สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 293 ความชื่นชมของคุณแม่หวง
บทที่ 293 ความชื่นชมของคุณแม่หวง
เมื่อเห็นว่าเธอมีความตั้งใจที่จะร่วมมือด้วย คุณแม่หวงก็ดีใจ แล้วอธิบายแนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับการพัฒนาร้านเสริมสวยให้เธอฟังอย่างชัดเจน
ลู่ฉิวเยว่ตั้งใจฟัง
เธอไม่เคยเปิดร้านเสริมสวย แต่เมื่อเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมความงามในประเทศอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เธอก็รู้สึกว่าแนวคิดการพัฒนาโดยรวมของคุณแม่หวงนั้น สมเหตุสมผลมาก
แม้ว่ารายละเอียดอาจมีข้อบกพร่องเล็กน้อย เพราะคุณแม่หวงไม่รู้เรื่องการพัฒนาของอุตสาหกรรมความงามในอนาคตเหมือนที่เธอรู้ แต่ก็ถือความคิดหลายอย่างนั้นมองการณ์ไกลมาก
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกชื่นชม และพูดทันที “หนูคิดว่าความคิดของคุณป้ายอดเยี่ยมมาก หนูยินดีจะร่วมลงทุนด้วยค่ะ”
ยุคนี้ไม่มีร้านเสริมสวย และคุณแม่หวงก็ได้เรียนรู้เรื่องนี้ ต่อมา เธอได้ไปสำรวจร้านเสริมสวยหลายแห่ง แล้วผสมผสานปรากฏการณ์ และแนวคิดจากต่างประเทศเข้าด้วยกัน ก่อนตัดสินใจเปิดร้านเสริมสวย
คุณแม่หวงยังได้เผยแนวคิดนี้ ให้เพื่อนบางคนที่กำลังทำธุรกิจอยู่ด้วย แต่พวกเขากลับคิดว่าแนวคิดนี้ไร้สาระ
เธอคิดว่าลู่ฉิวเยว่จะต้องลังเลอยู่นาน หรือปฏิเสธ เธอก็พร้อมที่จะชักชวนต่อไป แต่คาดไม่ถึงว่าลู่ฉิวเยว่จะตอบตกลงอย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้คุณแม่หวงตกตะลึง
“เธอเคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเหรอ?” คุณแม่หวงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตามนิสัยของลู่ฉิวเยว่ ไม่มีทางที่เธอจะตัดสินใจโดยไม่ไตร่ตรองก่อน
“หนูพอได้เรียนรู้มาบ้างแล้วค่ะ ก็เลยคิดว่าแนวโน้มการพัฒนาของวงการนี้ค่อนข้างดี” ลู่ฉิวเยว่กระแอม รู้สึกละอายใจเล็กน้อย เธอได้รับประโยชน์จากความทรงจำในชาติก่อนของเธอ ไม่เช่นนั้นเธอจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
คุณแม่หวงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ แต่เธอรู้สึกเหมือนได้พบกับเพื่อนสนิท และมองลู่ฉิวเยว่เหมือนเป็นพี่น้องกัน เธอตื่นเต้นมากจนคว้ามือของอีกฝ่ายไว้ “ลู่ฉิวเยว่ เธอเก่งมาก!”
