สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 305 บรรยากาศเป็นใจในบ้านหลังใหม่
บทที่ 305 บรรยากาศเป็นใจในบ้านหลังใหม่
แววตาของฉินซือที่ปกติมักจะมีแต่ความเย็นชา วันนี้ก็กลับกลายเป็นอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ เขาพยักหน้าให้กำลังใจหวังเซวียนเซวียนเช่นกันว่า “ถ้านายยังพัฒนาตัวเองแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มกว้างพร้อมกับตบไหล่น้องชาย “เห็นไหม ขนาดพี่เขยยังชมนายแบบนี้เลย นายต้องทำได้แน่นอน”
หวังเซวียนเซวียนพยักหน้าและหันไปยิ้มให้ลู่ฉิวเยว่
พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จตอนสี่โมงพอดี หวังเซวียนเซวียนคิดอะไรบางอย่างก็พาหวงฉีฉีไปดูบ้านหลังใหม่ด้วยกัน
“นั่งรถไปไหม?” สองหนุ่มสาวเดินจับมือกันลงบันไดบ้าน หวังเซวียนเซวียนหันมาถามหวงฉีฉีพร้อมกับชี้มือไปที่รถสามล้อซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล
หวงฉีฉีเพิ่งจะทานอาหารไปมากมายภายใต้การดูแลเอาใจใส่จากคุณแม่หวัง ในตอนนี้ เธอยังรู้สึกอิ่มท้องอยู่ จึงส่ายหน้าตอบกลับไปโดยไม่ลังเล “เดินย่อยอาหารกันดีกว่าคะ”
หวังเซวียนเซวียนพยักหน้า พวกเขาเดินไปตามถนนอย่างช้า ๆ พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน คู่รักต่างเดินเคียงกัน ซึ่งทำให้เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างยิ่ง
โชคดีที่บ้านหลังใหม่ของหวังเซวียนเซวียนอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อแม่ เพราะเขาอยากให้ทุกคนมารวมตัวกันได้สะดวกในอนาคต พวกเขาจึงเดินไปถึงบ้านหลังใหม่ในเวลาเพียงสิบนาที
เมื่อไปถึงบ้านหลังนั้น หวังเซวียนเซวียนก็ควักกุญแจออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตและเปิดประตู
หวงฉีฉียืนมองตาไม่กะพริบกับภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างช้า ๆ
ห้องนั่งเล่นภายในบ้านมีขนาดกำลังพอดี มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตร แต่ก็ใหญ่มากพอที่คนสองคนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
เมื่อคิดว่าที่นี่กำลังจะกลายเป็นบ้านหลังน้อยของพวกเขา หวงฉีฉีก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเธอทอประกายอ่อนโยนออกมา
“ชอบไหมครับ?” หวังเซวียนเซวียนไอออกมาแห้ง ๆ หันกลับไปมองหน้าเธอ สายตามีความวิตกกังวลเล็กน้อย
หวงฉีฉีหัวเราะให้กับสีหน้าที่เป็นกังวลของเขา ก่อนจะพยักหน้า “ชอบมากเลยค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำตอบของเธอ หวังเซวียนเซวียนก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด เขาเดินจับมือเธอก้าวเข้าไปข้างในบ้าน และให้เธอได้ดูแต่ละห้องที่อยู่ในบ้านด้วยตนเอง
“ห้องนี้จะใช้เป็นห้องหอของพวกเรา” เมื่อเขาเปิดประตูห้องตรงกลาง ความเขินอายก็ฉายประกายอยู่ในแววตาของหวังเซวียนเซวียน หวงฉีฉีก็มีใบหน้าแดงก่ำจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
แต่สุดท้าย เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าห้องหอของตัวเองจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร หวงฉีฉีจึงเงยหน้าขึ้นมาสำรวจดูเล็กน้อย
