ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 89 เจ้าของตัวจริงกลับมาแล้ว
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 89 เจ้าของตัวจริงกลับมาแล้ว
บทที่ 89 เจ้าของตัวจริงกลับมาแล้ว
“ก็เพราะคุณนี่แหละ พูดจาเหน็บแนมฉันทุกวัน ทำไมฉันถึงทำซาลาเปาทอดน้ำไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณคอยพูดให้ร้ายฉันทุกวัน ธุรกิจของฉันจะเป็นแบบนี้เหรอ!” เหยาสุ่ยตะโกนสวนกลับก่อนจะพุ่งเข้าไปจะทำร้ายฟานเต๋อ โชคดีที่เฉียงซานเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน
“พอได้แล้ว ๆ อย่าตีกันเลย มีทั้งเตาทั้งกระทะ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง!” เหตุการณ์วุ่นวาย ทำให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของ เหยาสุ่ย และสงสารหลี่หนิงเซียนที่ถูกขโมย
หลี่หนิงเซียนยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงข้ามร้านของตัวเอง แม้ว่าร้านจะยังคงเหมือนเดิม อุปกรณ์ก็ยังเป็นของเธอ แต่สภาพร้านกลับดูไม่น่ามอง หม้อเหล็กใบใหญ่สำหรับต้มถั่วกวนเป็นมันเพราะไม่ได้ล้าง ส่วนกระทะแบนสำหรับทอดก็เต็มไปด้วยคราบแป้งที่ไหม้เกรียม
ดูเหมือนว่าเหยาสุ่ยคงจะแอบสังเกต ส่วนผสมของเธอไปไม่น้อย และตั้งใจจะแย่งลูกค้าของเธอจริง ๆ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงตะโกนขึ้นมา
“พวกคุณมีอะไรต้องทะเลาะกันด้วย หลี่หนิงเซียนก็มาแล้ว เหยาสุ่ยคุณไม่ได้บอกเหรอว่า จะช่วยดูแลร้านให้หลี่หนิงเซียนสองสามวัน เจ้าของตัวจริงกลับมาแล้ว คุณรีบคืนร้านให้เขาสิ!”
ทุกคนหันไปมองตามทิศทางของเสียงนั้น และเห็นหลี่หนิงเซียนยืนอยู่ คู่สามีภรรยาก็หยุดทะเลาะกัน ทันทีที่ฟานเต๋อเห็นหลี่หนิงเซียนกลับมา เขาก็เลิกสนใจที่จะโต้เถียงกับเหยาสุ่ย รีบเดินเข้าไปหาหลี่หนิงเซียนด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ยายหนูกลับมาแล้วเหรอ” ฟานเต๋อพูดพลางถูมืออย่างประหม่า “คือ… ป้าของเธอ ยืนกรานจะมาช่วยทำซาลาเปาทอดน้ำ ลุงห้ามยังไงก็ไม่ฟัง อย่าโกรธลุงเลยนะ”
เหยาสุ่ยเห็นหลี่หนิงเซียนกลับมาแล้ว ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังคงทำหน้าตาย เดินเข้ามาสมทบกับฟานเต๋อ แล้วพูดกับหลี่หนิงเซียนด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเป็นมิตร
“ยายหนู กลับมาแล้วหรอจ๊ะ เมื่อกี้ป้านึกว่าตาแก่นี่หลอกป้าเสียอีก” เหยาสุ่ยพูดพลางปรายตา มองฟานเต๋ออย่างตำหนิ ก่อนจะหันกลับมาพูดกับหลี่หนิงเซียนต่อ “ว่าแต่ปู่ของเธออาการดีขึ้นหรือยัง? รีบร้อนกลับมาทำไม ป้าดูร้านให้ได้ ไม่ต้องห่วงหรอก อยู่บ้านดูแลปู่เถอะ ป้าไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่!” ทันทีที่เหยาสุ่ยพูดจบ พ่อค้าแม่ค้ารอบ ๆ ต่างพากันกลอกตาอย่างระอา
“ไม่เคยเห็นคนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อนเลย” เสียงพึมพำดังขึ้นเบา ๆ เหยาสุ่ยได้ยินเข้าพอดี สีหน้าเปลี่ยนไปทันควัน
