สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 304 คู่รักหนุ่มสาวออกเดท
บทที่ 304 คู่รักหนุ่มสาวออกเดท
ความเขินอายของเธอทำให้หวังเซวียนเซวียนหายประหม่าไปทันที เขาอดหัวเราะและหยอกเย้าเธอไม่ได้ “ถ้าพูดแค่นี้เธอก็เขินแล้ว ถ้าเกิดถึงวันแต่งงานของเรา แล้วเธอต้องพูดต่อหน้าแขกเยอะ ๆ ขึ้นมา เธอจะทำยังไง?”
“นายก็ดูแลฉันสิ!” หวงฉีฉีจ้องมองไปที่เขาด้วยความเขินอาย
หวังเซวียนเซวียนหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าจานผลไม้ที่อยู่ตรงหน้าใกล้หมดแล้ว เขาก็รีบกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟที่อยู่ด้านข้าง เพื่อสั่งเพิ่ม
“ได้เลยครับ รอสักครู่นะครับ” เด็กเสิร์ฟพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องครัว
เมื่อหวังเซวียนเซวียนหันกลับมา จึงได้เห็นว่าหวงฉีฉีกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพอดี เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงและมองตามสายตาของเธอไป ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ทางด้านนอก เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มกันอวดรถของเล่นที่อยู่ในมือ แต่ละคนต่างก็บอกว่ารถของเล่นของตัวเองนั้นยอดเยี่ยมที่สุด
หวังเซวียนเซวียนมีสีหน้าอ่อนโยนขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาเป็นประกายอบอุ่น
“พวกเราก็จะมีลูกในอนาคตเหมือนกัน เธอจะได้สอนลูกร้องเพลง ฉันจะสอนลูกให้ประกอบเครื่องจักรกล…” หวังเซวียนเซวียนหัวเราะ คำพูดของเขาคือภาพฝันอันสวยงาม
หวงฉีฉีตกตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อกลับมาได้สติเธอก็หันมองหน้าเขา เธอรู้สึกเขินอายไปชั่วขณะจนต้องหลบสายตา แต่ก็ยังรับคำเบา ๆ ว่า “ดีจัง”
เธอเริ่มจินตนาการว่าลูกของตัวเองจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร หวังเซวียนเซวียนเป็นคนจมูกโด่ง ถ้าได้ลูกชายก็คงหล่อเหมือนพ่อ แต่ถ้าได้ลูกสาว ก็คงมีคิ้วงามเหมือนแม่…
เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ หวงฉีฉีก็ขมวดคิ้วและจ้องมองไปที่หวังเซวียนเซวียนด้วยความลังเลใจ “หวังเซวียนเซวียนนายชอบลูกชายมากกว่าลูกสาวใช่ไหม”
หวงฉีฉีเคยเห็นตัวอย่างมามากมายแล้ว
เมื่อเธอนึกถึงภาพที่ว่าลูกสาวคนของตัวเองไม่เป็นที่รักของหวังเซวียนเซวียนพร้อมด้วยครอบครัวของเขา หวงฉีฉีก็รู้สึกโกรธจนอยากจะทุบตีหวังเซวียนเซวียนขึ้นมาจริง ๆ
หวังเซวียนเซวียนจ้องมองสายตาขุ่นเคืองใจของเธอด้วยความมึนงง ก่อนจะยกมือเกาศีรษะ “ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ จะลูกชายลูกสาวยังไงก็เป็นลูกเรา ฉันชอบหมดนั่นแหละ”
แต่ในทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหวงฉีฉีถึงพูดออกมาเช่นนี้ด้วยท่าทางขึงขัง เขาจึงอดยกมือลูบหัวเธอไม่ได้ “เธอคิดว่าครอบครัวของฉันจะไม่รักเด็กผู้หญิงหรือไง? ถึงพ่อแม่ฉันจะเป็นคนหัวโบราณ แต่เธอดูพี่สาวฉันสิ บ้านฉันก็ให้ความเคารพพี่สาวมากเลยไม่ใช่หรือไง?”
