สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 284 เหลียงซิงเศร้าใจเพราะเสียเงิน
บทที่ 284 เหลียงซิงเศร้าใจเพราะเสียเงิน
ต้องบอกว่าการโฆษณาและการตลาดของลู่ฉิวเยว่นั้นดีมาก ในวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์รายใหญ่ทุกฉบับในเมืองหลวง ได้ตีพิมพ์ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโรงงานของเธอ สิ่งที่สะดุดตาที่สุด แน่นอนว่าเป็นภาพถ่ายที่อยู่ตรงกลาง
หญิงสาวยืนอยู่บนเวทีด้วยสีหน้าเบิกบาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ คือนายอำเภอโจวเวยหยาง
ในไม่ช้า ผู้คนก็รู้จักร้านอาหารและโรงงานของลู่ฉิวเยว่มากขึ้นเรื่อย ๆ และเธอก็มีสถาบันฝึกอบรมด้วย
หลังอาหารเย็น จะได้ยินคนพูดถึงชื่อของเธออยู่เสมอ ด้วยน้ำเสียงชื่นชมและอิจฉา
ในวันที่สามหลังจากพิธีเปิด ลู่ฉิวเยว่ได้นำครอบครัวของเธอ ไปตรวจสอบอาคารฝึกอบรมที่สร้างขึ้นใหม่
เมื่อมีการประชาสัมพันธ์ในช่วงนี้ เธอคิดว่าจะมีคนมาลงทะเบียนฝึกอบรมมากขึ้น แต่เธอไม่คาดคิดว่าในวันที่สาม จะมีคนมาต่อแถวยาวจนล้นออกมาด้านนอกอาคาร ทำให้เธอตกใจมาก
ฝ่ายบริการรับสมัครมีสายตาเฉียบคม เธอมองเห็นเจ้านายที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว แล้วรีบวิ่งไปหาด้วยความประหลาดใจ “เจ้านาย”
“พวกคุณทำงานได้ดีมาก” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ กับบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา
หญิงสาวดีใจที่ได้รับคำชมจากเจ้านาย ขณะพาเข้าไปด้านใน เธอรายงานความคืบหน้าเรื่องการลงทะเบียนล่าสุด “ตั้งแต่เปิดรับสมัครจนถึงวันนี้ เราได้คัดเลือกนักเรียนทั้งหมดสามร้อยหกสิบคนที่นี่…”
ลู่ฉิวเยว่เป็นเจ้านายที่ใจดีมาโดยตลอด เธอให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจน เมื่อเห็นทุกคนทำงานหนัก เธอจึงโบกมือ “ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนัก คืนนี้พวกคุณเลิกงานก่อนเวลาได้หนึ่งชั่วโมง แล้วไปร้านอาหาร เพื่อทานอาหารฟรีที่ร้านได้เลย ส่วนค่าใช้จ่ายให้ใส่ไว้ในบัญชีของฉัน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด ทุกคนก็ส่งเสียงโห่ร้องอย่างมีความสุข แล้วทำงานอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น
หลังเดินออกจากอาคารแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็ไปตรวจสอบโรงงานอีกครั้ง เครื่องจักรทำงานได้เสถียร พนักงานมีความกระตือรือร้น และทำงานอย่างเป็นระเบียบตามหน้าที่ของตน
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วเห็นคุณพ่อลู่จากระยะไกล เขาขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับพนักงาน สีหน้าของเขาจริงจังและดูสง่างาม
เสียงเครื่องจักรค่อนข้างดัง ลู่ฉิวเยว่เรียกอีกฝ่าย แต่เหมือนจะไม่ได้ยิน เธอจึงเดินเข้าไปหา
ร้านอาหารในเครือเปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงยุ่งมาก คุณพ่อลู่มักจะบ่นว่าการอยู่บ้านเฉย ๆ นั้นน่าเบื่อ ลู่ฉิวเยว่จึงขอให้เขามาช่วยดูแลงานที่โรงงาน
ตอนที่เขาอยู่ในเมืองหัวอ้าย เขาจัดการโรงงานเมล็ดแตงโมได้เป็นอย่างดี และตอนนี้เขาก็จัดการสิ่งต่าง ๆ ในโรงงานได้ดีมากเช่นกัน
“พ่อคะ” ลู่ฉิวเยว่เข้าไปใกล้ แล้วเรียกเขาด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นคุณพ่อลู่ก็สังเกตเห็นเธอ สีหน้าจริงจังของเขาอ่อนโยนลงทันที เขาโบกมือให้พนักงานที่อยู่ตรงหน้า แล้วเดินไปหาลู่ฉิวเยว่
“ทำไมลูกถึงมาอยู่ตรงนี้?”
