สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 302 ไปช่วยหวังเซวียนเซวียนซื้อของใช้จัดงานแต่ง
- Home
- All Mangas
- สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80
- บทที่ 302 ไปช่วยหวังเซวียนเซวียนซื้อของใช้จัดงานแต่ง
บทที่ 302 ไปช่วยหวังเซวียนเซวียนซื้อของใช้จัดงานแต่ง
มือของเขาจับเก้าอี้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ลู่ฉิวเยว่มองเห็นข้อนิ้วที่ขาวโพลนของเขา ก่อนจะหัวเราะเยาะและข่มขู่ว่า “จะไม่บอกจริง ๆ ใช่ไหม?”
ชายหนุ่มมีใบหน้าซีดขาว กัดฟันตอบว่า “ผมทำเองแหละ”
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ ผู้จัดการโรงงานที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่ฉิวเยว่ก็มีใบหน้าบิดเบี้ยว เขารู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนโง่ที่สุดในโลก หลังจากเพิ่งเข้าข้างคนร้ายไปเมื่อสักครู่นี้
ในหัวใจของเขายิ่งเคารพชื่นชมลู่ฉิวเยว่มากขึ้น
เป็นไปตามที่คิด เจ้านายของเขาสามารถมองลูกไม้ของคนร้ายออกทะลุปรุโปร่ง และไม่ได้โดนหลอกด้วยท่าทางไร้เดียงสาแม้แต่น้อย!
“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้?” ลู่ฉิวเยว่ดึงเก้าอี้มานั่งลง ดวงตาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง
“ผมไม่ชอบระบบทำงานล่วงเวลาของโรงงานคุณ ผมก็แค่ไม่ชอบคุณ ทำไมล่ะ? ไม่ได้หรือไง?” ชายหนุ่มหัวเราะเยาะและตะโกนเสียงดัง
ลู่ฉิวเยว่หรี่ตาลง ดวงตาของเธอเหมือนจะสามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน “พูดจริงเหรอ?”
คนร้ายรู้สึกผิดปกติขึ้นมาทันที ตะโกนถามกลับมาว่า “ยังจะมีอย่างอื่นได้ยังไง?”
คนร้ายตั้งใจพูดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง
ลู่ฉิวเยว่คิดไม่ออกว่าคนร้ายทำไปเพื่ออะไร แต่ถ้าถามต่อไป ก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี เธอถอนหายใจด้วยความหมดหวังและกวักมือเรียกผู้จัดการโรงงานที่อยู่ด้านหลัง “จ่ายเงินเดือนให้เขา แล้วก็ไล่เขาออกไปซะ!”
“ได้เลยครับ ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้” ผู้จัดการโรงงานพยักหน้า รีบเรียกตัวรปภ. มาลากตัวคนร้ายออกไป
ลู่ฉิวเยว่หันไปมองทางประตูที่กลุ่มของผู้จัดการเดินจากไป เธอได้แต่ยกมือนวดขมับด้วยความหมดหวัง
ผู้จัดการคนนี้ดีในทุก ๆ ด้าน นอกจากนิสัยดีแล้ว ก็ยังทำงานเก่ง เพียงแต่ว่าไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่
“ให้ผมหาคนมาช่วยงานสักหน่อยดีไหม?” ฉินซือเห็นว่าเธอไม่พอใจกับผู้จัดการคนนี้ จึงพูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ
ลู่ฉิวเยว่โบกมือ “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ” ไม่ค่อยฉลาดก็ไม่เห็นเป็นไร ตอนนี้โรงงานของเธอไม่ใช่โรงงานใหญ่โตอะไร คุณสมบัติเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว อีกอย่างเขาก็ซื่อสัตย์ดี ลู่ฉิวเยว่ต้องการจะเก็บผู้จัดการคนนี้เอาไว้
เธอก็ได้แต่หวังว่าเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองในอนาคต
ลู่ฉิวเยว่เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตนเองเสมอ ฉินซือทำได้เพียงยืนอย่างเข้าใจอยู่ด้านข้าง ไม่ได้บังคับให้เธอทำอะไรทั้งนั้น
“หมดเรื่องกันสักที…” คุณพ่อลู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าเรื่องราวทุกอย่างจบลงแล้ว เขาก็หันมามองลู่ฉิวเยว่อีกครั้ง
ลู่ฉิวเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าว่า “ช่วงนี้ต้องเพิ่มกำลังคนเดินตรวจตราในโรงงานหน่อยนะคะ หนูว่าคงมีคนร้ายแบบเขาซ่อนตัวอยู่อีกไม่น้อยเลย”
โรงงานของเธออาจจะมีผู้ไม่หวังดีปะปนอยู่
คุณพ่อลู่เข้าใจความหมายของลูกสาวอย่างรวดเร็ว จึงพยักหน้ารับปากพร้อมพูดว่า “เดี๋ยวพ่อจะจัดการให้!”
