สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 283 เปิดโรงงาน
บทที่ 283 เปิดโรงงาน
“คุณลู่!” คนงานเห็นเธอเดินมาแต่ไกล จึงทักทายด้วยรอยยิ้ม
โรงงานแห่งนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ลู่ฉิวเยว่มาที่นี่เพื่อตรวจสอบหลายครั้ง และบางครั้งก็นำผลไม้มาให้ทุกคนด้วย คนงานส่วนใหญ่ในสถานที่ก่อสร้างจึงรู้จักเธอ
เพราะเจ้านายมีมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยนี้
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มและพยักหน้า “ฉันแวะมาดูว่าการตกแต่งว่าเป็นอย่างไรบ้างน่ะค่ะ”
ผิวหน้าของชายหนุ่มเป็นสีแทน เพราะทำงานกลางแจ้งมานานหลายปี เมื่อได้ยินเธอพูด เขาก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวซี่ใหญ่สองแถว “คุณลู่ไม่ต้องกังวลครับ เราควบคุมคุณภาพของโครงการได้ดีมากครับ”
คุณลู่ใจดีกับพวกเขามาก พวกเขาจึงตั้งใจมุ่งความสนใจไปที่งานของตนเองให้ดีที่สุด และไม่ปล่อยให้มีอะไรผิดพลาดได้
“ดีค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าเบา ๆ
“อ๊ะ คุณกำลังมองหาหัวหน้าอยู่สินะครับ ผมจะตะโกนเรียกมาให้ครับ” เมื่อชายหนุ่มนึกได้ว่าลู่ฉิวเยว่กำลังมองหาใคร เขาก็ลูบหัวตัวเอง แล้วหัวเราะอย่างเขินอาย
เขามัวแต่ชวนคุย จนลืมนึกถึงธุระของหญิงสาว
จากนั้นเขาก็ตะโกนไปทางหนึ่ง “หัวหน้า คุณลู่มาแล้วครับ!”
“รอสักครู่!” เมื่อได้ยินเสียง เฉินซวี่ที่อยู่ด้านหลังกองทรายก็โยนพลั่วเหล็กลงกับพื้น ปัดฝุ่นที่ติดตัว แล้วเดินมาหา
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าอย่างสุภาพ “หัวหน้าเฉิน ฉันขอดูผลลัพธ์หน่อยค่ะ”
เฉินซวี่เป็นคนโผงผางในวัยสามสิบ เขาพูดจาสุภาพไม่ค่อยเก่ง เขายื่นหมวกนิรภัยให้เธอ เมื่อเธอรับไปใส่ ก็ชี้ไปทางโรงงาน “ผมจะพาคุณไปดูที่ตรงนั้น”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า แล้วเดินตามเขาเข้าไปในโรงงานเงียบ ๆ
ปูนขาวนอกห้องยังชื้นอยู่นิดหน่อย ส่วนการก่อสร้างภายในเสร็จเร็วและแห้งแล้ว ดูเหมือนว่าอีกไม่นานก็สามารถใช้งานได้แล้ว
“ดูสิครับ ทีมของเราอยู่ในวงการนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว เราไม่ขาดความรับผิดชอบ และไม่ทำลายชื่อเสียงบริษัทแน่นอน” เฉินซวี่มั่นใจในความสามารถของตัวเองมาก
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ “ดีมากจริง ๆ ค่ะ”
หลังจากดูแล้ว เธอก็กล่าวคำอำลากับเฉินซวี่ แล้วหันหลังเดินออกไปนอกโรงงาน ทันทีที่เธอออกจากโรงงาน เธอก็เห็นรถของฉินซือจอดอยู่ที่นั่น ชายหนุ่มนั่งอยู่ในรถ หน้าต่างที่เปิดลงครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ลู่ฉิวเยว่รู้สึกประหลาดใจ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปหาด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นฉินซือก็ละสายตาจากเอกสาร แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เธอ “บังเอิญผ่านมาทางนี้พอดี การหารถรับจ้างที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเลยจะมารับคุณกลับครับ”
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ แล้วเข้าไปในรถ โดยที่ตัวยังเปื้อนฝุ่นจากสถานที่ก่อสร้างอยู่ เมื่อรู้ว่าฉินซือค่อนข้างกลัวเชื้อโรค เธอจึงจงใจนั่งห่างออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชุดของเขาเปื้อน
ฉินซือไม่พอใจกับระยะห่างนี้มาก เขาจึงขยับเข้าไปหาเธอ แล้วจับมือเธอ
“โครงการก่อสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว เมื่อไหร่คุณจะไปสำนักก่อสร้าง เพื่อยื่นคำร้องเหรอครับ?”
