ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 - ตอนที่ 530 หลินเซียว (ตอนพิเศษ 6) (จบ)
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70
- ตอนที่ 530 หลินเซียว (ตอนพิเศษ 6) (จบ)
ตอนที่ 530 หลินเซียว (ตอนพิเศษ 6) (จบ)
หลินเซียวมองหลินฟานที่ทำหน้าเหมือนอยากรู้อยากเห็น จู่ๆ ก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วถามยิ้มๆ ว่า “อยากรู้เหรอ?”
หลินฟานโตมากับหลินเซียว ใส่กางเกงตัวเดียวกัน ย่อมรู้นิสัยของหลินเซียวดี พอเห็นท่าทางแบบนั้นของเขาก็ส่ายหน้าทันที “ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากรู้แล้ว”
ว่าแล้วก็จะเดินจากไป
ไม่คิดว่าจะโดนหลินเซียวคว้าเสื้อด้านหลังไว้ “สายไปแล้ว กลับไปโทรบอกทุกคนให้ฉัน บอกว่าคืนนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารในเมืองหลวง ใครไม่มาอย่าโทษที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
หลินฟานสะบัดตัวหลุดจากการควบคุมของหลินเซียว บ่นงึมงำ “รู้จักแต่รังแกผมนะ แล้วต้องบอกแม่ใหญ่กับคนอื่นๆ ด้วยไหม”
หลินเซียว “คิดเองสิ”
หลินฟาน …
“ฉันมาผิดเวลาจริงๆ” พูดจบก็เดินจากไปอย่างหงุดหงิด
หลินฟานเพิ่งจะไป ซ่งสืออี๋ก็เดินออกมาจากห้อง มองไปรอบๆ ไม่เห็นหลินฟาน ก็ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “น้องชายคุณล่ะ?”
หลินเซียว “กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว คุณจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไหม?”
ซ่งสืออี๋ก้มมองชุดกี่เพ้าที่ยับเล็กน้อย พยักหน้า “อืม”
หลินเซียวเห็นหล่อนตกลงแล้วแต่ยังไม่ขยับ ถึงนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้บอกห้องให้หล่อน “คุณอยากเดินดูเองหรือให้ผมพาไป?”
ซ่งสืออี๋ลังเลครู่หนึ่ง ถามว่า “ดูได้ทุกที่เลยเหรอ?”
หลินเซียว “แน่นอน ตอนนี้ที่นี่ก็เป็นบ้านของคุณแล้ว”
ซ่งสืออี๋: “งั้นฉันจะดูเองแล้วกัน”
ถึงอย่างไรหลินเซียวก็ดูน่าเกรงขามมาก ถ้าให้เขาแนะนำด้วยตัวเองคงจะรู้สึกเกร็งอยู่บ้าง
หลินเซียว: “ได้”
หลังจากคุยกับเขาเสร็จ ซ่งสืออี๋ก็เดินดูไปรอบๆ เห็นว่าการตกแต่งภายในบ้านค่อนข้างเรียบง่าย แทบจะไม่มีของเกินความจำเป็น
หลินเซียวเห็นดังนั้นจึงอธิบายว่า “ปกติผมอยู่ที่กองทหารเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยนัก เลยมีแค่ของใช้ในห้องน้ำง่ายๆ เท่านั้น”
“ถ้าคุณรู้สึกว่ามันโล่งเกินไป ก็ซื้อของที่คุณชอบมาตกแต่งได้นะ” พูดจบก็ยกของของซ่งสืออี๋ไปไว้ในห้องนอนใหญ่
ซ่งสืออี๋เห็นเขายกของของหล่อนไปที่ห้องนอนใหญ่ก็รีบตามไป เห็นว่าในห้องนอนใหญ่มีอุปกรณ์ครบครัน ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นห้องของเขา
ซ่งสืออี๋คิดว่าเขาจะให้ห้องนี้กับหล่อน จึงรีบอธิบายว่า “คุณเอาของฉันไปไว้ห้องตรงข้ามก็ได้นะ ฉันว่าห้องนั้นก็ดีอยู่แล้ว”
หลินเซียวขมวดคิ้ว “ทำไมต้องไปอยู่ห้องตรงข้ามด้วย?”
ซ่งสืออี๋ชะงักไปชั่วขณะ “หืม?”
หลินเซียวถอนหายใจเบาๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเราสองคนแต่งงานกันแล้ว เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย การอยู่ห้องเดียวกันมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
ซ่งสืออี๋: “แต่พวกเรา…”
หลินเซียว: “คุณอยากจะพูดว่าเราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันใช่ไหม?”
ซ่งสืออี๋เงียบไปครู่ใหญ่แล้วพยักหน้า “อืม”
หลินเซียว: “ถ้าผมทำงานปกติ ถึงเวลากลับบ้านมาอยู่กับคุณก็คงสานสัมพันธ์ได้ทุกวัน แบบนั้นเราอยู่คนละห้องก็ได้ แต่งานของผมมันพิเศษ อาจจะกลับมาไม่ได้สักกี่ครั้งต่อปี ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีกระบวนการทำความรู้จักกันอย่างรวดเร็ว”
“ผมคิดว่าการอยู่ห้องเดียวกันจะทำให้เราเข้าใจกันได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจ เราแยกกันอยู่ก็ได้”
“ผมให้เวลาคุณคิด ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” พูดจบก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า สักพักก็หยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมา ก้าวยาวๆ ไปที่ห้องน้ำ
หลังหลินเซียวเดินออกไป ทันใดนั้นซ่งสืออี๋ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มองไปรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ข้างๆ แล้วเริ่มเก็บของ ตอนที่เก็บ เสื้อผ้าเสร็จแล้วจะเปิดประตูตู้เพื่อแขวนชุดในตู้เสื้อผ้า ก็เห็นมีเสื้อผ้าผู้ชายแบบเรียบง่ายแขวนอยู่ข้างใน 2-3 ชุด
หล่อนชะงักไปสองสามวินาที แล้วไปเปิดตู้อื่นๆ ดู ก็พบว่าตู้อื่นๆ นั้นใส่ผ้าห่มกับหมอนเต็มไปหมด มีแค่ตู้ของหลินเซียวตู้เดียวที่ใช้ได้
ซ่งสืออี๋ลังเลอยู่สองวินาทีแล้วก็แขวนเสื้อผ้าเข้าไป ไม่นานตู้เสื้อผ้าก็เต็มไปด้วย เสื้อผ้าของหล่อน ส่วนเสื้อผ้าของหลินเซียวถูกบีบอัดจนน่าสงสารอยู่มุมหนึ่ง
ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ มองไปที่ตู้ใส่ผ้าห่มอีกสองสามใบ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็วิ่งออกไปตะโกนถามหลินเซียวที่อยู่ในห้องน้ำว่า “ฉันขนย้ายผ้าห่มในห้องนอนออกไปได้ไหมคะ?”
หลินเซียว : “คุณจัดการเองตามใจชอบเลย”
พอได้ยินแบบนั้น ซ่งสืออี๋ก็ดีใจขึ้นมาทันที รีบขนย้ายผ้าห่มทั้งหมดไปไว้ในห้องนอนรอง เห็นตู้เสื้อผ้าที่ว่างแล้วก็ไม่รีรอ รีบย้ายเสื้อผ้าของหลินเซียวไปใส่ทันที
มองดูเตียงที่ไม่ได้นอนมานานแล้ว ซ่งสืออี๋ก็จัดการเก็บกวาดทันที หล่อนโตมาในมณฑลทางใต้ตั้งแต่เด็ก จึงไม่ค่อยได้เห็นแสงแดดที่ร้อนแรงขนาดนี้ พอขนผ้าห่มกับหมอนทั้งหมดไปวางตากไว้ที่ระเบียง หล่อนก็รู้สึกพอใจอย่างที่สุด
แม้แต่ความเศร้าโศกที่ยายจากไปก็ถูกชะล้างจางหายไปบ้าง ตอนที่หลินเซียว อาบน้ำเสร็จเดินออกมา ก็เห็นหล่อนกำลังนั่งคุกเข่าบนโซฟา ไม่ใส่รองเท้า ใส่เสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้น กำลังหยิบอะไรบางอย่างออกมา
หลินเซียว…
“เป็นอะไรหรือเปล่า ต้องการให้ผมช่วยอะไรไหม?”
