ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 100 ได้รับความห่วงใย
บทที่ 100 ได้รับความห่วงใย
หลี่หนิงเซียนใจลอยขณะกำลังเตรียมของ เธอกำลังจะหั่นมันฝรั่ง แต่เพราะครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุณปู่พูด จึงทำให้เธอพลาดมีดบาดนิ้วตัวเองเข้า
“เอ๊ะ” เลือดไหลออกจากนิ้วเปื้อนต้นหอมบนเขียง หลี่หนิงเซียนตกใจจนลืมขยับตัว แต่แล้วข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้
“จะหั่นผักก็หั่นให้ดี ๆ สิ ใจลอยแบบนี้อันตรายนะ!” กงชุนจ้องมองแผลที่มีเลือดไหลด้วยสีหน้าบึ้งตึง เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นเธอบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเพราะอุบัติเหตุ หรือเพราะใครเป็นคนทำ
“ต่อไปฉันจะระวัง”
“ไปสถานีอนามัยกัน!” กงชุนเห็นหลี่หนิงเซียนยืนนิ่ง จึงยิ่งโมโห เธอกำลังทำให้เขาเป็นห่วง
“ไม่ถึงกับต้องไปสถานีอนามัยหรอก บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ ทำแผลเองที่บ้านก็ได้” หลี่หนิงเซียนรีบห้ามไว้
“อย่ามองข้ามบาดแผลแม้เพียงเจ็บเล็กน้อย” แม้หลี่หนิงเซียนบอกว่าทำแผลเองได้ แต่กงชุนก็ยังคงกังวล
“แผลแค่นี้ ต่อให้ไม่ทายายังหายเองได้เลย” หลี่หนิงเซียนเห็นเขาจริงจังก็แอบยิ้ม
“ไม่ได้! เธอนั่งเลยเดี๋ยวฉันจะรีบทายาให้” ภายในห้อง กงชุนนั่งลงข้างหลี่หนิงเซียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือหนาของเขาหยิบสำลีก้านพันอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ แต้มยาลงบนแผลที่นิ้วมือของเธอ
แม้แผลจะไม่ได้ลึกมาก แต่ก็ยาวไม่น้อยมีเลือดไหลออกมามากพอสมควร เขาจึงค่อย ๆ ทำความสะอาดแผลอย่างเบามือที่สุด ใบหน้าคมคายขมวดมุ่นด้วยความเป็นห่วง เมื่อได้ยินเสียงของหลี่หนิงเซียนสูดหายใจเข้าเบา ๆ เขาก็ชะงักมือไปชั่วครู่ ก่อนจะพันผ้าพันแผลต่อไปจนเสร็จ
“เดี๋ยวไปฉีดยาป้องกันบาดทะยักที่สถานีอนามัยอีกเข็ม” กงชุนกำชับเสียงเข้ม หลี่หนิงเซียนมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ไม่ต้องห่วงนะ มีดเล่มนั้นเพิ่งเปลี่ยนใหม่ ไม่มีสนิมแน่นอน” กงชุนรู้ดีว่าหลี่หนิงเซียนมีความรู้เรื่องการแพทย์ เธอคงไม่ปล่อยให้ตัวเองติดเชื้อเป็นแน่ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร เขาก็รู้สึกวางใจขึ้นมาบ้าง
บรรยากาศในห้องเงียบลง กงชุนมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้น
“เมื่อคืน… เธอโกรธฉันหรือเปล่า” หลี่หนิงเซียนรู้สึกใบหน้าร้อนวูบ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาตำหนิ เขาถามออกมาได้หน้าตาเฉย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง!