ลู่ฉิวเยว่หันไปมองหน้าเขา “ฉันได้เตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว จะไปทำเรื่องพรุ่งนี้ค่ะ”
ฉินซือพยักหน้า แล้วอ่านเอกสารต่อโดยไม่พูดอะไร
เช้าของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ลู่ฉิวเยว่ตรวจสอบว่าเอกสารทั้งหมดครบถ้วนแล้ว เธอก็ออกไปพร้อมกับกระเป๋า โดยนั่งรถสามล้อไปที่สำนักก่อสร้าง
“ขอบคุณที่ทำงานหนักนะคะ” ลู่ฉิวเยว่มอบเงินให้คนขับรถ แล้วเดินเข้าไปในสำนักก่อสร้าง
“คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าจะมาจัดการธุระอะไรเหรอครับ?” ทันทีที่เธอเข้าไป ก็มีคนเดินเข้ามาถาม
ทุกคนรู้ดีว่าเฉินเซินได้รับบทเรียนจากนายอำเภอเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขากลัวว่าลู่ฉิวเยว่จะรายงานพวกเขาต่อนายอำเภอ หากไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเขาทำในครั้งนี้ ทุกคนจึงปฏิบัติต่อเธอด้วยความนอบน้อม
“โรงงานของฉันเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงมาดำเนินการตามขั้นตอน ด้วยการยื่นเอกสารลงทะเบียนให้พวกคุณค่ะ” ลู่ฉิวเยว่พอใจกับบริการของพวกเขาในครั้งนี้มาก แล้วอธิบายจุดประสงค์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ได้เลยครับ คุณลู่ กรุณาส่งเอกสารให้ผมหน่อยครับ”
ลู่ฉิวเยว่มอบเอกสารเป็นปึกให้เขา
ครั้งนี้เธอเตรียมตัวมาอย่างดี และเข้าไปทำความเข้าใจขั้นตอน และเอกสารที่จำเป็นอย่างรอบคอบ ไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
“คุณลู่ครับ เราจะส่งคนไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุด โปรดอดทนรอสักสองสามวันนะครับ” หลังจากเสร็จสิ้นธุระ ชายคนนั้นก็ส่งเธอออกไปด้วยความเคารพ แล้วพูดรับรองกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
คนส่วนใหญ่ในโลกมักกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอและเกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฉินเซินครั้งล่าสุด คนเหล่านี้ก็ได้เรียนรู้บทเรียนแล้ว ลู่ฉิวเยว่คุ้นเคยกับปรากฏการณ์นี้มานานแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เธอจ้างรถสามล้อข้างนอกเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน
กระบวนการที่สำนักงานก่อสร้างเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ลู่ฉิวเยว่สามารถเปิดธุรกิจอย่างเป็นทางการได้ในสัปดาห์ต่อมา
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็หยิบสมุดโทรศัพท์ออกมาจากลิ้นชัก แล้วเลือกหมายเลขโทรศัพท์ของนักข่าวหลายคน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นเพื่อนนักข่าว ที่เจียงฉี่พามาที่ร้านอาหารของเธอเมื่อครั้งที่แล้ว ตั้งแต่ทานข้าวเย็นร่วมกันครั้งล่าสุด พวกเขามักจะมาทานอาหารที่ร้านของเธอเสมอ เธอจึงคุ้นเคยกับคนเหล่านั้นที่มักแวะเวียนมาบ่อย ๆ
“ฉิวเยว่เหรอ?” ปลายสายประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้รับสาย “ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?”