แม้ว่าบ้านใหม่หลังนี้เพิ่งจะได้รับการปรับปรุงไปได้ไม่นาน แต่เตียงนอนภายในห้องก็ได้รับการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว บนเตียงถึงกับมีฟูกนอนพร้อมสำหรับการใช้งาน มีแม้กระทั่งม่านโปร่งบางกั้นอยู่รอบเตียงพร้อมกับพู่ประดับอีกด้วย
หวงฉีฉียืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ในหัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น
การตกแต่งของห้องแห่งนี้เหมือนห้องนอนของเธอทุกประการ เธอเคยเล่าให้หวังเซวียนเซวียนฟังก่อนหน้านี้ แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะจำรายละเอียดทุกอย่างได้จริง ๆ
เธอยิ้มกว้างและหันไปหาหวังเซวียนเซวียน ดวงตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้งใจ ซึ่งทำให้ใบหน้าของหวงฉีฉีดูงดงามมากยิ่งขึ้น
และด้วยความที่ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังภายในห้องนอน บรรยากาศจึงเกิดความคลุมเครือขึ้นเล็กน้อย หวังเซวียนเซวียนหัวใจเต้นเร็วแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อจ้องมองไปที่ใบหน้าอันยั่วยวนใจของคู่หมั้นตนเอง
ไม่ทราบเลยว่าผู้ใดเป็นคนเริ่มก่อน แต่เมื่อหวงฉีฉีรู้ตัวอีกที ทั้งสองคนก็นัวเนียกันแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักอันหอมกรุ่นและความเร้าร้อน
ฟูกนอนใหม่มีความอ่อนนุ่มมาก และมันคงถูกนำไปตากแดดมาแล้ว จึงไม่มีกลิ่นเหม็นอับแม้แต่น้อย แถมยังมีกลิ่นที่หอมละมุนอีกด้วย
หวงฉีฉีซึ่งปกติเป็นคนเขินอายในขณะนี้กลับเต็มไปด้วยความปรารถนา มือที่สั่นเทาของเธอลูบลงเข้าไปในกางเกงของหวังเซวียนเซวียน
“ไม่ ฉันทำไม่ได้” ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง รีบดึงมือของหวงฉีฉีกลับออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเช่นกัน
ในที่สุด หวงฉีฉีก็กลับมาได้สติ เบิกตาโตด้วยความเขินอาย และถามด้วยความไม่พอใจว่า “ทำไมต้องอดทนเอาไว้ด้วยล่ะ?”
เมื่อคำพูดนั้นหลุดปากออกไป หวงฉีฉีก็แทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่าเธอจะพูดเช่นนี้ได้ เธอรู้สึกอับอายขายหน้า ใบหูกลายเป็นสีแดง
“ฉันจะรอจนกว่าเราจะแต่งงานกัน” หวังเซวียนเซวียนปาดน้ำตาออกไปจากหางตาของเธอและจูบริมฝีปากของหวงฉีฉีด้วยความอ่อนโยน
พวกเขายังไม่ได้วางแผนมีครอบครัว ถ้าเกิดหวงฉีฉีตั้งท้องขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ภาพลักษณ์ของเธอก็จะเสียหายเอาได้
ในยุคสมัยนี้ แค่การจูบปากในที่สาธารณะก็ถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมมากแล้ว ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ท้องก่อนแต่งขึ้นมา เขาก็ไม่ทราบเลยว่าหวงฉีฉีจะได้รับการตำหนิติเตียนจากชาวบ้านมากแค่ไหน
อีกอย่าง หวงฉีฉียังอายุน้อย กำลังจะต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ชีวิตของเธอจะต้องมาถูกเหนี่ยวรั้งเพราะเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?
