สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 301 เครื่องจักรในโรงงานถูกถอดน๊อต
บทที่ 301 เครื่องจักรในโรงงานถูกถอดน๊อต
ดวงตานับสิบคู่ในห้องเรียนต่างก็จ้องมองไปที่นักเรียนชายคนนั้น ทำเอาคนที่ถูกจ้องมองรู้สึกอยากจะหารูมุดหนีไปจริง ๆ
เขากลัวว่าสถานการณ์ที่โรงเรียนของตัวเองจะยากลำบากนับจากวันนี้ เขาเสียใจในการกระทำของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ เขาก็คงปลอมลายมือไม่ให้นางมารร้ายคนนั้นจำได้หรอก
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ฉิวเยว่ เขาก็ยิ่งเกลียดชังมากกว่าเดิม
ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เขาจะถูกเปิดโปงได้อย่างไร! เขาจะไม่มีทางปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปเด็ดขาด!
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวคลี่คลายลงด้วยดีแล้ว รองอาจารย์ใหญ่ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ พูดกับนักเรียนชายคนนั้นด้วยความเย็นชาว่า “ออกมาข้างนอก!”
หลังจากนั้น นักเรียนชายก็ออกไปพร้อมกับกลุ่มอาจารย์
ห้องเรียนกลับมาอยู่ในความเงียบตามปกติ ผู้คุมสอบกลับไปยืนประจำที่และกล่าวว่า “ยังเหลือเวลาทำข้อสอบอีก 10 นาที รีบทำข้อสอบกันได้แล้ว เดี๋ยวไม่เสร็จ”
ประโยคนี้ไม่ต่างจากสายฟ้าฟาด ทำให้ทุกคนกลับมาได้สติ พวกเขารีบก้มหน้าลงและเริ่มทำข้อสอบอย่างตั้งใจ
ลู่ฉิวเยว่รีบกลับไปนั่งทำข้อสอบต่ออย่างเงียบ ๆ ในเมื่อเวลากำลังจะหมดลงแล้ว เธอจึงทำได้เพียงทำข้อสอบตรงส่วนที่เป็นข้อสอบแบบปรนัย ปัญหาใหญ่ก็คือข้อสอบตรงส่วนที่เป็นอัตนัยต่างหาก
ในเวลานี้ ลู่ฉิวเยว่ตั้งสติให้ดี เพื่อที่เธอจะได้ทำข้อสอบให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ในที่สุด เธอก็เขียนประโยคสุดท้ายจบลงก่อนที่สัญญาณสิ้นสุดการสอบจะดังขึ้นเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอเดินเอากระดาษข้อสอบไปส่งให้อาจารย์คุมสอบ
เมื่อออกมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ลู่ฉิวเยว่ก็เห็นรถยนต์ที่คุ้นตาจอดอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกล
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอรู้ว่าคนที่ขับรถคันนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากฉินซือ
แน่นอนว่าวินาทีต่อมา ประตูรถก็เปิดออก ขายาว ๆ ก้าวลงจากรถ ตามด้วยใบหน้าหล่อเหลาในสายตา
“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ!” ลู่ฉิวเยว่อุทานด้วยความประหลาดใจ และรีบวิ่งเข้าไปหาเขา เธอเปลี่ยนจากหญิงสาวผู้มั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นสาวน้อยผู้คลั่งรักในพริบตา
ฉินซือแทบไม่เคยเห็นลู่ฉิวเยว่ดูกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อน เขาจึงมีความสุขมาก เขากอดเธอไว้แน่น รอยยิ้มแห่งความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของเขาไม่ต่างจากเด็กหนุ่มผู้คลั่งรักเช่นกัน
“วันนี้คุณมีสอบไม่ใช่เหรอ? ผมก็เลยอยากมารับคุณครับ” เขายกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง ไอออกมาเบา ๆ ปล่อยลู่ฉิวเยว่ออกจากอ้อมแขนของตัวเอง
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสาวน้อยที่เพิ่งมีความรัก เธอเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นสีหน้าห่วงใยของฉินซือ หญิงสาวหัวเราะออกมา ก่อนจะเปิดประตูรถและก้าวเข้าไปนั่งด้านใน
“พวกเรากลับบ้านกันดีกว่า!”
แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนก็ไม่ได้กลับบ้านอย่างราบรื่น เพราะเมื่อไปถึงที่บ้านแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อของเธอ
“พ่อคะ มีอะไรเหรอ?” ลู่ฉิวเยว่รับโทรศัพท์ด้วยความประหลาดใจ
“เกิดเรื่องขึ้นที่โรงงาน ลูกมาดูหน่อยได้ไหม?” คุณพ่อลู่ถามด้วยเสียงอ่อน เสียงด้านหลังฟังดูวุ่นวายอยู่ไม่น้อย
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า “ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูกับฉินซือจะรีบไปเดี๋ยวนี้คะ”
“คือมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ขับรถระวัง ๆ ด้วยนะ ไม่ต้องรีบร้อน” คุณพ่อลู่เป็นกังวลเล็กน้อย อดเตือนด้วยความห่วงใยไม่ได้
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะและปลอบโยนว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพวกหนูจะขับรถอย่างระวังที่สุด พ่อรอก่อนนะคะ”
เมื่อวางสายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“มีอะไรเหรอ?” ฉินซือก็ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจ “เกิดเรื่องขึ้นที่โรงงาน พวกเราไปดูกันดีกว่าคะ”
ฉินซือพยักหน้า “ไม่ต้องห่วง คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่น่าจะกินเวลาเท่าไหร่”
เขามองหน้าเธอและยิ้มปลอบใจ
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หรือว่าจะมีคนงานก่อปัญหาอีกแล้ว? หรือว่าอาหารจะมีปัญหา? แต่ก็ไม่น่าใช่ ลู่ฉิวเยว่ควบคุมคุณภาพอาหารอย่างเข้มงวด ไม่น่าจะเกิดเหตุผิดพลาดอะไรได้
ช่างมันเถอะ เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เอง
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง
ทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่างเริ่มมีความคุ้นตามากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด รถก็ไปจอดในเขตเมืองใหม่
ลู่ฉิวเยว่ไม่สามารถทนต่อความสงสัยได้อีกต่อไป ทันทีที่รถหยุดลง เธอก็รีบเปิดประตูและวิ่งเข้าไปในโรงงาน
“ฉิวเยว่” คุณพ่อลู่ยืนมองอยู่ที่ประตู เห็นลูกสาวรีบวิ่งเข้ามาหา
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” ลู่ฉิวเยว่เข้าไปจับมือคุณพ่อลู่และถามเสียงเครียด
คุณพ่อลู่ตอบด้วยความโมโหเล็กน้อย “ตอนที่คนในโรงงานเดินตรวจกันน่ะสิ พวกเขาเจอคนแอบอยู่แถวเครื่องจักร เขาอ้างว่าเป็นช่างซ่อมบำรุงมาตรวจเครื่องยนต์ แต่พอตรวจสอบดู ถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ตั้งใจมาถอดน็อตเพื่อทำลายเครื่องจักรของพวกเรา โชคดีที่เราจับได้ทันเวลา ไม่งั้นเครื่องจักรในโรงงานก็คงถูกเขาทำลายไปแล้ว”
ต้องรู้ก่อนว่าเครื่องจักรมีราคาค่อนข้างสูง เครื่องจักรเพียงเครื่องเดียวก็มีราคาหลายพันหยวน หรืออาจจะมากถึงหลายหมื่นหยวน
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ คุณพ่อลู่ก็ยิ่งอยากจะลากเจ้าคนร้ายมาสั่งสอนจริง ๆ
ทำไมคนเราถึงได้มีจิตใจชั่วร้ายขนาดนี้นะ!
