ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 99 ลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหน
บทที่ 99 ลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหน
อากาศในหมู่บ้านไป๋หลางที่อยู่ในหุบเขาลึกก็ยังคงหนาวเย็น หลี่หนิงเซียนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ฟังเสียงหายใจไม่สม่ำเสมอของชายหนุ่มข้างกาย ไม่ว่าอย่างไรก็ข่มตาหลับไม่ลงเสียที
หลี่หนิงเซียนนอนหันหลังให้กงชุนด้วยความรู้สึกอึดอัด เธอพยายามขยับตัวเพราะร่างกายที่แข็งทื่อ แต่ทันทีที่เธอพลิกตัวหันกลับมา เสียงทุ้มต่ำของกงชุนก็ดังขึ้น ทำให้เธอเบิกตากว้าง
“นอนไม่หลับเหรอ” เขาถาม เสียงของเขาฟังดูแปลกไปเล็กน้อยในความรู้สึกของหลี่หนิงเซียน
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาในความมืด แต่ดวงตาของพวกเขาก็จ้องประสานกัน หลี่หนิงเซียนไม่ตอบคำถาม แต่พูดอย่างลังเล
“ฉัน… ฉันให้ผ้าห่มคุณดีกว่า ตัวฉันเล็ก คลุมแค่ผ้านวมก็พอแล้ว” เธอกำลังจะลุกขึ้นเพื่อดึงผ้าห่มออก แต่กงชุนกลับขยับตัวขึ้นทาบทับเธอไว้ กดผ้าห่มลงบนร่างของเธอแน่น
“อยู่นิ่ง ๆ” กงชุนพูด ดวงตาของเขามองเธออย่างลึกซึ้ง มือของเขายันอยู่ข้างศีรษะของเธอ “ฉันไม่หนาว”
ความร้อนแผ่ซ่านจากร่างกายของกงชุนที่แนบชิดกับหลี่หนิงเซียน ถึงจะมีผ้าห่มกั้นกลาง แต่หลี่หนิงเซียนก็รับรู้ถึงอุณหภูมิที่สูงผิดปกติได้ เธอขยับตัวอย่างประหม่า
“คุณเป็นไข้หรือเปล่า? ฉันว่าตัวนายร้อนมากเลย ปล่อยฉันเถอะ” หลี่หนิงเซียนพูดอย่างเป็นกังวล
“หลี่หนิงเซียน” เสียงของกงชุนแหบพร่ากว่าปกติ แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด เขาขยับเข้าใกล้ จนหน้าผากเกือบสัมผัสกัน
“อย่าขยับ… ยิ่งขยับฉันยิ่งร้อน”
หลี่หนิงเซียนพลันเข้าใจความหมาย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ มือบางยกขึ้นทาบแผงอกแข็งแกร่งใต้ผ้าห่มอย่างลุกลี้ลุกลน “เข้าใจแล้ว ๆ ฉันไม่ขยับแล้ว นายก็ลงไปเถอะ”
ความมืดมิดช่วยขยายสัมผัสให้ชัดเจนขึ้น เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมาจากอก เสียงเต้นหัวใจของเขาและของเธอ ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน
หลี่หนิงเซียนหน้าแดงขึ้น เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของกงชุนที่จ้องมองมา เขาอยู่ใกล้เธอมากเสียจนเห็นแม้กระทั่งรอยแดงระเรื่อบนใบหน้าของเธอ สายตาของเขาคมกล้า บ่งบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจตีความได้
“เธอรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันอยากทำอะไร” กงชุนถามเสียงแหบพร่า สายตาที่จ้องมองเธอราวกับจะเผาไหม้
หลี่หนิงเซียนสะดุ้ง ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในใจ “คุณ คุณทำไม่ได้นะ!”