ถึงแม้ว่าพวกเราจะตกลงศึกษาดูใจกันแล้ว แต่การที่เขาถามถึงยังทำให้เธอรู้สึกเขินอายอยู่ดี แต่เธอก็โล่งใจที่เขายังเคารพขอบเขตของเธอ และไม่ได้บังคับเธอ
“ไม่หรอก” หลี่หนิงเซียนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วทำไมถึงรีบกลับมาแต่เช้าแบบนี้ล่ะ” กงชุนถามต่อ
หลี่หนิงเซียนไม่กล้าบอกความจริงว่า เธอเขินอายเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับเขา เ
“คุณลืมไปแล้วเหรอ ว่าวันนี้คุณต้องกลับเข้ากองทัพ ฉันเลยรีบกลับมาเตรียมของให้คุณเอาไปฝากเพื่อน ๆ ด้วย”
“เตรียมอะไรไว้เหรอ” กงชุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ไปดูกัน” หลี่หนิงเซียนรีบลุกขึ้นแล้วดึงมือเขาไปที่ห้องโถง
บนโต๊ะในห้องโถง กงชุนเห็นขวดโหลขนาดใหญ่ที่ใส่อาหารไว้ สามใบแรกเต็มไปด้วยอาหารหน้าตาน่ารับประทาน ส่วนอีกใบยังว่างเปล่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสนใจ รอฟังคำอธิบายจากหลี่หนิงเซียน
“โหลสามใบนี้คือผักดองที่ฉันทำเอง ใบแรกเป็นเนื้อตากแห้ง อีกใบเป็นพุทราตากแห้ง ใบที่สามเป็นแอปเปิ้ลดอง ฉันเก็บมาจากต้นที่หลังบ้าน คุณเอาไปให้เพื่อนทหารลองชิมดูนะ ว่าชอบไหม ครั้งหน้าฉันจะทำให้เพิ่ม”
“ได้” กงชุนรับคำ หลี่หนิงเซียนจึงชี้ไปที่ขวดเปล่าอีกใบหนึ่ง
“ส่วนใบนี้ ฉันจะใส่มันฝรั่งทอดให้ รอสักครู่นะ กำลังหั่นมันฝรั่งอยู่ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เธอพูดจบก็หันหลังกลับไปที่เขียงเพื่อสับมันฝรั่งต่อ
เพิ่งจะก้าวไปได้เพียงก้าวเดียว แขนของเธอก็ถูกคว้าไว้ ก่อนที่ร่างกายบอบบางจะถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่น กงชุนกอดร่างนุ่มนวลของหญิงสาวเอาไว้ กลิ่นสบู่จาง ๆ จากร่างกายเธอทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้รับความห่วงใยแบบนี้ เมื่อก่อนเวลาออกจากบ้านไปรับราชการทหาร แม่ของเขาก็เอาแต่สนใจน้องชาย ทำให้เขาอดคิดเปรียบเทียบไม่ได้ จนสุดท้ายผ่านมานานหลายปีก็กลายเป็นความชินชา
กงชุนก้มลงจูบที่หน้าผากของหลี่หนิงเซียนอย่างอ่อนโยน เขารู้สึกดีเหลือเกินที่การไปครั้งนี้มีหลี่หนิงเซียนค่อยดูแล เอาใจใส่ เตรียมของมากมายไว้ให้
หลี่หนิงเซียนชินกับการกระทำของเขาแล้ว เธอจึงไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้นิ่งที่สุด
“ปล่อยก่อนเถอะค่ะ ฉันยังหั่นมันฝรั่งไม่เสร็จเลย” กงชุนเห็นใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวในอ้อมกอด เขาก็ยิ้มก่อนก้มลงกำลังจะจูบที่ริมฝีปากของเธอ
“แค่จูบเดียว” หลี่หนิงเซียนรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านตระกูลกงแต่เช้าตรู่ เธอตั้งใจจะหลบหน้ากงชุน เพื่อป้องกันไม่ให้เขามาลุ่มลามกับเธออีก แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เธอหนี เขาไล่ตาม จนเธอรู้สึกว่าถึงจะมีปีกก็คงหนีไม่พ้น
“ได้” เขารับคำก่อนก้มจูบริมฝีปากของเธออย่างร้อนแรง สัมผัสและลูบไล้อย่างหลงใหล จนเขาเองก็มีอารมณ์พลุ่งพล่าน คิดอยากจะพาตัวเธอกลับบ้านไปทันที ไม่ว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
หลี่หนิงเซียนถูกจูบจนแทบจะขาดอากาศหายใจ กว่าจะได้ผละออก พอเป็นอิสระเธอก็พยายามหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้งจนกลับมาเป็นปกติ แต่ใบหน้ายังคงแดงก่ำ ยากที่จะสงบลงได้ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มจะจูบอีก เธอจึงรีบผลักเขาออกพร้อมกับเตือนว่า
“คุณรับปากแล้วว่าครั้งเดียว อีกอย่างคุณปู่กำลังจะกลับมาแล้ว ถ้าเห็นจะทำยังไง?”