“ใครว่าฉัน! มีอะไรก็พูดออกมาตรงนี้เลยสิ! ใครหน้าด้าน! ฉันหวังดีต่างหาก ไม่รู้จักคำว่าช่วยเหลือหรือไง!” เหยาสุ่ยตะโกนเสียงดังใส่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า
ฟานเต๋อรู้สึกอับอาย จนแทบอยากจะหนีไปจากตรงนี้ เขาได้แต่มองหลี่หนิงเซียนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“หลี่หนิงเซียน… ลุง…” ฟานเต๋อพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างเงียบกริบ พวกเขารอดูหลี่หนิงเซียนทะเลาะกับคุณเหยาสุ่ย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แสดงความโกรธออกมาแม้แต่น้อย
หลี่หนิงเซียนยิ้มอย่างอ่อนโยน บนใบหน้าปราศจากวี่แววขุ่นเคือง เธอมองไปที่เหยาสุ่ย และฟานเต๋อด้วยความเข้าใจ “ลุงฟาน ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดี” เธอเอื้อมมือไปจับมือคุณลุงไว้แน่น
“ตอนที่ฉันเพิ่งมาใหม่ ๆ ถ้าไม่ได้ลุงฟาน กับป้าเหยาช่วยฉันเรื่องค้าขาย ไม่งั้นคงไม่ได้ค้าขายง่ายขนาดนี้ ความดีที่ลุงฟานมีต่อฉัน ฉันจำได้หมดค่ะ” หลี่หนิงเซียนกล่าวอย่างจริงใจ
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อลุงฟาน เธอไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่เธอเริ่มต้นขายของในตลาดใหม่ ๆ ตอนที่เธอโดดเดี่ยว และไม่รู้จะพึ่งใคร มีเพียงฟานเต๋อที่คอยช่วยเหลือเธออย่างเต็มใจ และยังให้เธอฝากของไว้ที่บ้านอีกด้วย
แม้จะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเหยาสุ่ย แต่ด้วยความเคารพต่อฟานเต๋อ ทำให้เธอไม่แสดงท่าทีต่อต้านออกมา ฝ่ายเหยาสุ่ย เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หนิงเซียนก็ยิ้มอย่างภูมิอกภูมิใจ รีบเดินเข้ามาจับมือหลี่หนิงเซียนอย่างสนิทสนมพลางกล่าวเสียงดัง
“ป้ารู้อยู่แล้วว่ายายหนูไม่ใช่คนอกตัญญู ที่ป้ายอมมายืนตากแดดตากลมทำซาลาเปาทุกวันนี่ ก็เพื่อช่วยหลี่หนิงเซียนเฝ้าร้านไงล่ะ”
พูดจบเธอก็หยิบผ้ากันเปื้อนที่เพิ่งโยนลงบนเขียงคืนให้หลี่หนิงเซียน ก่อนจะพูดต่อว่า “ป้ารู้ว่าช่วงนี้เธอมีเรื่องที่บ้านเยอะ ไม่ต้องกังวลนะ ต่อไปถ้าวันไหนเธอไม่อยากมาขายของก็บอกป้า ป้าจะมาเฝ้าร้านแทนให้!”
“ได้ค่ะ” หลี่หนิงเซียนได้แต่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบรับสั้น ๆ
“ยายหนูกลับมาแล้ว ป้าจะอยู่ที่นี่ทำไมเนอะ พวกคุณที่หาว่าฉันแย่งลูกค้า ตอนนี้ฉันคืนแผงให้เจ้าของแล้วนะ ถ้ายังขายไม่ดีขึ้น ก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว!” เหยาสุ่ยพูดกับหลี่หนิงเซียน ก่อนหันไปบ่นชาวบ้านเสียงดัง
พ่อค้าแม่ค้ารอบข้างได้ยินต่างพากันขมวดคิ้ว ไม่เห็นด้วยกับท่าทีของเหยาสุ่ย ฟานเต๋อเองก็รู้จักนิสัยภรรยาดี จึงไม่เถียงต่อเรื่องการแย่งลูกค้า แต่กลับเรียกร้องส่วนแบ่งรายได้ที่ภรรยาหาในช่วงที่ดูแลแผงแทนหลานสาว
“ในเมื่อคุณช่วยยายหนูดูแลแผง เงินที่คุณหาได้ในช่วงนี้ต้องให้เธอนะ!”