“เธอวางใจได้ ฉันบอกแล้วว่าจะให้เวลาเธอ ฉันจะไม่ทำอะไรเธอแน่นอน” กงชุนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะก้มลงจูบเบา ๆ ที่หน้าผากของเธอ เขาผละออกเล็กน้อย แต่สายตายังคงจับจ้องที่เธอ “แต่หลี่หนิงเซียน เธอก็รับปากว่าจะศึกษาดูใจกับฉันตอนนี้แล้วนะ เธอต้องรักษาคำพูด”
ยังไม่ทันที่หลี่หนิงเซียนจะได้พูดอะไร กงชุนก็ก้มลงจูบเธอ จูบครั้งนี้ลึกซึ้ง ยิ่งกว่าครั้งไหน ความรู้สึกที่ท่วมท้นทำให้หลี่หนิงเซียนนึกถึงคำพูดของเหล่าทหารที่มักบ่นคิดถึงภรรยา ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกนั้น ความรู้สึกโหยหา ปรารถนา ที่เกิดขึ้นเมื่อคนสองคนใกล้ชิดกันเช่นนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น กงชุนตื่นขึ้นมาพบว่าข้างกายว่างเปล่า หลี่หนิงเซียนที่นอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาได้หายไปแล้ว เขารีบลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในใจ
ทันทีที่เขาเปิดประตูห้อง ก็พบซูลี่ผู้เป็นมารดาที่เพิ่งตื่นนอนจากห้องฝั่งตรงข้าม
“ทำไมลูกถึงออกมา แล้วหลี่หนิงเซียนล่ะ?” ซูลี่ถามอย่างร้อนรนพลางมองเข้าไปในห้อง
เมื่อวานตอนกลางวัน เธอได้ตกลงกับผู้เฒ่าหลี่ จะต้องให้หลานสาวกลับมาอยู่ที่นี่ให้ได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น ยิ่งคิดถึงเสียงแว่ว ๆ ที่ได้ยินเมื่อคืน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งกว้างขึ้น
กงชุนรู้ทันความคิดของมารดา แต่บนใบหน้ากลับไร้รอยยิ้มใด ๆ
“เธอไปแล้ว” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“แบบนี้เมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้มสักทีเนี่ย” ซูลี่บ่นด้วยความผิดหวัง แล้วนั่งลงบนขอบเตียงอย่างหัวเสีย
ลูกชายเธอต้องกลับไปประจำการในวันนี้ และไม่มีใครรู้ว่าเขาจะได้กลับมาอีกทีเมื่อไหร่ ที่แย่ไปกว่านั้นกงชุนกับหลี่หนิงเซียน ยังเคยคุยกันเรื่องหย่าร้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูยิ่งห่างเหิน เรื่องนี้ช่างน่าเหนื่อยใจ เธอคงต้องไปปรึกษากับผู้เฒ่าหลี่อีกที
ด้านกงชุนออกมาจากบ้านจึงตรงไปหาหลี่หนิงเซียน เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน และเม้มริมฝีปากแน่น เขารู้สึกว่าตัวเขาทำเกินไป
เขาจูบเธอและไม่ใช่แค่จูบธรรมดา มันเป็นความใกล้ชิดที่มากที่สุดเท่าที่เขาเคยมีกับหลี่หนิงเซียน ตัวตนของเธอเวลาอยู่ใกล้เขาทำให้เขาใจสั่น การควบคุมตัวเองที่เขายึดมั่นมาตลอด พังทลายลงต่อเมื่ออยู่หน้าเธอ
แต่เขาก็ยังคำนึงถึงเธอ เขาไม่ได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่านั้น เขารู้ถึงการต่อต้านของเธอ และนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะให้เวลาเธอ สุดท้าเขาก็ปล่อยเธอไป
เขากังวลว่าหลี่หนิงเซียนจะตกใจ กับการกระทำของเขาเมื่อคืน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เพิ่งจะเริ่มต้น เขาไม่อยากทำลายมันลงเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ความกังวลทำให้เขาเร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว เขาต้องการให้หลี่หนิงเซียนเข้าใจ ต้องการให้เธอยินยอมพร้อมใจ
