ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 92 ฉันอยากคืนดีกับเธอ
บทที่ 92 ฉันอยากคืนดีกับเธอ
ตงเหวินเฝ้ามองหลี่หนิงเซียนเข็นรถเข็นเดินห่างออกไป หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แผนการผุดขึ้นในหัว เขารู้ดีว่านี่คือโอกาสพลิกชีวิต เพียงแค่เขาสามารถจีบหลี่หนิงเซียนกลับมาได้อีกครั้ง
อนาคตก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีกต่อไป เขาเชื่อมั่นว่าด้วยความรู้จักหลี่หนิงเซียนเป็นอย่างดี เขาจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน
หลี่หนิงเซียนกลับมาถึงบ้านฟานเต๋อพอดี กับที่ลูกชาย และลูกสะใภ้ของฟานเต๋ออุ้มลูกน้อยเข้าบ้านมา
“ส่งหลานให้แม่อุ้ม” เหยาสุ่ยอุ้มหลานมาเล่น แต่เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทักทาย
“เอาของมาเก็บเหรอจ้ะ”
“ค่ะ” หลี่หนิงเซียนแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีอึดอัดนั้น เธอยิ้มรับก่อนจะหันไปพูดกับเหยาสุ่ย “ป้าคะ ตอนนี้ป้าพอมีเวลาไหมคะ หนูมีเรื่องอยากคุยด้วยสักหน่อย”
“มีเรื่องอะไรหรือจ๊ะ ถึงต้องคุยกันเป็นส่วนตัว” เหยาสุ่ยส่งหลานให้สามีพลางถาม
ฟานเต๋อกลัวภรรยาจะรังแกหลี่หนิงเซียน จึงอยากอยู่ฟังด้วย แต่หลานน้อยในอ้อมแขนกลับร้องไห้จ้าขึ้นมาเสียก่อน เขาจึงจําใจต้องพาลูกชาย และลูกสะใภ้เข้าบ้านไป
ปล่อยให้หลี่หนิงเซียนกับเหยาสุ่ยอยู่ในลานบ้านเพียงลำพัง เหยาสุ่ยรู้สึกเกร็ง ๆ ที่ต้องอยู่กับหลี่หนิงเซียนตามลำพัง เธอถามขึ้น
“ว่ามาสิจ๊ะ มีเรื่องอะไร”
“หนูฝากของไว้ที่บ้านหลายเดือนแล้ว รู้สึกเกรงใจมาก ตอนนี้หนูพอมีรายได้แล้ว นี่เป็นค่าฝากของค่ะ” หลี่หนิงเซียนยื่นเงินให้เหยาสุ่ย
หลี่หนิงเซียนวางรถเข็นขายของไว้ในลานบ้านของฟานเต๋อ ซึ่งเป็นที่ ๆ เธอชอบฝากรถเข็นไว้เป็นประจำ เธอหยิบเงินห้าหยวนส่งให้เหยาสุ่ย
เหยาสุ่ยแปลกใจนึกว่าหลี่หนิงเซียน จะมาต่อว่าเรื่องแย่งที่ขายของ คำพูดที่เตรียมไว้จึงติดอยู่ในลำคอ แต่ก็รีบรับเงินใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถ้าฟานเต๋อรู้เข้าต้องว่าฉันแน่ บ้านเรามีลานกว้าง วางของแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก”
ฟานเต๋อที่อยู่ในบ้าน เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงรีบเดินออกมาถามด้วยความสงสัยว่า
“คุณทำอะไรน่ะ”
“คุณตะโกนทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย หลี่หนิงเซียนแค่อยากให้ค่าฝากของกห้าหยวน ฉันบอกแล้วว่าบ้านเรามีลานกว้าง ให้เธอวางของตามสบาย” พูดจบเหยาสุ่ยก็รีบเดินเข้าบ้านทันที
ฟานเต๋อได้แต่ยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปหาหลี่หนิงเซียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“หลี่หนิงเซียน คิดมากไปหรือเปล่า? วางของไว้ก็วางไป ไม่ต้องให้เงินหรอก บ้านลุงมีที่กว้างขวางอยู่แล้ว” พูดจบก็ล้วงเงินห้าหยวนส่งคืนให้หลี่หนิงเซียน