พ่อแม่ของเขาปรารถนาอยากจะให้ลู่ฉิวเยว่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกท่านด้วยซ้ำ
เวลาที่มีลู่ฉิวเยว่อยู่ด้วย ลูกชายแท้ ๆ อย่างหวังเซวียนเซวียนก็จะตกกระป๋องไปทันที
เมื่อหวงฉีฉีคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็พบว่าเป็นความจริง จึงอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้และจ้องมองเขา “เพราะว่านายโตแล้วไงล่ะ คุณลุงกับคุณป้าก็เลยรักพี่ฉิวเยว่มากกว่า ไม่ต้องน้อยใจหรอกนะ”
“งั้นต่อจากนี้ไปเธอก็ดูแลฉันให้ดี ๆ สิ ฉันจะได้ไม่น้อยใจอีก” หวังเซวียนเซวียนรีบมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เขาจึงโน้มตัวไปกระซิบประโยคนี้ข้างหูหวงฉีฉี
หวงฉีฉีหน้าแดงทันที เธอแกล้งทำเป็นมองเขาด้วยสายตาดุร้าย
เมื่อเห็นว่าหวงฉีฉีกำลังจะทานเค้กต่อ หวังเซวียนเซวียนก็ยื่นมือเข้าไปห้าม “หยุดกินได้แล้ว ถ้ากินต่ออีกเดี๋ยวก็ไม่มีท้องกินข้าวหรอก”
พวกเขาตกลงกันว่าจะไปทานอาหารเย็นที่บ้านของเขาวันนี้ ถ้าเกิดเธอทานเค้กจนอิ่มแล้ว หวงฉีฉียังจะทานอะไรได้อีกเหรอ?
หวงฉีฉีหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะวางส้อมลง คว้ากระเป๋าและลุกขึ้นยืน “งั้นพวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะ ย่อยอาหารพวกนี้เสร็จแล้ว เราค่อยไปที่บ้านเธอกัน”
หวังเซวียนเซวียนพยักหน้า ลุกขึ้นยืนจ่ายเงินและพาหวงฉีฉีกลับไปที่บ้านของตัวเอง
ที่บ้านตระกูลหวัง
เมื่อได้ยินว่าหวังเซวียนเซวียนจะพาหวงฉีฉีกลับมาทานอาหารค่ำด้วยกันในเย็นวันนี้ คุณแม่ลู่ก็ตามคุณแม่หวังไปที่ตลาดสดตั้งแต่เช้าเพื่อซื้อของมาทำอาหาร ในขณะนี้ พวกท่านกำลังยุ่งอยู่ในห้องครัว
วันนี้ ลู่ฉิวเยว่เลิกเรียนเร็ว เธอจึงรีบมาช่วยทำอาหารด้วยอีกคนหนึ่ง
กุ้งต้มอยู่ในหม้อ กลิ่นหอมของอาหารทะเลลอยมาพร้อมกับกลิ่นของเครื่องปรุงตลบอบอวลอยู่ในอากาศ ทำเอาผู้คนอดชะโงกมองเข้าไปในห้องครัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทานอาหารฝีมือของลู่ฉิวเยว่ พวกเขารู้สึกหิวจริง ๆ
ในไม่ช้า หวังเซวียนเซวียนก็พาหวงฉีฉีกลับมาถึงบ้าน และเมื่อเขาได้กลิ่นหอมในอากาศ น้ำลายก็ไหลออกมาทันที
ก่อนกลับมาถึงบ้าน หวงฉีฉีบอกเขาว่าเธอยังรู้สึกอิ่มอยู่เลย อาจจะไม่สามารถทานอาหารได้เยอะ แต่เมื่อจมูกของเธอสูดดมกลิ่นหอมของอาหารทะเลในอากาศ หวงฉีฉีกลับรู้สึกหิวจนท้องร้องขึ้นมาอีกครั้ง
สายตาหลายคู่จ้องมองด้วยความกระตือรือร้น ในที่สุด ลู่ฉิวเยว่ก็นำอาหารจานสุดท้ายออกมาวางบนโต๊ะ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ อาหารทุกอย่างครบแล้ว ฉินซือ คุณช่วยไปเอาน้ำแกงมาหน่อยสิ พวกเราจะได้เริ่มทานกันเลย” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร
ฉินซือตอบรับ เขาพับแขนเสื้อและเดินเข้าไปในห้องครัว
“กินให้เยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ ฉีฉีชอบกินกุ้งอยู่แล้วนี่นา!” คุณแม่หวังยิ่งมองว่าที่ลูกสะใภ้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกปลื้มใจมากเท่านั้น เธอถึงกับใช้ตะเกียบคีบกุ้งให้แก่หวงฉีฉีด้วยตนเอง