ที่ลานบ้านของตระกูลหลี่ หลี่จ้านกลับมาจากการเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ก็พบหลานสาวกำลังยุ่งอยู่หน้าเตา มือของเธอกำลังทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว
แต่ความคิดของเธอกลับวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อคืน แก้มของเธอร้อนผ่าว ภาพยังคงติดตา เธออดคิดไม่ได้ว่าถ้าเมื่อคืนเธอไม่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาคงจะทำมากกว่านั้น
เมื่อคืนหลังจากไล่หลานสาวออกจากบ้านไปกับหลานเขย หลี่จ้านก็รู้สึกผิดไม่น้อย แต่ก็นึกถึงคำพูดของซูลี่ที่พร่ำบอกให้ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเสียที เพื่อจะได้มีทายาทสืบสกุลต่อไป
“หนิงเอ๋อร์ทำไมเช้า ๆ แบบนี้เธอถึงรีบกลับมาล่ะ แล้วกงชุนอยู่ไหน”
“ไม่แน่ใจค่ะ” หลี่หนิงเซียนที่กำลังว้าวุ่นใจอยู่แล้ว ยิ่งได้ยินคำถามของคุณปู่ ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก
“อะไรคือไม่แน่ใจ เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนกับกงชุนหรือไง” หลี่จ้านถามอย่างตรงไปตรงมา
“คุณปู่พูดอะไรนะ หนูกับเขา…ไม่ได้มีอะไร” เธอได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
หลี่จ้านเห็นสีหน้าลำบากใจของหลานสาวก็พอจะเดาออกว่าเรื่องคงจะไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เขาถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนที่ผ่านโลกมามากพอเข้าใจ แต่ถึงจะปลงเพียงใดก็ยังอดไม่ได้ที่จะให้คำสอน
“ฟังนะ… หลานกับกงชุนไม่ใช่แค่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตกันและกัน แต่เป็นสามีภรรยา คู่ครองที่ควรอยู่เคียงข้างกัน จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ตลอดไปได้ยังไง? มันต้องพยายามทำอะไรบ้าง”
หลี่หนิงเซียนได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบ คำพูดของหลี่จ้านดังก้องอยู่ในหัว เธอรู้ดีว่าคุณปู่พูดถูก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกงชุน ไม่ได้ง่ายอย่างที่ทุกคนมองจากภายนอก มีหลายอย่างที่ทำให้เธอลังเลที่จะก้าวต่อไป
“แต่คุณปู่… มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” เธอพูดเสียงแผ่ว “หนูไม่รู้ว่าตอนนี้ความรู้สึกของหนูพร้อมที่จะเป็นภรรยาใครสักคนหรือยัง”
หลี่จ้านมองหลานสาวอย่างเข้าใจ เขารู้ว่าเธอคิดมาก และอึดอัดแค่ไหน แต่ในฐานะคนที่เคยผ่านเรื่องราวมามาก เขารู้ดีว่าสิ่งที่ยากที่สุดก็คือการตัดสินใจว่าจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร
“ทุกความสัมพันธ์มันก็มีปัญหา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แต่ความรักไม่ใช่แค่ความรู้สึก มันคือการเลือกที่จะอยู่เคียงข้างกัน แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง ถ้าหลานคิดว่าเขายังสำคัญอยู่ ก็ต้องหาทางพูดคุยกันให้ได้ ไม่ใช่เอาแต่หนีแล้วสุดท้ายก็ทำลายทุกอย่าง”
“หนูจะลองดูค่ะ… แต่ถ้าไม่ได้ล่ะคะ?” หลี่หนิงเซียนเงยหน้ามองหลี่จ้าน
“ถ้าหลานทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ และยังไปต่อไม่ได้… อย่างน้อยเธอก็จะรู้ว่าตัวเองได้พยายามแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญ” หลี่จ้านพูดจบก็เดินออกจากครัวปล่อยหลานสาวให้คิดทบทวนตามลำพัง