“รับไปเถอะค่ะ เพื่อความสบายใจของหนู”
“เห้อ เอาตามนั้นก็ได้” แม้ฟานเต๋อจะใจดี แต่เหยาสุ่ยภรรยาของเขากลับไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำให้หลี่หนิงเซียนยิ่งตระหนักว่าการพึ่งพาตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หลี่หนิงเซียนปั่นจักรยานออกจากเมืองด้วยใจที่เบิกบาน เธอวางแผนไว้ว่าจะรีบหาซื้อบ้านในเมืองให้เร็วที่สุด เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องรบกวนขอความช่วยเหลือจากใครอีก โดยเฉพาะเรื่องที่ฝากรถเข็นขายของ
ระหว่างทางกลับหมู่บ้านไป๋หลาน หลี่หนิงเซียนบังเอิญเจอกับตงเหวินยืนทำท่าทางกระวนกระวายอยู่ริมทาง เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียน ตงเหวินก็รีบฉีกยิ้มกว้างเข้ามาทักทันที
“หนิงเอ๋อร์ ในที่สุดเธอก็มาแล้ว ฉันรอเธออยู่ตั้งนาน!”
หลี่หนิงเซียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นตงเหวินวิ่งเข้ามาหา ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายิ้มและพยายามจะจับมือเธอ แต่เธอหลบได้ทันเวลา
“อย่ามาจับต้องฉันนะ!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ตงเหวินชักมือกลับอย่างเก้อเขิน แต่บนใบหน้ากลับไม่มีร่องรอยของความโกรธ เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
“ฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อกี้เธอไปไหนมา เลยรอเธออยู่ตลอด ดีนะที่เธอมาแล้ว”
“นายยังมีธุระอะไรอีก ฉันพูดไปเมื่อกี้ยังไม่ชัดเจนพออีกหรือ?” หลี่หนิงเซียนถามอย่างเย็นชา เธอไม่อยากมีเรื่องพัวพันกับเขาอีก ตงเหวินไม่สนใจท่าทีรังเกียจของเธอ เขากล่าวอย่างหนักแน่น
“หนิงเอ๋อร์ฉันคิดดีแล้ว ฉันอยากคืนดีกับเธอ!”
“ไปให้พ้น” หลี่หนิงเซียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ฉันอยากคืนดีกับเธอจริง ๆ นะ หนิงเอ๋อร์ฉันรู้ตัวแล้วว่าฉันผิด ตอนนี้เธอยังให้อภัยฉันไม่ได้ แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้แน่นอน นับจากนี้ฉันจะดีกับเธอให้ได้!”
ตงเหวินวิ่งไปดักหน้ารถจักรยานหลี่หนิงเซียนที่กำลังจะเดินหนี ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าอย่างไม่ลังเล พร้อมกับหยิบคูปองอาหารจำนวนมากออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“หลี่หนิงเซียน นี่เป็นคูปองอาหารคุณภาพดีที่ฉันแอบเก็บสะสมไว้ให้เธอมาทั้งเดือน ฉันรู้ว่าเธอชอบกินอาหารดี ๆ ฉันเลยตั้งใจเก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะ ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”
หลี่หนิงเซียนมองดูคูปองอาหารมากมายในมือของตงเหวินด้วยความตกตะลึง แม้ว่าในตอนนี้อาจจะยังคงเป็นยุคสมัยที่ต้องใช้คูปองอาหาร และตั๋วต่าง ๆ แต่ในไม่ช้าสิ่งเหล่านี้ก็จะไร้ค่าในตลาด และถูกยกเลิกไปในที่สุด