ลู่ฉิวเยว่ตกใจกับท่าทางกระตือรือร้นของเอีกฝ่าย จึงหัวเราะแห้ง ๆ “แต่หนูไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการเปิดร้านเสริมสวยมากนัก…”
“ไม่สำคัญหรอก ฉิวเยว่ เธอแค่ซื้อหุ้น แล้วป้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด และจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องเดือดร้อน!” คุณแม่หวงตบหน้าอกให้สัญญา
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณคุณป้าล่วงหน้าแล้วค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอ่อนโยน
คุณแม่หวงดำเนินการอย่างเด็ดเดี่ยว หลังจากการสนทนาเสร็จสิ้นในวันนั้น เธอก็นำสัญญามาให้ลู่ฉิวเยว่ลงนามในวันรุ่งขึ้น
ไม่นานการเตรียมการเปิดร้านเสริมสวยก็เริ่มขึ้น
ช่วงบ่าย เมื่อกลับมาถึงบ้าน
ลู่ฉิวเยว่กำลังจัดเรียงสมุดบัญชีอยู่ที่โต๊ะ ทันใดนั้น ฉินซือก็เปิดประตู เดินถือโทรศัพท์เข้ามาหา “ฉิวเยว่ คุณป้าโทรหาคุณอีกแล้ว”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า แล้วรีบรับสาย “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณป้า”
ตั้งแต่การเตรียมเปิดร้านเสริมสวยเริ่มต้นขึ้น คุณแม่หวงก็มีงานยุ่งเกือบตลอดเวลา ลู่ฉิวเยว่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยแม้แต่วันเดียว คุณแม่หวงจะโทรมาเพื่อถามความคิดเห็นของเธอเมื่อต้องให้ตัดสินใจเท่านั้น และทั้งสองจะหารือขั้นตอนต่อไปร่วมกัน เพื่อตัดสินใจ
“จ้ะ ๆ เมื่อวันก่อนป้าส่งตัวอย่างเครื่องสำอางหกชนิดให้เธอลอง เธอคิดว่าอันไหนดีกว่ากัน?” คุณแม่หวงพูดตรงประเด็น
ลู่ฉิวเยว่เหลือบมองตัวอย่างเครื่องสำอาง ที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะแล้วยิ้ม “หนูคิดว่าซือไต้และเหม่ยหยวนค่อนข้างดีทั้งคู่ค่ะ”
ไม่มีสารปรุงแต่งมากมาย ส่วนผสมเรียบง่าย และเนื้อสัมผัสเรียบเนียน อ่อนโยนมาก เมื่อเปรียบเทียบแล้วจะดีกว่าตัวอื่น
คุณแม่หวงยิ้มอย่างมีความสุข “ป้าก็คิดว่าสองตัวนี้ดีเหมือนกัน เราใจตรงกันจริง ๆ”
“งั้นก็เลือกสองตัวนี้เลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอย่างมีความสุข การได้ทำงานกับคนที่มีความคิดคล้ายกัน เป็นสิ่งที่สบายใจที่สุดในโลกจริง ๆ
คุณแม่หวงเห็นด้วย และกำลังจะวางสาย แต่ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างได้ เธอลูบหัวตัวเองอย่างเสียไม่ได้ “ไปร้านเสริมสวยทุกวัน จนป้าเกือบลืมไปแล้ว ฉิวเยว่ เมื่อวานป้าถามลุงหวงของเธอแล้ว เขาบอกว่ามีเพื่อนสนิทที่ทำธุรกิจเพาะพันธุ์สัตว์ และป้าเองก็รู้จักเขาด้วย เขาเป็นคนดีมาก สามารถติดต่อเขาได้น่ะ”
ลู่ฉิวเยว่ประหลาดใจ “จริงเหรอคะ? งั้นก็ขอบคุณคุณลุงคุณป้ามากค่ะ”
หากถึงกับใช้คำว่า “เพื่อนสนิท” ก็แสดงว่าต้องเป็นเพื่อนที่ดีของลุงหวงแน่นอน และจะไม่มีวันหลอกลวงเธอ
“เรามีความสัมพันธ์แบบไหนกัน ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำขอบคุณหรอก” คุณแม่หวงยิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบอกพ่อของฉีฉีทันที แล้วนัดให้เธอพบกับเขา”
“ได้เลยค่ะ”
ช่วงนี้ทั้งสองคนคุยโทรศัพท์กันบ่อย และคุ้นเคยกับวิธีการพูดที่กระชับ ไม่เสียเวลาของกันและกัน และวางสายเมื่อคุยกันเสร็จแล้ว
ฉินซือยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ผมนุ่มสลวยสวยงามของเธอเบา ๆ “คุณอยากให้ผมไปด้วยไหม? ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีงานทำมากนัก”