“ไม่กลับมาหรอกไปบ้านฉันแล้ว และคงไม่กลับมาในช่วงเช้านี้หรอก” กงชุนตอบอย่างมั่นใจ เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนกระซิบข้างหูหลี่หนิงเซียนว่า “คุณไม่รู้หรอกหรือว่าคุณปู่คิดอะไรอยู่ คุณปู่อยากให้พวกเรารีบมีทายาทให้เล่นไว ๆ เธอว่าพวกเราควรทำให้ท่านสบายใจไหม อืม?”
“พอเลยออกไปนั่งรอ ไม่งั้นฉันโกรธแน่”
“ก็ได้” กงชุนรับคำก่อนยอมเดินออกมารอด้านนอก
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่หนิงเซียนจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย จึงเดินมาหากงชุน
“คุณไปรถไฟรอบกี่โมง”
“รถไฟตอนสิบโมงครึ่ง” เขาตอบ นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่หลี่หนิงเซียนออกไปขายของทุกวัน
“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งคุณ ของเยอะ คุณถือคนเดียวจะหนักไป” เธอเสนอ สถานีรถไฟอยู่ในเมืองไกลจากบ้าน พวกเราต้องใช้เวลาเดินมากกว่าครึ่งชั่วโมง
กงชุนจับไหล่หลี่หนิงเซียนไว้แน่น มองตาเธออย่างจริงจัง ก่อนจะพูดว่า
“ไม่ต้องไปส่งหรอก วันนี้อยู่บ้านพักผ่อนดี ๆ” เขารู้ดีว่าช่วงนี้เธอเหนื่อยมามาก หลี่หนิงเซียนอึกอัก
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่” กงชุนตัดบททันควัน “ตอนฝึก ฉันแบกน้ำหนักหกสิบจินวิ่งข้ามเนินเขาร้อยกิโล ยังได้ที่หนึ่งของกองทัพเลย ผักดองไม่กี่โหลนี้ไม่หนักหรอก เธออยู่บ้านพักผ่อนชเถอะ เชื่อสิ”
หลี่หนิงเซียนรับรู้ได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของเขา คำพูดเด็ดขาดทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ สุดท้ายเธอก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย กงชุนนึกถึงธุรกิจของหลี่หนิงเซียน
“ถึงตอนนี้นโยบายจะผ่อนปรนลงแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีข่าวชัดเจน ก็อย่าประมาท อย่าโอ้อวดมากนัก ร้านซาลาเปาทอดน้ำของเธอขายดี อาจมีคนคิดไม่ดีได้ ถ้ามีปัญหาอะไรให้ไปหาจงซวน เขาจะช่วยจัดการให้ เธอห้ามออกหน้าเองเด็ดขาดจำไว้” พูดจบ เขาก็ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากให้หลี่หนิงเซียน กงชุนจ้องมองเธออย่างอ่อนโยน แล้วเน้นย้ำอีกว่า
“เงินพวกนี้เธอเก็บไว้ใช้เถอะ ถ้าเหนื่อยเกินไป หรือไม่ชอบทำแล้วก็อย่าฝืนตัวเอง ฉันเลี้ยงเธอได้”