“ได้ถามไหมคะว่าเขาทำไปทำไม?” ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้ว
“ถามแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่บอก” คุณพ่อลู่รู้จักแต่วิธีควบคุมคนทำงาน แต่ไม่รู้ว่าจะรับมือเรื่องราวนี้อย่างไร มิเช่นนั้น เขาก็คงไม่โทรเรียกลู่ฉิวเยว่ทันทีที่เธอสอบเสร็จ
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าและก้าวเดินเข้าไปด้านใน “เดี๋ยวหนูจะไปเอาคำตอบจากเขาเองค่ะ”
ฉินซือเพิ่งจอดรถเสร็จและเดินตามเข้ามา เขาเดินตามพ่อตาและภรรยาเข้าไปด้านในโรงงาน
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกขัดใจเล็กน้อย เธอเหนื่อยล้ามากแล้วจากการสอบ เธอน่าจะได้นอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่กลับต้องมาจัดการปัญหาที่มีคนก่อกวนขึ้นอีก
“คนร้ายอยู่ข้างใน” หลังจากเดินเข้าไปในสำนักงาน คุณพ่อลู่ก็เปิดประตูออก
ลู่ฉิวเยว่มองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งและมีชายร่างกำยำกลุ่มใหญ่ยืนล้อมรอบ
คนร้ายเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปี ถ้าไม่ได้ถูกจับคาหนังคาเขา ก็คงไม่มีใครเชื่อแน่ว่าเขาจะเป็นคนร้าย
“บอกฉันมา ทำไมคุณถึงต้องการทำลายเครื่องจักรในโรงงานของเรา? คุณทำแบบนี้ทำไม?” ลู่ฉิวเยว่เตะเก้าอี้ข้างตัวเธออย่างอารมณ์ไม่ดี
ชายคนนั้นขมวดคิ้วและตอบกลับมาด้วยความจริงใจ “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ เครื่องจักรถูกใช้มานานมาก น็อตมันก็เลยหลวม นี่เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ? วันนี้เป็นเวรผมต้องเข้ามาซ่อมบำรุงพอดี ผมก็เลยจะเข้าไปขันน็อตให้มันแน่นเหมือนเดิม แต่ไม่คิดเลยว่าจะโดนเข้าใจผิดแบบนี้…”
สิ่งที่เขาพูดออกมามีเหตุผลน่ารับฟัง ถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องก็ต้องหลงเชื่อแน่นอน
แต่ไม่ใช่สำหรับลู่ฉิวเยว่กับคุณพ่อลู่ เครื่องจักรในโรงงานมีราคาแพงมาก ปกติก็จะมีช่างซ่อมบำรุงมาตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว อยู่ดี ๆ น็อตจะหลวมได้อย่างไร? อีกอย่าง ทำไมน็อตถึงหลวมแค่เครื่องจักรตัวเดียว? ทำไมเครื่องจักรตัวอื่นถึงไม่มีอาการนี้?
“ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสแล้วนะ จะไม่บอกจริง ๆ ใช่ไหม?” ลู่ฉิวเยว่ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา จ้องมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาดุร้าย
ชายหนุ่มยังคงสั่นศีรษะ ตอบย้ำคำเดิม “ไม่ใช่ผมจริง ๆ ครับ”
แววตาของเขาดูใสซื่อบริสุทธิ์ ผู้จัดการโรงงานเห็นแล้วก็ทนไม่ไหว อดพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า “บางทีอาจไม่ใช่เขาจริง ๆ ก็ได้ครับ”
“ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ” ลู่ฉิวเยว่หันไปมองหน้าผู้จัดการด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นจึงหันกลับมาพูดกับคนร้าย “ไม่ใช่คุณจริง ๆ ใช่ไหม? งั้นฉันจะบอกคุณให้ ในโรงงานของเรามีกล้องวงจรปิด”
ความวิตกกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มทันที
ในโรงงานนี้มีกล้องวงจรปิดด้วยหรือ?