเซวียนพอดี ทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไร
“มาทันเวลาพอดีเลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่รู้สึกรำคาญใจกับคำพูดที่ไร้เหตุผลของคนชราทั้งสองภายในบ้าน เธอจึงออกมาสูดอากาศข้างนอกและพบกับพ่อแม่ของหวงฉีฉีกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี “ทั้งสองท่านอยู่ข้างในค่ะ”
คุณพ่อหวงยิ้มอย่างขออภัย แล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน
“หลานสาวของฉันดีงามถึงขนาดนี้ แค่บ้านหลังเดียวทำไมให้ไม่ได้? ฉันไม่สนหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น…” หญิงชราส่งเสียงกรีดร้องอย่างหน้าไม่อาย
“พอได้แล้วครับ!” คุณพ่อหวงตะโกนด้วยความโกรธ หยุดยั้งเสียงกรีดร้องของหญิงชรา “คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจมาก่อกวนงานแต่งของฉีฉีใช่ไหมครับ?”
“แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับพวกเราแบบนี้!” ชายชราดูจะไม่แปลกใจกับเสียงคำรามของคุณพ่อหวงเลยสักนิด แต่เขากลับยิ่งมีความไม่พอใจมากกว่าเดิม “ถ้าแกไม่ปฏิเสธและยอมซื้อบ้านให้พวกเราตั้งแต่แรก พวกเราจะต้องมาที่นี่ทำไม?”
“นั่นสิ แกสนใจแค่ตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่ได้ห่วงใยคนแก่อย่างพวกเราเลยสักนิด ไม่รู้ว่าจิตสำนึกของแกโดนหมากินไปหมดแล้วหรือไง?” หญิงชรายืนเอามือเท้าสะเอว
คุณพ่อหวงรู้สึกไม่พอใจชายหญิงชราคู่นี้จริง ๆ “ทำไมผมจะไม่สนใจครับ? ผมก็ให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 100 หยวนทุกเดือนเลยนะ แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ?”
“พ่อกับแม่รีบกลับไปเถอะครับ! อย่าทำให้ฉีฉีอับอายไปมากกว่านี้เลย!” คุณพ่อหวงเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเรื่องราวชักจะบานปลายมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงรีบกลับเข้าประเด็นสำคัญอีกครั้ง
แต่ชายหญิงชราคู่นี้จะยอมไว้หน้าเขาได้อย่างไร? พวกเขายิ่งขึ้นเสียงโต้เถียงกับคุณพ่อหวงด้วยความดุเดือดมากกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่าคุณพ่อหวงเริ่มพูดอะไรไม่ออก คุณแม่หวงจึงเข้าไปช่วยเหลือ และเกิดเป็นการทะเลาะวิวาทใหญ่โตขึ้นมาทันที
ลู่ฉิวเยว่ยืนดูอยู่ด้านข้าง เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในที่สุด
ปรากฏว่าชายหญิงชราคู่นี้ไม่ได้เป็นตายายที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับหวงฉีฉี พวกเขาเป็นพ่อแม่ของแม่ที่แท้จริงของหวงฉีฉี เมื่อลูกสาวของตนเองเสียชีวิตไป คุณพ่อหวงจึงได้ถอนตัวออกมา พวกเขาไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกันอีก แต่ชายหญิงชราคู่นี้ก็มีฐานะเป็นตายายของหวงฉีฉีจริง ๆ
ทว่า เมื่อดูจากพฤติกรรมของชายและหญิงชราคู่นี้ พวกเขาก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นตายายเลยสักนิด