ส่วนตัวเธอเองไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้มากนัก ยิ่งตอนนี้เธอมีเงินอยู่ในมือ และในเมืองก็มีคนแอบขายคูปองอาหาร และตั๋วกันอย่างลับ ๆ เธอหาซื้อได้ทุกอย่างยกเว้นตั๋วพิเศษบางประเภท
แป้งสาลีและน้ำมันถั่วเหลืองที่เธอใช้ทำอาหารในช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอก็ได้มาด้วยวิธีนี้ สิ่งที่ทำให้เธอตกใจ คือการที่ตงเหวินเลือกที่จะใช้คูปองอาหารมาจีบเธอในยุคสมัยแบบนี้
“เก็บไว้เถอะ ฉันไม่ต้องการ” หลี่หนิงเซียนพูดจบ ก็ปั่นจักรยานผ่านตงเหวินไปทันที เธอไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแม้แต่น้อย
ตงเหวินตกใจ กับท่าทีของหลี่หนิงเซียนเช่นกัน เพราะปกติแค่เขาหยิบคูปองอาหารคุณภาพดีออกมา ดวงตาของหลี่หนิงเซียนก็เป็นประกายแล้ว ใคร ๆ ในหมู่บ้านไป๋หลานต่างก็รู้ดีว่าหลี่หนิงเซียนชอบกิน
และยังกินแต่อาหารดี ๆ เท่านั้น ทุกครั้งที่บ้านไม่มีคูปองอาหารคุณภาพดี เธอมักจะโวยวายเสมอ แต่ในวันนี้เธอกลับไม่สนใจคูปองอาหารคุณภาพดีของเขา!
ทันใดนั้นแววตาของตงเหวินก็วูบไหว เขาแน่ใจว่าหลี่หนิงเซียนต้องหาเงินได้มากแน่ ๆ เมื่อเห็นว่าหลี่หนิงเซียนกำลังจะจากไป โดยไม่สนใจเขาอีกต่อไป ตงเหวินจึงรีบลุกขึ้นยืน วิ่งมาดักหน้าหลี่หนิงเซียนไว้อีกครั้ง
“หลี่หนิงเซียนฉันไม่อาจสูญเสียเธอไปได้ ขอร้องละ ให้อภัยฉันเถอะ ต่อไปฉันจะดีกับเธอแน่นอน! หนิงเอ๋อร์ฉันขอร้องเธอ ยกโทษให้ฉันเถอะ!”
หลี่หนิงเซียนลงจากจักรยานมายืนด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์ คนผู้นี้ช่างน่าด้านตอแยเธอไม่เลิก เห็นที่คงต้องจัดการให้เด็ดขาด
ตงเหวินยังคงพูดพร่ำต่อ “ฉันรู้นะ เธอกับกงชุนยังไม่ได้ร่วมหอกันเลย เธอเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะรอฉันตลอดไป! หนิงเอ๋อร์ ฉันยังคงพูดเหมือนเดิม แค่เธอหย่า ฉันจะแต่งงานกับเธอทันที!”
หลี่หนิงเซียนรู้สึกเหมือนเส้นประสาททุกเส้นในร่างกายถูกดึงให้ตึง เมื่อได้ยินคำพูดของตงเหวินที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“หนิงเอ๋อร์ เธอคงไม่ได้ลืมสิ่งที่เคยสัญญากับฉันใช่ไหม? เธอบอกว่าเธอไม่ได้ชอบกงชุนเลย บอกว่าที่แต่งงานกับเขาไปเพราะโดนคุณปู่บังคับ เธอบอกให้ฉันรอ บอกว่าเธอจะหย่ากับเขาในเร็ว ๆ นี้ หนิงเอ๋อร์ ฉันไม่อยากรออีกแล้ว เธอหย่ากับกงชุนนั่นเถอะ”
กงชุนปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ ดวงตาของเขา มองมาที่หลี่หนิงเซียน ทุกคำพูดของตงเหวินเหมือนค้อนทุบลงบนหัวใจของกงชุน
ยิ่งได้ยิน เขาก็ยิ่งนึกถึงภาพเหตุการณ์ในอดีต ที่หลี่หนิงเซียนเคยพูดประโยคเหล่านี้ออกมา มันตอกย้ำให้ชายหนุ่มรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า ตนเองเป็นเพียงแค่คนที่ขวางทาง ใบหน้าของกงชุนมืดครึ้มราวกับพายุที่กำลังก่อตัว แม้เขาจะพยายามควบคุมสีหน้าเอาไว้