“ใช่แล้ว อีกไม่นาน พวกเราก็จะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ฉีฉีไม่ต้องเกรงใจหรอกนะลูก กินได้เต็มที่เลย” คุณพ่อหวังยิ้มออกมา
ก่อนจะหันไปตบไหล่ลูกชายด้วยความเบื่อหน่าย “หัดดูแลคู่หมั้นของแกบ้างสิ”
หวังเซวียนเซวียนอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้เมื่อถูกบรรดาผู้ใหญ่จ้องมองและเขาก็หันไปมองหน้าหวงฉีฉีโดยไม่รู้ตัว
ปรากฏว่าเธอก็หันมองมาพอดีเช่นกัน พวกเขาสบสายตากัน แล้วก็รู้สึกเหมือนกับเกิดไฟฟ้าสถิต ใบหูกลายเป็นสีแดงขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
ลู่ฉิวเยว่เห็นเช่นนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ “ใช่แล้ว ฉีฉี อีกหน่อยพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าเซวียนเซวียนรังแกเธอ ให้มาบอกพวกเราทันทีเลยนะ พวกเราจะไม่ให้อภัยเขาแน่นอน!”
เมื่อพูดออกมาถึงตรงนี้ ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเธอรู้ว่าหวังเซวียนเซวียนรักหวงฉีฉีขนาดไหน ไม่มีทางที่เขาจะรังแกคนรักของตัวเองแน่นอน
ทุกคนต่างก็พูดคุยเอาใจหวงฉีฉี ทำให้ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีชมพู
“พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย ผมจะไปรังแกเธอได้ไง? มีแต่เธอนั่นแหละรังแกผม” หวังเซวียนเซวียนเม้มปากด้วยความไม่พอใจ หวงฉีฉีมองค้อนก่อนจะแอบหยิกขาของเขาใต้โต๊ะ
เมื่อเห็นคู่รักหนุ่มสาวหยอกเย้ากัน บรรยากาศที่โต๊ะอาหารก็มีความรื่นเริงมากขึ้น พ่อแม่ของชายหนุ่มอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“อ้อ จริงด้วยสิ ข้าวของเครื่องใช้ที่เรือนหอมาส่งแล้วนะ ลองไปดูสิว่าพอใจไหม ถ้าไม่ชอบใจตรงไหนจะได้มีเวลาเปลี่ยนกันทัน” คุณพ่อหวังกำลังพูดถึงข้าวของเครื่องใช้ในบ้านหลังใหม่
หวังเซวียนเซวียนพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบกินกันดีกว่าครับ ตอนนี้เพิ่งจะ 4 โมงเย็น ระหว่างทางพาฉีฉีกลับไปส่งบ้าน พวกเราจะได้แวะดูเลย”
มือของเขาที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะจับมือของหวงฉีฉีไว้แน่น
บรรยากาศแห่งความสุขทำให้รอยยิ้มในแววตาของลู่ฉิวเยว่ไม่เคยจางหายไป “ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านทุกอย่าง เซวียนเซวียนเป็นคนพัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งนั้น ฉันว่ามันต้องดีกว่ายี่ห้ออื่นอยู่แล้วค่ะ”
หลังจากพูดจบแล้ว เธอก็หันไปให้กำลังใจหวังเซวียนเซวียนว่า “ถ้านายยังตั้งใจพัฒนาแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยก็จะต้องไปได้ดีแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของพวกเราก็จะมีคุณภาพดีมากกว่านี้อีกหลายเท่า”
เมื่อได้รับการให้กำลังใจจากพี่สาวที่ตัวเองเคารพ หวังเซวียนเซวียนก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที เขาไอออกมาแห้ง ๆ ให้คำสัญญาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ “ผมจะตั้งใจทำงานให้ดีเลยครับ”