สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 292 คุณแม่หวงอยากเปิดร้านเสริมสวย
บทที่ 292 คุณแม่หวงอยากเปิดร้านเสริมสวย
“ฉันเชื่อเธอ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มหวาน
เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอก็ยิ้มทันที “เฉิงเฉิง เธอเก่งคณิตและมีทักษะทางธุรกิจที่ดี เธอเคยคิดจะเรียนด้านบริหารบ้างไหม?”
ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ เฉิงเฉิงทำเงินได้มากมายจากการเช่าหนังสือและเทปนอกหลักสูตรให้เพื่อนร่วมชั้น ลู่ฉิวเยว่รู้สึกว่าเธอมีความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจที่ดี และน่าจะเรียนไปทางสายวิชานี้ได้
“ฉันไม่ได้คิดเลย แต่จะลองเก็บไปพิจารณานะ” ประเด็นที่เปลี่ยนไปนั้นค่อนข้างใหญ่ เฉิงเฉิงหรี่ตา และใช้เวลาหลายวินาทีก่อนจะตอบ
พ่อแม่ของเธอ หวังว่าเธอจะอยู่ใกล้พวกเขาไปตลอด หวังว่าเธอจะได้เป็นครูในหมู่บ้าน และพบครอบครัวที่ดีที่จะแต่งงานเข้าไปอยู่ด้วย
แต่ว่า…
เฉิงเฉิงได้เห็นแล้วว่าชีวิตของลู่ฉิวเยว่นั้นงดงามเพียงใด เธอไม่สามารถยึดติดกับหมู่บ้านบนภูเขาเล็ก ๆ นั้นได้อีกต่อไป
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เธอรู้สึกคับข้องใจมาก จนเธอหวังว่าสักวันจะมีปีกสักคู่ เพื่อบินออกไปจากหมู่บ้านต้าเหอโดยเร็วที่สุด
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็คิดให้รอบคอบ ถ้าเธอคิดจะไปทางด้านนี้จริง ๆ เธออาจจะสามารถร่วมงานกับฉันได้ในอนาคต ฉันจะจัดตำแหน่งที่ดีไว้ให้เธอแน่นอน”
เฉิงเฉิงรู้สึกประหลาดใจมากและรู้สึกสับสน เธอหยิกตัวเองแรง ๆ แล้วรู้สึกถึงความเจ็บปวด เธอยิ้มแย้มแจ่มใสทันทีด้วยความสุข แล้วรับปากอย่างหนักแน่น “ได้เลย ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด”
เธอตัดสินใจเรียนต่อในปีนี้ เธอขอร้องพ่อแม่อยู่นาน กว่าพวกเขาจะยอมตกลง
ตั้งแต่มาโรงเรียน ทุกคนรอบตัวต่างบอกเธอว่าการเรียนไม่มีประโยชน์ และการแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ คือจุดหมายปลายทางสูงสุดของเธอ
การเฝ้ามองเหล่าเพื่อนสาวที่เธอเคยเล่นด้วยในอดีต แต่งงานมีครอบครัวและมีลูกทีละคน เธอก็เริ่มสับสน เธอคิดนับครั้งไม่ถ้วนว่า ทำไมไม่กลับบ้านไปแต่งงาน เพราะเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์
ต่อมาเธอได้พบกับลู่ฉิวเยว่ ชีวิตของฉิวเยว่ช่างวิเศษและยอดเยี่ยม เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า โอ้โห ปรากฏว่าผู้หญิงก็มีวิถีชีวิตแบบนี้ได้ หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยคิดจะออกจากโรงเรียนอีกเลย
ลู่ฉิวเยว่เป็นเหมือนแสงสว่างสำหรับเธอ ความจริงแล้วเมื่อลู่ฉิวเยว่บอกว่า อยากให้เธอไปทำงานด้วย เฉิงเฉิงก็มีความสุขมาก เธอไม่เคยหลงใหลในการเรียนรู้มากเท่านี้มาก่อน
“ฉันจะตั้งใจเรียน!” เฉิงเฉิงสาบาน
ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงส่ายหน้าด้วยความมุ่งมั่นขนาดนั้น จึงหัวเราะเบา ๆ แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ
ในช่วงบ่าย ลู่ฉิวเยว่เดินช้า ๆ ออกจากประตูโรงเรียน โดยสะพายกระเป๋านักเรียนไว้ด้านหลัง เมื่อเธอเห็นรถจอดอยู่ไกล ๆ และนึกถึงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างในรถ เธอก็รู้สึกได้ถึงความสุขที่หลั่งไหลเข้ามาในใจ เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินไปหา
ฉินซือส่งยิ้มให้ แล้วเปิดประตูรถให้เธอ ความอ่อนโยนในดวงตาของเขาชวนให้หลงใหล
“นี่… สำหรับฉันเหรอคะ?” ลู่ฉิวเยว่มองดอกกุหลาบในมือของเขา ด้วยความประหลาดใจมาก
ออกจากห้องเรียนก็เจอคนรักถือดอกไม้รออยู่ นี่ถือว่าโรแมนติกที่สุดในโลกเลยไม่ใช่เหรอ
“แน่นอนครับ” คนรอบตัวเธอแอบมอง ฉินซือรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาวางดอกไม้ไว้ในมือเธอ แล้วปิดประตูรถ บอกคนขับที่นั่งด้านหน้าว่า “ลุงเฝิง ขับรถกลับบ้านเลยครับ”
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ ผู้ชายคนนี้บางครั้งก็ผิวบาง บางครั้งก็ผิวหนา ซึ่งค่อนข้างน่าสนใจ
“อย่าหัวเราะสิ!” ฉินซือรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย และเอื้อมมือไปปิดริมฝีปากสีแดงของเธอ
ขณะที่ลู่ฉิวเยว่กำลังจะเอามือของเขาออก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา แล้วฉินซือก็ปล่อยมือออกทันที
“สวัสดีค่ะ ฉันลู่ฉิวเยว่”
“ฉิวเยว่ นี่ป้าเอง” เสียงร่าเริงของคุณแม่หวงดังมาจากปลายสาย
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอ่อน “ป้าหวง ไม่เจอกันตั้งนาน มีอะไรเหรอคะ?”
“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ป้าได้ยินมาว่ามีกระเป๋าและเสื้อผ้าใหม่ ๆ เข้ามาที่ห้าง เราออกไปเดินเล่นกันไหม?” คุณแม่หวงถาม
ลู่ฉิวเยว่เห็นด้วย “แน่นอนค่ะ” เนื่องจากลูกพี่ลูกน้องของเธอหมั้นหมายกับหวงฉีฉี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวจึงใกล้ชิดกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณแม่หวงก็สนิทกันมากขึ้น พวกเธอมักจะไปซื้อของด้วยกันบ่อยขึ้น
ทั้งสองถามสารทุกข์สุกดิบกันอีกสักพัก เมื่อลู่ฉิวเยว่เห็นว่ารถมาจอดชั้นล่างของบ้านแล้ว เธอจึงบอกลาคุณแม่หวง แล้วบอกว่าค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้
เวลาประมาณเก้าโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ลู่ฉิวเยว่ก็มาถึงห้างสรรพสินค้าพร้อม ๆ กับคุณแม่หวง
“ฉิวเยว่ ทางนี้” คุณแม่หวงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แล้วโบกมือให้เธออยู่ไม่ไกล
“ค่ะ” วันนี้ลู่ฉิวเยว่สวมเสื้อขาวและกระโปรงสีดำ ชุดไม่ได้โดดเด่น แต่เมื่อจับคู่กับใบหน้างามของเธอ ชุดนี้ก็กลายเป็นชุดที่ดูมีระดับ
คุณแม่หวงอดประหลาดใจไม่ได้
ทั้งสองเดินในห้างสรรพสินค้าอย่างสบายใจ ทั้งสองเป็นนักธุรกิจ และตอนนี้ทั้งสองครอบครัวกำลังจะเชื่อมสัมพันธ์กันทางการแต่งงาน พวกเธอมีหัวข้อพูดคุยกันเยอะ ไม่มีช่วงเวลาแห่งความเงียบเลย
“ได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่าเธอสนใจจะเปิดร้านอาหารหม้อไฟ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” คุณแม่หวงถามด้วยความสงสัย เพราะลู่ฉิวเยว่พูดถึงร้านอาหารหม้อไฟ เมื่อไม่กี่วันก่อน