“คุณพูดบ้าอะไร! ฉันลงทุนเอง ทำไมฉันต้องหาเงินให้คนอื่นด้วย?” เหยาสุ่ยโวยวาย
“พูดบ้าอะไร! คุณแค่ซื้อวัตถุดิบนิดหน่อย และแผงเป็นยายหนูเช่า ของก็เป็นทุกอย่างทั้ง กระทะ ชาม ทัพพี และน้ำมัน สำหรับทอดทั้งหมดนั้นเป็นของยายหนูที่ซื้อมา คุณต้องจ่ายเงินให้เธอเสีย” ฟานเต๋อเถียง
หลี่หนิงเซียนได้แต่ยืนนิ่ง เธอไม่ได้โกรธเหยาสุ่ย แต่คนรอบข้างที่ได้ยินต่างพากันอัดอั้นตันใจแทน ทุกคนจ้องมองเหยาสุ่ยด้วยสายตาตำหนิ จนใบหน้าของเหยาสุ่ยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
“ฉันช่วยเฝ้าร้าน และลงทุนควรให้เงินฉันไว้เป็นค่าตอบแทนสิ” ฟานเต๋อได้ยิน ดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที
“ยังไงเสียคุณก็ต้องจ่ายค่าเช่าแผงให้ยายหนู สำหรับหลายวันที่ผ่านมา เงินส่วนนี้เป็นของเธออย่างแน่นอน!” เหยาสุ่ยเองก็อยากได้เงินค่าเช่าเช่นกัน แต่พอเห็นว่ามีคนมองอยู่มากมาย ก็ทำเป็นลังเลก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าอย่างไม่เต็มใจ แต่หลี่หนิงเซียนกลับเดินเข้ามาจับมือเหยาสุ่ยไว้พร้อมกับพูดว่า
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าเก็บเงินไว้เถอะ หลายวันมานี้ต้องขอบป้าเหยากับลุงฟานที่ช่วยเหลือฉัน” ฟานเต๋อได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที
“ยายหนูแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“ลุงฟานคะ อย่าทำแบบนี้เลย มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่เครื่องปรุงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ลุงช่วยฉันมากกว่านั้นอีก ถ้าลุงยังทำแบบนี้ฉันจะโกรธจริง ๆ นะคะ” หลี่หนิงเซียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหยาสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบดึงมือออกจากกระเป๋าทันที แล้วชี้นิ้วไปที่ฟานเต๋อ
“หลี่หนิงเซียนไม่เหมือนคุณที่คิดมากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้!”
จากนั้นเหยาสุ่ยก็หันไปยิ้มให้หลี่หนิงเซียนแล้วพูดว่า “งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ เพื่อนเล่นไพ่เก่า ๆ ของฉันกำลังรอฉันอยู่ หลายวันมานี้ทำให้ฉันเหนื่อยจริง ๆ”
พูดจบเหยาสุ่ยก็ยืดตัวบิดขี้เกียจแล้วมองไปรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจก่อนจะเดินจากไป ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกไม่ชอบใจในพฤติกรรมของเหยาสุ่ย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเพราะเกรงใจฟานเต๋อ
เฉียงซานเขาชื่นชมที่หลี่หนิงเซียนรู้จักกาลเทศะ เข้าใจสถานการณ์ดี เธอไม่ได้สนใจท่าทีลังเลที่จะพูด เรียกว่าวางตัวเป็น รู้จักหนักเบา
ส่วนด้านฟานเต๋อ เธอเพียงแค่ปลอบใจเขาสองสามคำ เขายอมลงแล้วกลับไปร้านตน หลี่หนิงเซียนจึงเริ่มทำความสะอาดร้าน เธอเทถั่วกวนที่เหยาสุ่ยทำให้ทิ้ง จากนั้นก็ล้างหม้อ ชาม ทัพพี และกระทะจนสะอาดเอี่ยม เพื่อไว้ใช้ในวันต่อไป