ซ่งสืออี๋ได้ยินเสียงของเขา ถึงได้รู้ตัวว่าเขาอาบน้ำเสร็จแล้ว หันไปมองก็เห็นหลินเซียวกำลังใส่รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีดำ ยืนเช็ดผมอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางสบายๆ
หล่อนตอบกลับไปทันทีโดยไม่ลังเลเลยว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” พูดพลางก็หยิบเศษขนมที่อยู่ตามร่องโซฟาโยนลงพื้น
หลินเซียว…
“งั้นผมช่วยถูพื้นให้นะ”
ซ่งสืออี๋ “ไม่ต้องหรอก คุณไปพักผ่อนเถอะ”
พูดจบหล่อนก็เริ่มเช็ดโซฟา เช็ดโซฟาเสร็จก็เช็ดโต๊ะน้ำชา เช็ดตู้ เช็ดห้องครัว หลินเซียวมองซ่งสืออี๋ที่กำลังยุ่งราวกับลูกข่างแล้วเข้าใจความรู้สึกของหล่อนในทันที หล่อนเหมือนกำลังใช้การทำงานบ้านปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเอง
หลินเซียวไม่มีทางเลือก ได้แต่คอยอยู่ข้างหลังหล่อนอย่างเงียบ ๆ ช่วยทำในจุดที่หล่อนเอื้อมไม่ถึง ครั้งแรกที่ทั้งคู่กลับบ้าน ก็ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เช่นนี้
พอถึงเวลา หลินเซียวก็ดึงแขนซ่งสืออี๋พูดว่า “พอแล้ว อย่าทำแล้ว คืนนี้ผมเชิญพวกหลินฟานมาเลี้ยงฉลอง คุณไปเตรียมตัวหน่อย”
ซ่งสืออี๋ได้ยินแล้วก็เครียดขึ้นมาทันที “พวกเขาเป็นครอบครัวของคุณทั้งหมดเลยเหรอ”
หลินเซียว “อืม”
“พวกเขาอยู่เมืองหลวงทั้งหมด ถ้าผมไม่อยู่แล้วมีอะไร เธอไปหาพวกเขาได้”
ซ่งสืออี๋ “ได้ค่ะ”
พูดพลางก็เตรียมจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอเดินมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ เลยหันไปพูดกับหลินเซียวว่า “อย่าลืมเอาผ้าห่มเข้าไปด้วยล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวมันชื้น”
หลินเซียว…
ตอนที่พวกเขามาถึงร้านอาหาร หลินฟานและคนอื่น ๆ ก็มาครบแล้ว เพื่อป้องกันการถูกใช้งาน หลินฟานเลยชิงทักหลินเซียวก่อนแล้ววิ่งหนีไป
ก่อนจะเข้าบ้าน ซ่งสืออี๋ก็ดึงแขนหลินเซียว ถามเบา ๆ ว่า “ครอบครัวของคุณมีคนเยอะไหม?”
หลินเซียว “เยอะอยู่นะ ทำไมเหรอ ตื่นเต้นเหรอ?”
ซ่งสืออี๋ “อืม”
หลินเซียว หัวเราะเบา ๆ แล้วก็ยื่นมือมาจับมือหล่อน “ไม่ต้องกลัว ตามผมมาก็พอ”
สิ่งที่หลินเซียวไม่คาดคิดคือ พอเข้าประตูไป ท่าทางของซ่งสืออี๋ก็เปลี่ยนไปในทันที กลายเป็นคนสง่างาม วางตัวเหมาะสม ผู้เฒ่าจางกับเจียงหลานเห็นแล้วก็พอใจ พยักหน้าไม่หยุด
ระหว่างทางกลับ ซ่งสืออี๋กลับเปลี่ยนนิสัยไปอีกแบบ เพราะดื่มไปสองสามแก้ว หล่อนเลยพูดไม่หยุดปากและยังก่อกวนเขาเป็นระยะ ทำเอาหลินเซียวปวดหัวไม่น้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน หลินเซียวก็โยนหล่อนลงบนเตียง ใครจะรู้ว่าคนที่ซุกซนบนรถขนาดนั้น พอมาถึงเตียงกลับเงียบสงบลง ไม่ทันรอให้หลินเซียวชงน้ำใส่น้ำผึ้งเสร็จ คนก็หลับไปแล้ว
หลินเซียวมองภรรยาที่หลับไหลด้วยใบหน้าอันสงบนิ่ง รู้สึกเหมือนได้กล่องสมบัติมาครอบครอง
น่าเสียดายที่กล่องสมบัติใบนี้ยังไม่ทันได้เปิดออก เขาก็ต้องกลับไปกองทหารอีกครั้ง