เมื่อถูกถามเช่นนี้ ลู่ฉิวเยว่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะเสียเวลาคุยนอกเรื่อง “โรงงานและอาคารฝึกอบรมของฉันจะเปิดในอีกไม่กี่วัน ฉันเลยอยากจะขอให้คุณช่วยรายงานเรื่องนี้ ราคาสามารถต่อรองกันได้ค่ะ”
อีกฝ่ายหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ “คุณไม่ต้องกังวลครับ เราเป็นเพื่อนกัน เมื่อถึงเวลา ผมต้องสนับสนุนคุณแน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไหร่ก็ยินดีช่วยจัดการให้ครับ”
ยิ่งได้รู้จักลู่ฉิวเยว่มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบเสน่ห์และความสามารถพิเศษของเธอมากขึ้นเท่านั้น เขาเชื่อว่าในอนาคต คนคนนี้จะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เขายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ
“ได้ค่ะ งั้นก็ขอบคุณนะคะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอ่อน
แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่เรื่องเงินทองต้องชัดเจน พวกเขาเป็นเพียงเพื่อนกัน แน่นอนว่าไม่อาจละเลยเรื่องเงินได้ ลู่ฉิวเยว่จึงตัดสินใจว่าจะออกไปถามราคาตลาด หลังจากนั้นค่อยมอบซองแดงปึกใหญ่ให้เขา
หลังจากวางสายแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็โทรหานักข่าวหลายคน และทุกคนก็ตอบตกลงกันอย่างง่ายดาย
หลังจากที่ลู่ฉิวเยว่โทรออกครั้งสุดท้าย เธอก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย
ตราบใดที่ยืนสูงพอ ทุกอย่างจะจัดการได้ง่ายขึ้นมาก
หากเธอยังเป็นลู่ฉิวเยว่ที่ไม่มีคนรู้จัก บางทีตอนนี้เธออาจจะไปสำนักหนังสือพิมพ์พร้อมเงิน แล้วขอร้องให้พวกเขามาที่ร้านอาหาร เพื่อช่วยรายงานให้ แต่พวกเขาก็อาจจะยังไม่ยอมมาด้วยซ้ำ
ในวันเปิดงาน ผู้คนจำนวนมากมาที่โรงงานเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งบางคนเป็นหุ้นส่วนของลู่ฉิวเยว่ และบางคนก็เป็นมิตรสหาย
เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ในอำเภอ พวกผู้นำในอำเภอจึงจริงจังกับมันมาก พวกเขาส่งตัวแทนสองคนมาด้วย แม้แต่โจวเวยหยางก็มา บรรยากาศมีชีวิตชีวามาก
ลู่ฉิวเยว่สวมชุดสูทแบบมืออาชีพ เธอยิ้มและพูดคุยกับทุกคน รู้สึกยินดีมาก
เธอพูดคุยและหัวเราะกับเพื่อนหลายคนอย่างสง่างาม ท่าทางจริงจังของเธอราวกับมีมนต์ขลัง ดึงดูดใจของฉินซือมาก เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเธอตลอด
“ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ฉันจะไปตัดริบบิ้น ไม่ทราบว่าจะขอเชิญนายอำเภอโจว ไปร่วมตัดกับฉันได้ไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่กำลังคุยกับโจวเวยหยาง เธอยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา แล้วถามอย่างสุภาพ
โจวเวยหยางหัวเราะ “แน่นอนครับ”
เขาเดินขึ้นเวทีไปกับเธอ
สิ้นเสียงเชียร์และเสียงประทัด พิธีเปิดก็สำเร็จไปด้วยดี