ลู่ฉิวเยว่เม้มปาก “หนูมาดูอาคารฝึกอบรมค่ะ ก็เลยแวะมาหาพ่อด้วย”
เมื่อพูดจบ เธอก็ยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา “เที่ยงแล้ว ออกไปกินข้าวด้วยกันเถอะค่ะ”
“ได้เลย” คุณพ่อลู่ไม่ลังเล เขาเดินออกไปข้างนอกกับเธอ แล้วรีบเข้าไปในรถ
ขณะที่ทิวทัศน์ด้านนอกเคลื่อนผ่าน จู่ ๆ ลู่ฉิวเยว่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปหาคุณพ่อลู่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อต้องจัดทีมรักษาความปลอดภัยขึ้นมาหลาย ๆ ทีม เพื่อดูแลความปลอดภัยภายในโรงงานนะคะ จะต้องมีคนเฝ้าดูในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนค่ะ”
เพราะนี่คือโรงงานอาหาร จึงต้องให้ความสนใจมาก
ธุรกิจร้านอาหารของพวกเธอเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้ใหญ่ย่อมรับลม เธออาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่ประสงค์ดี และเธอกลัวว่าจะถูกแอบใส่สารพิษปนเปื้อนในอาหาร ลู่ฉิวเยว่จึงตัดสินใจใช้มาตรการป้องกันบางอย่าง
ร้านอาหารถูกโจมตีไม่ใช่ครั้งเดียวหรือสองครั้ง คุณพ่อลู่รู้ทันทีว่าเธอคิดอะไรอยู่ จึงรีบสัญญาว่า “ลูกไม่ต้องห่วง พ่อจะเตรียมการให้รอบคอบแน่นอน จะมีการลาดตระเวนในโรงงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะไม่มีวันปล่อยให้คนร้ายฉวยโอกาสเด็ดขาด!”
ไม่นานรถก็มาจอดที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ลู่ฉิวเยว่เปิดประตูลงจากรถพร้อมกับคุณพ่อลู่
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ลู่ฉิวเยว่มักจะออกไปทานอาหารในร้านอาหารอื่น เพื่อลองชิมรสชาติอาหารของคนอื่น และดูว่าอีกฝ่ายทำธุรกิจอย่างไร ด้วยวิธีนี้ เธอจึงสามารถพัฒนาทักษะการทำอาหาร และปรับปรุงรูปแบบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะรับประทานอาหาร จู่ ๆ ลู่ฉิวเยว่ก็นึกถึงระบบการทำงานล่วงเวลา ที่เพิ่งนำมาใช้ในโรงงาน จึงถามขึ้นว่า “ช่วงนี้โรงงานมีการทำงานล่วงเวลาบ่อย ๆ คนงานอารมณ์ไม่ดีกันบ้างหรือเปล่าคะ?”