ซ่งสืออี๋มองห้องที่ว่างเปล่าพลางถอนหายใจโล่งอก แต่รู้สึกหดหู่เล็กน้อย กระนั้นก็ปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว
พอถึงวันงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณยายใหญ่แห่งตระกูลหลี ซ่งสืออี๋ก็แต่งตัวเต็มยศไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของนาง ทันทีที่หล่อนปรากฏตัว สมาชิกตระกูลหลี่ทั้งหมดก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป พ่อหลีวิ่งเข้ามาคว้าแขนเธอและต่อว่าว่า “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
ซ่งสืออี๋ยิ้มหวานให้เขา “ทำไมถึงถามว่าฉันมาทำอะไรล่ะคะ? แน่นอนว่ามาร่วมงานวันเกิดของคุณย่าสิ”
พ่อหลีได้ยินแล้วสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย “งั้นอยู่เฉยๆ เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้รู้จักกับหนุ่มๆ สักสองสามคน หน้าสวยๆ ของเธอจะได้ไม่เสียเปล่า”
ซ่งสืออี๋ได้ยินแล้วหัวเราะเยาะอย่างไม่สบอารมณ์ เสียดสีว่า “คุณนี่ยังคงไร้ยางอายเหมือนเดิมเลยนะ”
“นอกจากมาร่วมงานวันเกิดคุณย่าแล้ว ฉันยังมีของขวัญชิ้นหนึ่งมอบให้คุณด้วย” พูดจบก็เห็นชายในชุดสูทสองสามคนเดินตรงมา “คุณหลี พวกเราได้รับมอบหมายจากคุณหนูซ่งให้มารับหุ้นทั้งหมดของเธอคืน รวมถึงสิทธิ์ในการบริหารของคุณด้วย”
พ่อหลีได้ยินแล้วโมโหเดือดดาลทันที “พูดอะไรของเธอ?”
ซ่งสืออี๋ “เขาไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ”
“คุณคิดว่าฆ่าแม่ตายแล้วจะได้รับมรดกทั้งหมดงั้นหรือ งั้นคุณก็ดูถูกคุณปู่เกินไปแล้ว ตอนที่ฉันเกิด คุณปู่ได้ยกหุ้นทั้งหมดให้ฉันแล้ว ส่วนคุณก็เป็นแค่ผู้จัดการเท่านั้น”
“ตอนนี้ฉันจะทวงสิทธิ์ในการบริหารของคุณคืน รวมถึงบริษัทของตระกูลซ่งด้วย”
“แถมยังจะเปิดเผยความจริงในอดีตด้วย” พูดพลางเดินไปที่เวทีหลัก
พ่อหลีเห็นหล่อนลงมือกะทันหันก็ตื่นเต้นขึ้นมา “เร็ว ไปขวางหล่อนไว้”
คุณย่าใหญ่แห่งตระกูลหลีได้ยินดังนั้นก็รีบให้ลูกสะใภ้และหลานสาวไปขวางคน “เร็ว รีบไปสิ จับตัวเธอไว้ ขังไว้ในห้องหลังบ้าน”
แม่หลีและลูกสาวได้ยินแล้วจึงรีบวิ่งไปดึงซ่งสืออี๋ทันที ในขณะที่แม่หลีกำลังดึงซ่งสืออี๋ หล่อนก็พยายามที่จะปิดปากซ่งสืออี๋ แต่ซ่งสืออี๋เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว หล่อนกำลังจะให้ผู้ช่วยของตนมาช่วย แต่คนเหล่านั้นยังไม่ทันได้ลุกขึ้น ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสูทกำลังเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พลางตะโกนใส่พวกเขาว่า “หยุดนะ กลางวันแสก ๆ พวกคุณคิดจะทำอะไรกัน!”
แม่หลีและคนอื่น ๆ รู้จักสวี่ม่ายซุ่ยเป็นอย่างดี พอได้ยินแบบนั้นก็รีบประจบประแจงทันที “คุณสวี่ นี่ลูกสาวคนโตของฉัน เรื่องในครอบครัวของพวกเรา คุณอย่าเพิ่งยุ่งเลยนะคะ”
สวี่ม่ายซุ่ยอดหัวเราะไม่ได้ “ลูกสาวคนโตของคุณ? ลูกสะใภ้คนโตของฉันกลายเป็นลูกสาวคนโตของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?”