หวงฉีฉีตกตะลึง รู้สึกอบอุ่นในหัวใจและก็ยิ่งคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องมากขึ้นที่แต่งงานกับหวังเซวียนเซวียน
เขาห่วงใยเธอหมดหัวใจ แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังห่วงความรู้สึกของเธอ
หวังเซวียนเซวียนใจเย็นลงมากแล้ว เขาเดินไปส่งหวงฉีฉีกลับบ้านอย่างเงียบ ๆ
ยังคงมีเรื่องราวให้เตรียมการอีกมากมายสำหรับการจัดงานแต่ง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัวของลู่ฉิวเยว่ เรื่องราวที่ยุ่งยากวุ่นวายทั้งหมดก็ผ่านไปอย่างราบรื่น
…
ในวันนี้ ลู่ฉิวเยว่มีเวลาว่างพอดี เธอตั้งใจจะนำไวน์แดงที่เพิ่งได้รับมาสองขวดให้คุณพ่อหวังลองชิม ดังนั้น เธอจึงนำไวน์แดงไปที่บ้านตระกูลหวัง
“ฉิวเยว่ วันนี้มีเวลาว่างแล้วเหรอ?” เมื่อคุณแม่หวังเปิดประตูมาเห็นหน้าลู่ฉิวเยว่ ท่านก็ไม่ปิดบังความดีใจ รีบเชิญให้เธอเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
หวังเซวียนเซวียนลาหยุดเพื่อมาจัดเตรียมงานแต่ง ปรากฏว่าวันนี้อยู่บ้านพอดีเช่นกัน จึงนำน้ำชาและขนมขบเคี้ยวมาต้อนรับลู่ฉิวเยว่
“ฉันเพิ่งได้ไวน์แดงมาสองขวด แล้ววันนี้ก็มีเวลาว่างพอดีเลยแวะมาหาน่ะค่ะ” ลู่ฉิวเยว่วางขวดไวน์แดงลงบนโต๊ะ พูดพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง
คุณพ่อหวังพยักหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย ในช่วงนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดเขาถึงหมกมุ่นอยู่กับไวน์แดง เขาไม่คิดเลยว่าหลานสาวจะสังเกตเห็น
ชายวัยกลางคนอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้
ทำไมเขาถึงไม่มีลูกสาวดี ๆ แบบนี้บ้างนะ?
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”
คุณแม่หวังยิ้มแย้มกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
เธอขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปเปิดประตู เมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูเป็นคนแปลกหน้า จึงต้องถามด้วยความประหลาดใจ “มาหาใครเหรอคะ?”
“พวกเราเป็นตายายของหวงฉีฉี ตั้งใจมาเยี่ยมพวกคุณนี่แหละค่ะ” หญิงชราหัวเราะและกวาดสายตาชำเลืองมองภายในบ้านอย่างรวดเร็ว
ทำไมพวกเขาถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะว่าหวงฉีฉียังมีตายายอยู่ด้วย?
มารดาของหวังเซวียนเซวียนรู้สึกประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับหวงฉีฉี เธอก็เปิดประตูและเชิญพวกเขาเข้าบ้าน
“ในเมื่อเป็นญาติผู้ใหญ่ของหวงฉีฉี พวกคุณก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของเราเช่นกัน เชิญเข้ามาดื่มน้ำชาก่อนเถอะค่ะ” คุณแม่หวังต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
ลู่ฉิวเยว่เงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่คู่ชายหญิงชรา ก่อนจะส่งยิ้มให้ แต่ในใจก็รู้สึกแปลกประหลาดพิกล
พวกเธอไม่เคยได้ยินครอบครัวของหวงฉีฉีเอ่ยถึงตายายมาก่อน แล้วอยู่ดี ๆ พวกท่านมาปรากฏตัวกันได้ยังไง?
ลู่ฉิวเยว่ไม่เชื่อว่าชายหญิงชราคู่นี้จะแค่มาเยี่ยมและพูดคุยเฉย ๆ
“พวกเราเห็นฉีฉีมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เธอเคยเป็น…” ชายหญิงชราคู่นี้พร้อมใจกันพูดคุยระลึกถึงความหลังของหวงฉีฉี
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ตอนที่ลู่ฉิวเยว่เกือบจะหลงเข้าใจว่าทั้งสองคนนี้มาเพื่อแสดงความยินดีกับการแต่งงานของหลานสาวจริง ๆ ชายชราก็ยิ้มและพูดออกมาว่า
“วันนี้ พวกเราไม่ได้มาเพราะเรื่องอะไรหรอก ฉีฉีเป็นหลานสาวของพวกเราก็เท่านั้น พวกเราเป็นคนเลี้ยงเธอมา จะให้แต่งงานกับใครง่าย ๆ คงไม่ได้”
สุดท้าย หางก็โผล่แล้วสินะ
ลู่ฉิวเยว่มีดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปเล็กน้อย