ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 97 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
บทที่ 97 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ซูลี่ยืนอยู่ด้านข้าง มองลูกชาย และลูกสะใภ้อยู่ข้างกันด้วยความพึงพอใจ ในที่สุดทั้งคู่ก็ดูเหมือนสามีภรรยากันเสียที
ด้านม่อหลันสะใภ้ใหญ่ของตระกูลกง คนที่คอยดูแลบ้านตระกูลกง เห็นบรรยากาศเช่นนี้ ก็รู้ว่าไม่ควรทำให้หลี่หนิงเซียนไม่พอใจไปมากกว่านี้ จึงรีบเปลี่ยนท่าทีเข้าไปออดอ้อนซูลี่
“แม่สามี ช่วยพูดกับน้องสะใภ้ให้หน่อยเถอะค่ะ พวกเราก็แค่อยากเรียนรู้วิธีขุดโสม เห็นไหมคะ พวกเรานำของมาฝากตั้งเยอะ ช่วยเห็นแก่หน้าพวกเราหน่อยนะคะ” ม่อหลันพูดจบ ก็มีหญิงชาวบ้านพูดต่อ
“ใช่ ๆ พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกันนะ ซูลี่จำได้ไหม ตอนที่บ้านตระกูลกงเกิดเรื่อง ทุกคนก็มาช่วยเหลือกัน แม้แต่ตอนไฟไหม้ ก็มีแต่พวกเรานี่แหละค่ะที่ช่วยกันซ่อมบ้านให้ใหม่” ทันทีที่พูดจบ ชาวบ้านที่เคยช่วยสร้างบ้านต่างพยักหน้าเห็นด้วย เป็นที่ชัดเจนว่าเมื่อพูดถึงผลประโยชน์ไม่ได้ ก็ต้องงัดเอาเรื่องบุญคุณมาพูด
ซูลี่ได้ยินดังนั้น จึงหันไปมองหลี่หนิงเซียนด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเกลี้ยกล่อม
“หลี่หนิงเซียนลูกก็สอนทุกคนไปเถอะ พวกเขาแค่อยากเรียนรู้วิธีขุดโสม เห็นไหมว่าทุกคนอุตส่าห์มาหาถึงที่…”
ขณะที่ซูลี่กำลังจะพูดต่อ หลี่หนิงเซียนก็หันมามองอย่างรวดเร็ว เธอมองด้วยสายตาเรียบเฉย แม้ไม่มีคำพูดหรือสีหน้าโกรธเคืองใด ๆ แต่ก็ทำให้ซูลี่พูดไม่ออก เหมือนถูกทำให้เสียงติดอยู่ในลำคอ
ภาพเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลวันนั้น หวนคืนสู่ความทรงจำของซูลี่ วันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับตระกูลเต๋อ ความรู้สึกไร้ที่พึ่ง คำพูดที่สับสน และสายตาเฉยชาแบบเดียวกันนี้จากหลี่หนิงเซียน ซูลี่ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่สายตาแบบนั้นของหลี่หนิงเซียนทำให้เธอกลัวขึ้นมาจับใจ
เมื่อเห็นว่าซูลี่เงียบไปแล้ว หลี่หนิงเซียนจึงหันไปเผชิญหน้ากับทุกคนในห้อง น้ำเสียงของเธอเย็นชา
“ฉันจะไม่สอนวิธีขุดโสมให้ใคร”
“ฉันพูดเหมือนเดิม ถ้าอยากเรียนรู้วิธีขุดสมุนไพร ฉันสอนได้ แต่นอกเหนือจากนั้น ฉันไม่มีอะไรจะบอก พวกคุณไปบังคับแม่สามีฉันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน การจะสอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียว”
“ของที่พวกคุณนำมาที่บ้านแม่สามีฉันวันนี้ ฉันได้สั่งให้กงหยางช่วยบันทึกไว้แล้ว” หลี่หนิงเซียนกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่กองของขวัญเต็มพื้น รวมถึงข้าวของ น้ำมัน เนื้อสัตว์มากมาย “เดี๋ยวตอนที่พวกคุณกลับ กรุณานำของของตัวเองกลับไปด้วย ฉันไม่อยากเอาเปรียบใคร”