“ซ่งสืออี๋ เธอมีอะไรจะพูดใช่ไหม ลุกขึ้นไปพูดได้เลย วันนี้ฉันอยากรู้นักว่าใครกล้าขวางเธอ”
ในตอนนั้น เสี่ยวเกาก็เดินออกมาจากด้านข้าง ยืนอยู่ข้าง ๆ สวี่ม่ายซุ่ย แล้วยิ้มตอบว่า “ใช่แล้ว หลานสะใภ้ มีอะไรก็ไปพูดเถอะ แม่กับลุงของเธออยู่ตรงนี้แล้ว ฉันอยากรู้ว่าใครกล้าทำอะไรแผลง ๆ บ้าง”
ถึงแม้ซ่งสืออี๋จะไม่เคยเจอสวี่ม่ายซุ่ยมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินชูเซี่ยพูดถึง พอได้ยินแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนทันที แล้วเล่าทุกอย่างที่พ่อหลีทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา พูดจบแล้วก็ไม่รอช้า รีบเดินตามสวี่ม่ายซุ่ยไป
บนรถของสวี่ม่ายซุ่ย ซ่งสืออี๋ทำตัวเหมือนลูกสะใภ้ตัวน้อย เรียกสวี่ม่ายซุ่ยว่า “แม่”
สวี่ม่ายซุ่ยดีใจมาก ตบมือเธอเบา ๆ “ลูกรัก หลายปีมานี้ลูกต้องทนลำบากมาก ถ้ามีอะไรต้องการความช่วยเหลือก็บอกแม่นะ”
ซ่งสืออี๋ส่ายหัว “ก่อนที่ฉันจะมา ฉันเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ ตอนนั้นที่เธอตัดสินใจมาเมืองหลวงกับผมอย่างง่ายดายแบบนั้น เป็นเพราะต้องการแก้แค้นพวกเขางั้นสิ” หลินเซียวนอนอยู่บนเตียง มองซ่งสืออี๋อย่างเกียจคร้าน
ซ่งสืออี๋ทำหน้าผิดหวังตอบว่า “ก็ประมาณนั้นแหละ”
หลินเซียว “ผมโดนคุณต้มซะเปื่อย คิดว่าคุณเป็นกระต่ายขาวตัวน้อย ที่ไหนได้ กลายเป็นนางจิ้งจอกน้อยซะนี่” พูดจบก็กดซ่งสืออี๋ลงใต้ร่างของเขา
ซ่งสืออี๋ “โอ๊ย คุณตัวหนักชะมัด…”
ห้าปีต่อมา หลินเซียวอุ้มลูกตัวจิ๋วสองคนส่งกลับไปมณฑล S โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
หลินฟานได้รับข่าวแล้วก็รีบส่งลูกของตัวเองกลับไปทันที โดยไม่แวะพักเลยสักนิด
สวี่อวิ้นจื้อ ได้รับข่าว ก็ส่งกลับไปอีกหนึ่ง
สวี่อวิ้นเฮ่า…ไม่ได้ ที่บ้านฉันก็ต้องส่งกลับไป
สวี่ม่ายซุ่ยเพิ่งจะออกจากบ้านที่มณฑล S ก็เห็นว่าที่หน้าประตูบ้านปรากฏหัวไชเท้าน้อยห้าหัว
หัวไชเท้าน้อยต่างมองไปที่สวี่ม่ายซุ่ย พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณย่า…”
สวี่ม่ายซุ่ย…
“หลินเจี้ยนเยี่ย รีบโทรหาพวกเขาสักหน่อย ใครส่งมาก็ให้คนนั้นมารับกลับไป อย่าบังคับให้ฉันไปตีพวกเขาถึงบ้าน”
(จบ)
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ลูกชายพวกนี้นี่มันแสบจริงๆ ส่งหลานมาให้ฉันเลี้ยงงั้นเรอะ /สวี่ม่ายซุ่ย/
ในที่สุดนิยายเรื่องนี้ก็ดำเนินมาถึงตอนจบแล้วค่ะ หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความบันเทิงไม่มากก็น้อย หากมีโอกาส ก็ขอให้เราพบเจอกันในเรื่องใหม่นะคะ และขอน้อมรับจุดบกพร่องไปปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ
ชิวเฟิง
Baimhon
ขอบคุณค่ะ