หลังจากพูดจบ เขาก็คิดที่จะหาคนที่เชื่อใจได้สักกลุ่มหนึ่งมาคอยจับตาดูคนงานในโรงงาน
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือลาพ่อของเธอ “หนูกลับบ้านก่อนนะคะ สงสัยคงต้องกลับไปพักสักหน่อยแล้ว”
ฉินซือพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมอำลาคุณพ่อลู่และเดินออกไปจากโรงงานพร้อมกับภรรยา
ลู่ฉิวเยว่ใช้เวลาอีกสองวันต่อมายุ่งอยู่กับการสอบ เว้นแต่วันแรกที่เกิดปัญหา การสอบวันที่เหลือดำเนินไปอย่างราบรื่น
วันเสาร์เป็นวันสุดท้ายในการสอบ ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและกลับบ้านไปพักผ่อน
แต่อย่างไรก็ตาม เวลาว่างคงอยู่ไม่นานนัก ลู่ฉิวเยว่ได้รับโทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้องของเธอตอนกลางคืนวันเสาร์
“ว่าไง เซวียนเซวียน มีอะไรเหรอ?” ลู่ฉิวเยว่หัวเราะและทักทายอย่างอบอุ่น
หวังเซวียนเซวียนไอออกมาเบา ๆ พูดด้วยความเขินอายว่า “วันพรุ่งนี้พี่ว่างไหมครับ?”
“ว่างสิ มีอะไรหรือเปล่า?” ลู่ฉิวเยว่จิ้มแอปเปิ้ลที่วางอยู่ในจานผลไม้ข้างตัวใส่ปากอย่างสบายอารมณ์
“วันพรุ่งนี้ผมกับพ่อแม่ว่าจะไปเดินดูของสำหรับจัดงานแต่งสักหน่อย พี่เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ไปช่วยผมเลือกหน่อยได้ไหม?” หวังเซวียนเซวียนพูดออกมาด้วยความเขินอาย
การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ เขากำลังจะแต่งงานกับหวงฉีฉีซึ่งเป็นคนที่เขารัก เขาอยากจะให้เธอได้รับในสิ่งที่ดีและสิ่งที่เหมาะสมมากที่สุด
เมื่อเป็นเรื่องราวการแต่งงานของน้องชาย ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกมีความสุข เธอยิ้มแย้มออกมาอย่างจริงใจ “ได้สิ เดี๋ยววันพรุ่งนี้พี่ไปเป็นเพื่อน”
หลังจากใช้ความคิดเล็กน้อย เธอก็ให้คำแนะนำว่า “แต่การแต่งงานเป็นเรื่องของสองครอบครัว พวกเราเลือกกันแค่ฝ่ายเดียวคงไม่ดีหรอก นายน่าจะบอกพ่อแม่ของหวงฉีฉีด้วยนะ ทุกคนจะได้มาช่วยกันเลือก จะได้ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวไปในตัวด้วยไง”
หวังเซวียนเซวียนคิดขึ้นมาได้ทันทีว่าตนเองมองข้ามเรื่องนี้ไป นับว่าคิดถูกจริง ๆ ที่เขาโทรไปหาพี่สาว “ได้ครับ ผมจะบอกพวกเขาเอง”
หวังเซวียนเซวียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลู่ฉิวเยว่ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขานั้นแก่กว่าเขาเพียงไม่กี่ปี แต่เธอก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขาหลายเท่า เมื่อไหร่เขาถึงจะเก่งแบบพี่สาวคนนี้บ้างนะ?