คำพูดของหลี่หนิงเซียนสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่กล่องของขวัญเหล่านั้นอย่างตะลึงงัน พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าสิ่งที่ตนเองนำมา อาจไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่หลี่หนิงเซียนเตรียมไว้
“ถ้ารู้สึกว่าของที่นำมาแล้วคืนไม่ได้ หรือไก่เป็ดที่เลี้ยงไว้ก็ฆ่าแล้ว จัดการลำบาก ฉันจะรับซื้อทั้งหมดตามราคาตลาด” หลี่หนิงเซียนกล่าวต่อ “ตอนที่จะกลับสามารถขอรับเงินสดจากแม่สามีฉันได้เลย”
พูดจบ เธอก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าผ้าที่สะพายไว้ เปิดอ่านรายการข้างใน
“ในหมู่บ้านนี้ มู่โจวไก่ตัวผู้หนึ่งตัว เส้นหมี่ห้าจิน หมู่บ้านข้าง ๆ ป้าลู่ ลูกท้อกระป๋องสองขวด ไข่ไก่สิบจิน ในหมู่บ้านนี้ แม่เฒ่าหง กล่องขนมหนึ่งใบ เนื้อหมูสามกิโลกรัม…” บันทึกรายการของขวัญที่ได้รับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสำหรับการเยี่ยมคุณปู่ เธออ่านอย่างละเอียดว่าแต่ละคนนำอะไรมาบ้าง ใช้เวลาอ่านนานกว่าครึ่งชั่วโมง
“ของพวกนี้ เป็นของที่คนในหมู่บ้าน และนอกหมู่บ้านนำมาที่บ้านฉันเมื่อวานนี้ โดยอ้างว่ามาเยี่ยมคุณปู่ของฉัน” หลี่หนิงเซียนอธิบาย “เราจดบันทึกไว้หมดว่าใครนำอะไรมาบ้าง ตอนที่ฉันไม่อยู่บ้าน ฉันก็ให้คุณปู่ช่วยจดไว้”
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลี่หนิงเซียน ขณะที่หยิบกระเป๋าเงินที่เธอทำเองออกมาจากถุงผ้าเล็ก ๆ ข้างตัว ตอนนี้กระเป๋าเงินนั้นดูพองเต็มไปหมด ซิปแทบจะปิดไม่ได้
ภายในบรรจุไปด้วยเหรียญยี่สิบห้าเหมา ห้าสิบเหมา และหนึ่งหยวน เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ มัดด้วยยางรัดผม เธอหยิบเงินจำนวนมากออกมาจากระเป๋าอย่างไม่ยี่หระ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบหายไปในทันที เธอส่งเงินก้อนนั้นให้ซูลี่พร้อมกับกล่าวว่า
“รบกวนป้าซูช่วยคืนเงินให้ทุกคนด้วยนะคะ” หลี่หนิงเซียนหันไปเผชิญหน้ากับทุกคน และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ฉันไม่ได้คืนของให้ทุกคนต่อหน้าคุณปู่ เพราะไม่อยากให้คุณปู่ต้องไม่สบายใจ คุณปู่เพิ่งหายป่วย และคิดว่าทุกคนมาเยี่ยมด้วยความจริงใจ”
“ฉันซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคน แต่ไม่สามารถรับของไว้ได้ ถือว่าฉันซื้อมันไว้แล้ว และตั้งใจจะทยอยคืนเงินให้ทุกคนอยู่แล้ว”
เธอเบนสายตาไปยังชาวบ้านที่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากซูลี่ ก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันรู้ว่าตอนที่แม่สามีสร้างบ้าน ทำให้ทุกคนต้องลำบาก เสียเวลาไปมาก หากรู้สึกเสียเปรียบ ก็มาคิดค่าแรงได้เลย คิดเป็นสองเท่าของราคาค่าแรงคนงานในเมืองตอนนี้ก็ได้”
หลี่หนิงเซียนล้วงหยิบห่อเงินอีกปึกหนึ่งออกมาจากถุงผ้า คราวนี้ไม่ใช่เหรียญอีกต่อไป แต่เป็นธนบัตรมูลค่าสูงที่พับอย่างเรียบร้อย เธอส่งเงินก้อนนั้นให้ซูลี่