ตั้งแต่ร้านอาหารของเธอโด่งดัง ก็มีคนมาหาเธอ เพราะอยากร่วมมือกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเธอเปิดโรงงานร้านอาหาร ก็เข้ามาหาเธอเพื่อสั่งวัตถุดิบมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตามรูปแบบการทำงานแปดชั่วโมงต่อวันก่อนหน้านี้ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำตามคำสั่งซื้อจำนวนมากได้ ลู่ฉิวเยว่จึงกำหนดระบบทำงานล่วงเวลา เมื่อเปิดโรงงานครั้งแรก
พนักงานทุกคนสามารถเลือกได้ ว่าจะทำงานล่วงเวลาหรือไม่ หากทำงานล่วงเวลา ค่าจ้างจะเพิ่มเป็นสองเท่า
“อารมณ์ไม่ดีเหรอ? พ่อเห็นทุกคนตื่นเต้นดีใจมาก ไม่มีใครอารมณ์ไม่ดีเลย” คุณพ่อลู่ส่ายหน้า
เงินเดือนสองเท่าเป็นสิ่งล่อใจได้ดีมาก พนักงานในโรงงานจึงตื่นเต้นมาก หากลู่ฉิวเยว่ไม่ได้กำหนดขีดจำกัดสูงสุดในเวลาทำงานของพนักงานแต่ละคนต่อวันคือสิบสองชั่วโมง พวกเขาคงจะอยู่ในโรงงานทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า แล้วตักไก่ชิ้นหนึ่งให้เขา “ไก่ตุ๋นมันฝรั่งนี่อร่อยดีนะคะ”
หลังรับประทานอาหาร ลู่ฉิวเยว่บอกให้คนขับพาคุณพ่อลู่กลับไปส่งที่โรงงาน ส่วนเธอเลือกที่จะเดินกลับบ้าน
ขณะที่เธอเดินผ่านสำนักงานกฎหมาย ลู่ฉิวเยว่คิดอยู่พักหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้เจอทนายจ้าวมานานแล้ว จู่ ๆ ก็อยากจะถามเรื่องเหลียงซิง ว่าคืบหน้าไปอย่างไรแล้ว จึงเดินเข้าไปข้างใน
ทันทีที่เข้าประตูไป ก็เห็นทนายจ้าวถือกระเป๋าเอกสาร กำลังจะออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นเธอ ทนายจ้าวก็ยิ้มสดใส “พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาเลยนะครับ”
ลู่ฉิวเยว่ประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบา ๆ “หมายความว่าเราสองคนใจตรงกันค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นหากคุณลู่จะมาพบผมครั้งต่อไป ก็เข้ามาได้เลยนะครับ” ทนายจ้าวพูดติดตลก แล้วพาเธอไปที่ห้องทำงาน
“เสร็จแล้วเหรอคะ?” ลู่ฉิวเยว่เป็นเพื่อนกับเขาแล้ว เธอจึงไม่ต้องรักษาภาพพจน์มากนัก เธอนั่งลงสบาย ๆ แล้วรับแก้วน้ำที่เขามอบให้
“ใช่ครับ” ทนายจ้าวนั่งตรงข้ามเธอ “ผมเจรจากับเขาแล้ว อีกฝ่ายสัญญาเมื่อเช้านี้ว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้คุณภายในสามวัน”
“ขอบคุณนะคะ ทนายจ้าว” ลู่ฉิวเยว่หยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
เธอรู้ว่าเหลียงซิงนั้นรับมือได้ยาก ทนายจ้าวจึงต้องเหนื่อยมาก
ไม่ว่าเธอจะจ่ายเงินเท่าไหร่ในการดำเนินการ ทนายจ้าวก็ยอมรับด้วยความสบายใจ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า “ผมไม่สมควรได้รับคำขอบคุณ ทั้งที่ยังรับเงินหรอกครับ”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกขบขัน ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไรกันอีก ก็มีแขกเข้ามาจากข้างนอก เธอไม่ต้องการรบกวนเวลางานของอีกฝ่าย จึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวคำอำลา
ในอีกด้านหนึ่ง เหลียงซิงนึกถึงทุกเรื่องที่ลู่ฉิวเยว่ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมาน ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งโกรธและอยากจะฆ่าเธอมากเท่านั้น
แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถตอบโต้เธอได้เท่านั้น เขายังต้องจำใจกลืนความโกรธอีกด้วย
นับตั้งแต่การเลี่ยงภาษีและเรื่องอาหารเป็นพิษ ชื่อเสียงของร้านอาหารของเขาก็ถูกทำลายลง แต่ร้านอาหารของลู่ฉิวเยว่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งเรื่อย ๆ และตอนนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองหลวง
เหลียงซิงคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วตัดสินใจยอมให้ความร่วมมือกับเธอ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของร้านอาหาร