ลู่ฉิวเยว่ไม่รู้จะตอบอย่างไร “เฮ้อ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอกค่ะ คนจัดหาวัตถุดิบเหล่านั้นไม่น่าเชื่อถือเลย หนูจะยังไม่คิดเรื่องนี้ตอนนี้ค่ะ”
“งั้นเหรอ…” คุณแม่หวงเสียใจ หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็พูดว่า “พ่อของฉีฉีอาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปีแล้ว และมีเครือข่ายการติดต่อที่กว้างขวาง ทำไมไม่ให้เขาช่วยหาคนจัดหาวัตถุดิบให้ล่ะ”
หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวดีขึ้น เธอก็ค่อนข้างสนใจช่วยเหลือกิจการของลู่ฉิวเยว่ และลู่ฉิวเยว่ก็ช่วยเธอมากเช่นกัน
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหัว “ค่อยรอดูต่อไปก่อนค่ะ เรื่องนี้ยังไม่เร่งด่วน” สูตรหม้อไฟอยู่ในมือเธอ มันจะไม่หายไปไหน ร้านหม้อไฟสามารถเปิดได้ตลอดเวลา เธอจึงไม่ได้รีบร้อน
“ช่วงนี้เธอว่างหรือเปล่า?” คุณแม่หวงกลอกตาเล็กน้อย แล้วยิ้มทันที
ลู่ฉิวเยว่ไม่เข้าใจความตั้งใจที่ทำให้อีกฝ่ายถามแบบนี้ แต่เธอยังคงตอบตามความเป็นจริง “มีคนช่วยจัดการโรงงานและร้านอาหาร หนูก็เลยไม่ค่อยยุ่งมากค่ะ”
“ป้าวางแผนจะเปิดร้านเสริมสวยเร็ว ๆ นี้ ฉิวเยว่ เธออยากร่วมงานกับป้าไหม มาร่วมมือกันเถอะ” รอยยิ้มบนใบหน้าคุณแม่หวงกว้างมากขึ้น
เธอรู้ว่าลู่ฉิวเยว่ดำเนินกิจการร้านอาหารอย่างไร ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และจากการสนทนาที่ผ่านมา เธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์ทางธุรกิจมาก
แทนที่จะร่วมมือกับคนนอก ควรร่วมมือกับลู่ฉิวเยว่ดีกว่า ประการแรกคือเธอมีความสามารถมาก และประการที่สอง ลู่ฉิวเยว่ถือได้ว่าเป็นญาติคนหนึ่งของเธอเอง เธอจึงรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ร่วมมือกัน
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าคุณแม่หวงจะมีความคิดนี้
การปฏิรูปและการเปิดประเทศเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ในประเทศจีน ยังคงมีทัศนคติต่อชีวิตที่เรียบง่าย มากที่สุดก็แค่ทาครีมบำรุงผิวบนใบหน้าเท่านั้น
เธอแทบจะไม่เคยได้ยินเรื่องร้านเสริมสวยมืออาชีพเลย
ไม่มีใครตระหนักถึงโอกาสของธุรกิจนี้ แต่ลู่ฉิวเยว่ที่เดินทางข้ามเวลามา ได้กลิ่นของโอกาสทางธุรกิจในทันใด
ด้วยการพัฒนาของยุคสมัย ผู้หญิงจะค่อย ๆ ตื่นตัว ผู้หญิงหลายคน จะเริ่มให้ความสนใจกับธุรกิจความงามมากขึ้นเรื่อย ๆ และการพัฒนาของธุรกิจนี้จะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
“หนูคิดว่าน่าจะดีนะคะ ป้าหวงช่วยอธิบายแนวคิดให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ” ลู่ฉิวเยว่มีความคิดอยู่ในใจ แต่เธอไม่ได้ตอบตกลงทันที เธออยากรู้ว่าคุณแม่หวงมีความคิดอย่างไรก่อน
ธุรกิจด้านความงามมีอนาคตที่ดี แต่ถ้าทั้งสองมีความคิดต่างกัน ก็จะมีปัญหามากมายในอนาคต หากเป็นเช่นนั้น ไม่ร่วมมือกันตั้งแต่แรกจะดีกว่า