“รบกวนป้าซูช่วยแจกจ่ายเงินพวกนี้ให้ด้วยนะคะ ใครที่เคยช่วยเหลือครอบครัวเรา แล้วตอนนี้รู้สึกเสียใจ ก็รับเงินชดเชยไปวันละสองหยวน ส่วนคนที่ไม่รับเงิน เราก็จะจดจำบุญคุณที่เคยช่วยเหลือกันในยามยาก แต่สำหรับคนที่รับเงินค่าแรงคืนไป ก็ถือว่าเราไม่ติดค้างอะไรกันอีกต่อไป”
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลี่หนิงเซียนหยิบเงินปึกใหญ่ที่ใครเห็นก็รู้ว่าต้องมีมูลค่าเกือบพันหยวนออกมา ทุกคนต่างตกตะลึง ทั้งจำนวนเงิน และคำพูดของเธอ
“การช่วยเหลือก็คือการช่วยเหลือ เมื่อตอบแทนเป็นเงินแล้ว ก็ไม่มีบุญคุณต่อกันอีก” คำพูดของหลี่หนิงเซียนเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เธอจะไม่ยอมให้ใครมาบีบบังคับครอบครัวของเธอ ด้วยการอ้างบุญคุณในอดีตอีก
ทุกคนเงียบกริบ พวกเขาเริ่มลังเลว่าการทวงบุญคุณ หรือปล่อยให้ความสัมพันธ์เป็นไปแบบนี้ต่อไป แบบไหนจะเป็นผลดีกว่ากัน แต่หลี่หนิงเซียนไม่สนใจ เธอเกลียดการถูกเอาเปรียบ เธอเลือกที่จะสะสางทุกอย่างให้จบสิ้น ไม่ต้องการติดค้างอะไรกับใครอีก
ซูลี่มองดูเงินก้อนโตในมือด้วยความตกตะลึง เพียงไม่กี่วันก่อน เธอยังกังวลใจเรื่องเงินไม่พอใช้ เพราะวีรกรรมของลูกชายคนเล็ก แต่ตอนนี้กลับมีเงินมากมายขนาดนี้อยู่ตรงหน้า
แม้หลี่หนิงเซียนจะบอกให้เธอคืนเงินให้ชาวบ้าน แต่เธอก็รู้ว่ายังเหลืออีกมาก จึงอดถามหลี่หนิงเซียนด้วยความสงสัยไม่ได้
“หลี่หนิงเซียนบอกแม่มาตามตรงเถอะ ลูกได้เงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน จริง ๆ แล้วมันมาจากการขุดโสมใช่ไหม” ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนถึงอยากเรียนรู้วิธีขุดโสมกับเธอแบบนี้
“ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ” หลี่หนิงเซียนตอบ เธอไม่ได้อธิบายแค่กับซูลี่ แต่พูดให้ทุกคนได้ยิน “โสมดี ๆ นั้นหายาก ทั้งภูเขาใหญ่ก็อาจจะหาเจอแค่ไม่กี่ต้น การคิดจะรวยทางลัดด้วยการขุดโสมนั้นไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน”
“ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพยากรบนเขาก็มีจำกัด โสมป่าถึงได้ราคาแพงเพราะมันหายาก ถ้าเราเอาแต่ขุดมันมาขาย ไม่นานมันก็จะหมดไป แบบนั้นก็ไม่คุ้มกันหรอกค่ะ”
“แม้ว่าที่ผ่านมาฉันจะขุดโสมได้หนึ่งต้น แต่นั่นก็เพราะโชคช่วยล้วน ๆ หลังจากนี้ฉันก็จะไม่ไปขุดอีก แต่บนเขานอกจากจะมีโสม ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่หายาก แม้จะไม่แพงเท่าโสม แต่ก็ขายได้ราคาดี ฉันรู้จักมันทั้งหมด และสามารถสอนให้ทุกคนได้”
หลี่หนิงเซียนต้องการจะสื่อว่า หากทุกคนอยากเรียนรู้วิธีการหาสมุนไพรจากเธอก็ยินดี แต่ถ้าหวังเพียงแค่จะรวยทางลัดจากการขุดโสม เธอไม่ขอสอน แต่ถ้าทุกคนยินดีที่จะเรียนรู้ เธอก็พร้อมจะสอนวิธีการแยกแยะสมุนไพรชนิดอื่น