“งั้นก็เยี่ยมมากเลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่มีความสุข
นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่ม ลูบไล้ผมดำขลับนุ่มสลวยบนใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน ผมดำตัดกับใบหน้าขาวเนียนชัดเจน บรรยากาศในห้องชวนให้หวั่นไหว ใบหน้าของลู่ฉิวเยว่เริ่มร้อนผ่าว ริมฝีปากสีแดงของเธอกัดปลายนิ้วของเขาเบา ๆ
ด้วยการสัมผัสที่เปียกชื้นและอบอุ่นบนปลายนิ้ว รอยยิ้มของฉินซือแข็งค้างทันที ลูกกระเดือกกลอกกลิ้งไปมา แล้วสายตาของเขาก็เป็นประกาย ราวกับว่าเขาสามารถฉีกหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ ได้
“ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ลู่ฉิวเยว่สะดุ้ง เมื่อปลายนิ้วอันเย็นเฉียบของเขา แตะปลายลิ้นของเธอ และโน้มตัวไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้อยู่ห่างจากปลายนิ้วของเขา
ฉินซือถูกเธอเย้ายวนขนาดนี้แล้ว เขาจะปล่อยให้เธอหนีไปได้อย่างไร เขาคว้าแขนเธอ แล้วดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะพูดด้วยเสียงแผ่วเบาที่ทำให้คนฟังหน้าแดง “กัดผมอีกสิครับ”
ลู่ฉิวเยว่ไม่คาดคิดว่าเขากับเธอจะทำกิจกรรมอันร้อนแรงตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึก เธอหมดเรี่ยวแรง จึงหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาประมาณสิบโมงเช้าของวันต่อมาแล้ว
หลังจากลืมตาด้วยความยากลำบาก ลู่ฉิวเยว่ก็กวาดสายตามองในห้อง ร่างของฉินซือไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว
ประตูแง้มไว้ เธอได้กลิ่นอาหารจาง ๆ
ลู่ฉิวเยว่อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีความสุข แล้วลุกไปล้างหน้าในห้องน้ำ
เมื่อเธอเดินออกจากห้อง ฉินซือก็ยกกับข้าวสามอย่างและซุปหนึ่งถ้วยมาไว้บนโต๊ะแล้ว เขาจงใจหันกลับมามองเธอ พร้อมเผยรอยยิ้มเย้าแหย่
“คุณน่ารำคาญมาก!” ลู่ฉิวเยว่รู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นสีหน้าพึงพอใจของเขา แล้วจ้องมองอย่างดุร้าย
ฉินซือกระแอมออกมา แล้วก้มตัวลงดึงเก้าอี้ออกมาให้เธออย่างขยันขันแข็ง “ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ ฮูหยินฉิวเยว่ โปรดนั่งลงด้วยขอรับ”
ในที่สุดลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกขบขัน ทำตาหวานจ้องมองเขา ก่อนนั่งลงทานข้าว
“ลุงหวงโทรมาเมื่อกี้ บอกว่าจะนัดเพื่อนเขามาตอนบ่าย ผมตอบตกลงให้คุณแล้วครับ” เมื่อทานอาหารไปได้ครึ่งหนึ่ง ฉินซือก็นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แล้วเตือนเธอ
“ได้ค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า โดยมีโจ๊กข้าวไรซ์เบอร์รี่อยู่ในปาก
หลังอาหารเช้า ลู่ฉิวเยว่กลับไปนอนพักผ่อนที่ห้องอีกสักพัก แล้วตื่นตอนบ่ายสองโมง จากนั้นก็แต่งตัวออกไปพร้อมกับฉินซือ
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถค่อย ๆ ผ่านไป ในที่สุดรถก็มาจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ลู่ฉิวเยว่เปิดประตูรถ แล้วลงจากรถ ตามด้วยฉินซือที่เดินตามมาอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเดินเข้าไปด้วยกัน ด้วยคำแนะนำของพนักงานเสิร์ฟ พวกเขาก็พบห้องที่พวกเขานัดหมายไว้กับคุณพ่อหวง
ทันทีที่เปิดประตู ลู่ฉิวเยว่ก็เห็นคนสองคนนั่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว นั่นคือคุณพ่อหวงและเพื่อนของเขา