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า “ดีแล้ว เดี๋ยวมันจะดึกเกินไป นายรีบโทรไปบอกพวกเขาเถอะ”
แล้วเธอก็วางสาย
เช้าวันต่อมา ลู่ฉิวเยว่ดูนาฬิกาและเดินทางไปยังจุดที่นัดพบกันไว้
ณ บริเวณทางเข้าห้างสรรพสินค้า ครอบครัวคุณลุงของเธอได้มาถึงแล้ว
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะและรีบเดินเข้าไปหา “คุณลุงคุณป้าคะ มากันเร็วจังเลย”
คุณป้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี “หลังจากนัดกับพ่อแม่ของหวงฉีฉีเมื่อวานนี้ ป้าก็รู้สึกเครียดไปหมดเลย เวลาผ่านไปเร็วมาก เพียงแป๊บเดียวเซวียนเซวียนของพวกเราก็จะแต่งงานแล้วสินะ?”
คุณลุงมองเธออย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับกล่าวว่า “อายุก็ตั้งปูนนี้แล้ว จะมาตื่นเต้นกับเรื่องนี้ทำไมก็ไม่รู้ ถ้าเกิดเซวียนเซวียนแต่งงานจริง ๆ ขึ้นมา ป้าของเธอคงนอนไม่หลับไปหลายวัน”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกตลกขบขันกับคำพูดของคุณลุงคุณป้าจนต้องหัวเราะออกมา
ห่างออกไปไม่ไกล รถยนต์แล่นเข้ามาจอดอย่างช้า ๆ ลู่ฉิวเยว่หันไปมองก็เห็นครอบครัวของหวงฉีฉีก้าวลงมาจากรถ
เธอยิ้มด้วยความประหลาดใจและโบกมือทักทายฝ่ายตรงข้าม
พ่อแม่ของหวงฉีฉีมีความสุขมากที่ได้พบเจอทุกคน พวกเขารีบเดินเข้ามาหา
“เป็นความผิดของคุณคนเดียวเลย กว่าจะมาได้เอาแต่เปลี่ยนสูทไปตั้งหลายตัว ใส่ตัวนั้นก็ไม่ดี ใส่ตัวนี้ก็ไม่สง่ามากพอ เสียเวลาจนทำให้พวกเรามาช้านี่แหละจ้ะ” คุณแม่หวงกลอกตามองผู้เป็นสามี น้ำเสียงฉุนเฉียวเล็กน้อย
นี่คือการอธิบายตามมารยาท ทางหนึ่งพวกเขาต้องการอธิบายว่าเพราะเหตุใดถึงมาสาย อีกทางหนึ่ง ครอบครัวของหวงฉีฉีก็ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อของในวันนี้มากเพียงใด บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย ทุกคนส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
“พวกเราไปกันเลยดีกว่าค่ะ วันนี้นอกจากเราจะเลือกซื้อของใช้สำหรับวันแต่งงานแล้ว ฉันว่าเราไปเลือกดูชุดให้เจ้าสาวใส่ในช่วงงานเลี้ยงหลังแต่งงานด้วยดีไหมคะ” คุณแม่หวงเดินเข้ามาพูดคุยกับคุณแม่หวังด้วยความกระตือรือร้น แล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าด้วยกัน
คุณพ่อหวงเป็นนักธุรกิจใหญ่ ปกติแล้วไม่สามารถพูดคุยเจ๊าะแจ๊ะเหมือนภรรยา แต่เขาก็พูดคุยกับคุณลุงของลู่ฉิวเยว่ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านอย่างเป็นกันเองเช่นกัน
ลู่ฉิวเยว่ยืนมองทั้งสองครอบครัวจากทางด้านหลัง เธอเองก็รู้สึกมีความสุขจริง ๆ
ครอบครัวของลูกพี่ลูกน้องของเธอและครอบครัวของคนรักของเขาดูรักใคร่กลมเกลียวกันดีไม่มีความแตกแยก นี่นับเป็นการแต่งงานที่สวรรค์สร้างสรรค์อย่างสวยงามโดยแท้จริง
“นี่ ฉันว่าผ้าปูที่นอนผืนนี้สวยมาก มีลวดลายทันสมัยมากเชียวนะ” ป้าของลู่ฉิวเยว่เดินไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านขายผ้าปูที่นอน