ตอนที่ลูกสาวของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะบีบบังคับให้ลูกสาวส่งเงินให้ในทุก ๆ วัน หลังจากลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว พวกเขาก็หันมาสูบเลือดสูบเนื้อลูกเขยมากขึ้นเรื่อย ๆ
และเมื่อตายายคู่นี้ได้ข่าวว่าหวงฉีฉีกำลังจะแต่งงาน พวกเขาจึงเรียกร้องอยากจะได้บ้านเป็นของขวัญให้แก่ตัวเอง
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ดูเหมือนทุก ๆ ครอบครัวก็จะมีปัญหาของตัวเองเหมือนกันหมดสินะ ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลหวง
การโต้เถียงดำเนินไปไม่นานนัก ในที่สุด คุณพ่อหวงก็บังคับให้พ่อแม่ของอดีตภรรยาออกไปจากบ้านหลังนี้ โดยขู่ว่าถ้าทั้งสองคนไม่ยอมทำตาม เขาจะไม่ให้ค่าเลี้ยงดูรายเดือนอีกแล้ว
“ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะจ๊ะ พวกฉันขอกลับไปจัดการปัญหานี้ก่อน เดี๋ยววันหลังจะกลับมาขอโทษอีกครั้ง” คุณแม่หวงยืนมองสามีของตนเองขับไล่ชายชราและหญิงชราคู่นั้นออกไป ก่อนจะหันมายิ้มอย่างขออภัยให้พวกลู่ฉิวเยว่
“มีญาติแบบนี้น่ากลุ้มใจตายเลยนะคะ” คุณแม่หวังถอนหายใจออกมาด้วยความสงสารคุณแม่หวง
คุณแม่หวงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินถือกระเป๋าออกไป รีบตามสามีไปจนทัน
ในที่สุด ห้องนั่งเล่นก็กลับมาอยู่ในความสงบ ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจออกมายาวด้วยความโล่งอก
“ตายายคู่นี้ท่าทางร้ายกาจน่าดู เซวียนเซวียน ลูกคิดว่ายังไงล่ะ?” หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน คุณแม่หวังก็หันไปมองหน้าลูกชายด้วยความเป็นกังวล
ดูจากความดื้อรั้นของตายายคู่นี้แล้ว พวกเขาคงมาก่อกวนอีกในอนาคตอย่างแน่นอน และก็คงใช้สถานะที่เป็นตายายทางสายเลือดของหวงฉีฉีเรียกร้องเงินจากพวกเขา
“นั่นสิ ถ้าแต่งงานไป มีหวังได้ถูกรังควานเกือบทุกวันแน่” เมื่อลู่ฉิวเยว่เห็นตายายคู่นี้ เธอก็นึกถึงคุณย่าใหญ่ของตัวเองในเมืองหัวอ้ายขึ้นมาทันที และเธอก็อดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้
หวังเซวียนเซวียนเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจ “ดูท่า…จะรับมือไม่ง่ายจริง ๆ ครับ ผมคงแล้วแต่ฉีฉีนั่นแหละ”
ถ้าเธอยืนยันว่าต้องเลี้ยงดูตายายของตัวเอง แม้ว่าพวกท่านจะเป็นคนที่ไร้ยางอายมากก็ตาม และมีความเป็นไปได้ที่จะเกาะติดพวกเขาไปตลอดชีวิต หวังเซวียนเซวียนก็คงต้องลองคิดทบทวนดูอีกที เขารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่หลงใหลในความรัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเขาต้องแต่งงานกับใครสักคนไปชั่วชีวิต เขาก็คงไม่ยอมอยู่ใต้ร่มเงาของชายหญิงชราคู่นี้เด็ดขาด
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา หวังเซวียนเซวียนก็รู้สึกเจ็บปวดในหัวใจทันที
เขาไม่อยากเลิกรากับหวงฉีฉี
“ช่างมันเถอะ ตอนนี้เราอย่าเพิ่งมาคิดถึงเรื่องนี้เลย พี่เชื่อว่าฉีฉีเป็นคนมีเหตุผล” ลู่ฉิวเยว่ไม่สามารถทนเห็นสีหน้าเศร้าใจของน้องชายได้อีกแล้ว ดังนั้น เธอจึงตบไหล่ปลอบใจเขาและให้กำลังใจอย่างเต็มที่